
นพดล ธรรมวัฒนะ
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
จากคดีที่นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชากรไทย ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5-6 กันยายน 2542 ภายในบ้านธรรมวัฒนะ เลขที่ 299/9 หมู่ 7 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.
โดยต่อมาตำรวจกองปราบได้จับกุมและส่งฟ้องนายนพดล ธรรมวัฒนะ น้องชายนายห้างทองเป็นผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งนายนพดลได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ก่อนที่ศาลอาญาจะได้มีคำพิพากษาในวันที่ 28 กันยายน 2550 ให้ยกฟ้องจำเลย เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ อัยการจึงได้ยื่นอุทธรณ์ ทำให้คดีความยืดเยื้อมาเป็นระยะเวลานาน
และความคืบหน้าล่าสุดของคดีนี้ ในวันนี้ (1 กันยายน) ศาลอาญารัชดาภิเษก ได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนพดล ธรรมวัฒนะ อายุ 56 ปี นักธุรกิจเป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ที่ห้องพิจารณาคดี 614
โดยนายนพดล ธรรมวัฒนะ กล่าวก่อนจะได้เดินทางไปขึ้นศาลว่า ไม่ได้รู้สึกเครียดแต่อย่างใด และพร้อมจะเดินทางไปขึ้นศาลเพื่อฟังคำพิพากษา เพราะตนพร้อมจะสู้คดี ดังจะเห็นว่าตนไม่เคยขอเลื่อนนัด และติดตามพยานมาเบิกความได้ครบ ทุกวันนี้ยังทำธุรกิจตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไร และหากคำพิพากษาออกมาต่างจากคำพิพากษาในศาลชั้นต้น ตนก็จะใช้สิทธิ์ยื่นฎีกาสู้คดีต่อไป
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาตามศาลชั้นต้นยกฟ้องนายนพดล ธรรมวัฒนะ โดยเห็นว่า ผลการผ่าพิสูจน์สามครั้งของแพทย์เชี่ยวชาญด้านนิติเวช ให้ความเห็นตรงกันข้ามกัน โดยครั้งแรก ระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ครั้งที่ 2 ระบุว่าน่าจะเป็นการจัดฉากฆาตกรรม และครั้งที่ 3 ระบุว่าเป็นการกระทำด้วยตนเอง
ซึ่งการยื่นฟ้องคดีอาญาการนำพยานหลักฐานเข้าสืบ ในชั้นพิจารณาเป็นภาระของโจกท์ แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าโจกท์มีพยานเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่า จำเลยกระทำความผิดได้ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ซึ่งภายหลังฟังคำพิพากษา นายนพดล มีสีหน้าที่สดใสอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับกล่าวว่า กระบวนการพิจารณาของศาลมีความยุติธรรม และเชื่อว่าใช้ดุลยพินิจพิจารณาจากหลักฐานที่แท้จริง แต่กระบวนการที่ล้มเหลว คือ กระบวนการของตำรวจและนิติวิทยาศาสตร์ ที่ทำร้ายประชาชน ส่วนตัวเชื่อมั่นว่า ความจริง ก็คือ ความจริง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






