ชี้เหตุเข้าใจผิด ทวงหนี้เกือบล้านหญิงพิการ




ชี้เหตุเข้าใจผิด ทวงหนี้เกือบล้านหญิงพิการ (ไอเอ็นเอ็น)

           ความคืบหน้า กรณีหญิงสมองพิการ ถูกกรมบังคับคดี ทวงหนี้เกือบ 1 ล้านบาท ภายหลัง ผอ.สำนักบังคับคดีฉะเชิงเทรา ระบุเป็นความเข้าใจผิด

           สำนักบังคับคดีแปดริ้วรับ สาวพิการอาจชื่อสกุลเดียวกันแต่เป็นคนละคน พร้อมปิดปากเงียบไม่ยอมชี้แจงต่อสื่อ อ้างต้องขออนุญาตจากระดับกรมฯ ก่อน พร้อมรับเรื่องไว้ให้ญาติแถลงสถานะภาพของผู้พิการต่อเจ้าหน้าที่เป็นหลักฐาน ก่อนเตรียมทำเรื่องแจ้งกลับไปยังฝ่ายโจทก์อีกครั้ง

           วันที่ 2 ก.ย. 53 เวลา 15.30 น. นางสาลี่ อู่วิเชียร อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 ม.15 ต.คลองนครเนื่องเขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา พี่สาวของหญิงพิการมาตั้งแต่กำเนิด ถูกทวงหนี้เฉียดล้านบาท เปิดเผยว่า หลังจากได้ให้หลานชายไปติดต่อกับทางสำนักบังคับคดี จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมกับผู้สื่อข่าว แต่ปรากฎว่าทางเจ้าหน้าที่สำนักบังคับคดี จ.ฉะเชิงเทรา คือ นายวิศิษฎ์ บุญศรี เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม หรือให้ข้อมูลใด ๆ ต่อผู้สื่อข่าว แต่ได้นำพาญาติของผู้พิการ ไปเข้าพบกับ นายธนิต ลิ้มเจริญชัย ผอ.สำนักงานบังคับคดี จ.ฉะเชิงเทรา แทน

           แต่เมื่อ นายธนิต ได้พบกับผู้สื่อข่าว พร้อมด้วยญาติของผู้พิการ กลับปฏิเสธที่จะให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นเช่นกัน โดยระบุว่า ต้องขออนุญาตไปยังกรมบังคับคดี ก่อนจึงจะให้ข้อมูลต่อสื่อได้

           โดย นายธนิต กล่าวชี้แจงต่อทางญาติของผู้พิการว่า กรณีที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากการคัดสำเนาผิด หรือ อาจเป็นบุคคลที่มีชื่อนามสกุลตรงกัน จึงทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ซึ่งกรณีอย่างนี้เคยพบว่าเคยเกิดขึ้นมาบ้างแล้ว แต่หลังจากทำการตรวจสอบแล้วกลับเป็นคนละคนกัน ขณะนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่าผู้ที่ถูกบังคับคดีในขณะนี้ เป็นตัวจริงหรือไม่ แต่ในขั้นตอนชั้นฟ้องร้องต่อศาลนั้น คนชื่อ น.ส.นิตยา มีตัวตนอยู่จริง และได้เข้ามาทำการไกล่เกลี่ย ขอประนีประนอมกับทางฝ่ายโจทก์มาแล้ว ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะได้แจ้งกลับไปยังทางฝ่ายโจทก์ คือ ธนาคารออมสิน ให้ทราบต่อไป และจะให้ญาติของทางผู้พิการ ได้แถลงสถานะภาพของบุคคล ว่า น.ส.นิตยา อ่วมรอด นั้น ได้มาแสดงตนแล้วว่าเป็นผู้พิการ และไม่อยู่ในสถานะที่จะไปเป็นผู้กู้ได้ และเป็นคนละคนกันกับที่ถูกฟ้องร้องต่อศาลให้บังคับคดียึดทรัพย์ดังกล่าว

           ญาติของ น.ส.นิตยา อ่วมรอด อายุ 45 ปี สาวผู้พิการทางสมองมาตั้งแต่กำเนิด ผู้ที่ถูกทางธนาคารออมสิน สาขาฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นธนาคารสาขาต้นเรื่อง ของการปล่อยเงินกู้ กล่าวหาว่า เป็นผู้กู้ธนาคารและไม่ยอมใช้หนี้ ได้เดินทางไปขอเข้าพบ น.ส.จิราภรณ์ สุนทรพงษ์ภัทร ผู้จัดการสาขาดังกล่าว แต่ปรากฎว่าไม่อยู่เนื่องจากเดินทางไปต่างจังหวัด จากนั้นเจ้าหน้าที่ของธนาคารจึงได้นำพาญาติ พร้อมผู้สื่อข่าว เดินทางไปพบกับ นางอัจฉรา เมืองคุ้ม ผู้จัดการธนาคารออมสิน เขตฉะเชิงเทรา ซึ่งประจำอยู่ที่ ธนาคารออมสิน สาขาถนนมหาจักพรรดิ์

           โดย นางอัจฉรา ปฏิเสธที่จะให้ผู้สื่อข่าวทำข่าว โดยอ้างว่าทางผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ไม่อนุญาตให้สัมภาษณ์หรือชี้แจงต่อสื่อ แต่ได้ชี้แจงผ่านกับทางญาติว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าทางสำนักงานทนายความ ซึ่งเป็นคู่สัญญาว่าจ้างให้ดำเนินการแทนธนาคารทางด้านกฎหมาย สำนักงานตั้งอยู่ใน กทม.นั้น ทำงานผิดพลาดและไม่ทราบว่าไปนำเลขบัตรประชาชนของ น.ส.นิตยา อ่วมรอด ผู้พิการมาจากที่ใด โดยผู้ที่กู้เงินจากธนาคารไปนั้น มีตัวตนอยู่จริง คือ น.ส.นิด อ่วมรอด อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ม.11 ต.บางน้ำเปรี้ยว อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นคนละคน กับ น.ส.นิตยา อ่วมรอด

           ซึ่งทางธนาคารก็ต้องขอโทษต่อทางญาติของ น.ส.นิตยา ต่อหน้าสื่อไว้ด้วย ที่ต้องทำให้เดือดร้อน หลังจากนี้จะได้ไปกำชับต่อทางสำนักกฎหมาย ที่ว่าจ้างไว้ให้ทำงานให้รัดกุม มีความถูกต้องแม่นยำมากกว่านี้ นางอัจฉรา กล่าวกับญาติของ น.ส.นิตยา ต่อหน้าสื่อ

           ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบยัง ที่บ้านเลขที่ 15/29 ภายในหมู่บ้านกาญจนธานี ซึ่งตั้งอยู่ในเขต ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา ตามที่หมายจากสำนักบังคับคดีระบุไว้ ว่าเป็นทรัพย์สินที่จะต้องถูกบังคับจำนอง หรือยึดทรัพย์ไว้นั้น พบว่า เป็นบ้านพร้อมที่ดิน ที่ปลูกสร้างเป็นแบบทาวน์เฮ้าส์
กึ่งอาคารพาณิชย์ แบบ 2 ชั้น




เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ชี้เหตุเข้าใจผิด ทวงหนี้เกือบล้านหญิงพิการ โพสต์เมื่อ 3 กันยายน 2553 เวลา 09:59:56 9,983 อ่าน
TOP
x close