HILIGHT NEWS

อาลัย น้องต้นข้าว เจ้าหญิงตัวน้อยกลางป่าใหญ่















เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก youtube.com , รายการคนค้นฅน

          เมื่อหลายปีก่อน ผู้คนจำนวนมากได้รู้จักกับเด็กหญิงตัวน้อย ที่อาศัยอยู่กลางป่าเขา ริมแม่น้ำเงา จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านรายการคนค้นฅน เธออาศัยอยู่กับพ่อและแม่ผู้ซึ่งมีอุดมการณ์ในการหลีกลี้หนีความวุ่นวายของสังคมเมือง หันหน้าเรียนรู้โลกแห่งความจริงในวิถีธรรมชาติ  
 
          น้องต้นข้าว หรือ ด.ญ.ต้นฝน ยอดระบำ ... ชื่อของเธอ ยังปรากฎชัดในความทรงจำของใครหลายคน ในเวลานั้น เด็กหญิงตัวน้อยวัย 3 ขวบเศษ สามารถทำอะไรหลายอย่างจนผู้ใหญ่ต้องอึ้ง รวมถึงความรู้สึกนึกคิดที่น่าประหลาดใจอันได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่ของเธอ
 
          มาวันนี้ ข่าวการจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ได้ปลุกกระแสอาลัยรักเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อมีนักท่องโลกไซเบอร์จำนวนไม่น้อยส่งต่อเรื่องราวการเสียชีวิตของ น้องต้นข้าว โดยมีคนระบุว่า เธอได้จากโลกนี้ไปเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2553 ด้วยอาการป่วยโรคไข้ป่า แน่นอนว่าการที่ น้องต้นข้าว เสียชีวิต นำมาซึ่งความเสียใจของคนเป็นพ่อแม่อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ขณะเดียวกัน ผู้คนที่เคยรับรู้เรื่องราวของ น้องต้นข้าว ต่างก็อาลัยรักเด็กน้อยคนนี้อย่างสุดซึ้งเช่นกัน 
 
          สำหรับใครที่ยังไม่เคยทำความรู้จักกับ น้องต้นข้าว ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2547 ชีวิตของเด็กหญิงต้นฝน ยอดระบำ ไม่ต่างจากนิทาน หรือเรื่องเล่าในนิยาย หากแต่เกิดขึ้นจริงในดินแดนที่มีชื่อเรียกว่า "ไร่ในเงา" ที่นั่น ประกอบไปด้วย วีระศักดิ์  ยอดระบำ ผู้เป็นพ่อ และแม่เก๋ แม่ของน้องต้นข้าว เธอไม่มีเพื่อนอื่นใดในวัยเดียวกัน แต่เด็กน้อยคนนี้ก็ดูมีความสุข และมีพัฒนาการที่ดีเยี่ยมในวัยขนาดนั้น
 
          ชีวิตของ น้องต้นข้าว ไม่เคยลองลิ้มชิมรสอาหารดี ๆ อย่างที่พ่อแม่ในเมืองใหญ่สรรหามาให้ลูก เธอได้กินแต่อาหารที่ขึ้นชื่อว่าถูกลิ้นกับเธอที่สุด กินแต่มังสวิรัติ รู้จักแต่ข้าวกับผักเสียส่วนใหญ่ แต่ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่าพ่อแม่จะไม่เคยนำเนื้อสัตว์มาให้ลูกสาวได้ลิ้มลอง ทว่าสาวน้อยคนนี้ต่างหากที่ไม่เคยคิดอยากจะแตะต้อง แค่เพียงให้ลองเนื้อปลา น้องต้นข้าว ก็เคยถึงกับร้องจ๊ากมาแล้ว
 
          ทุก ๆ วัน เด็กหญิงต้นข้าว แห่งไร่ในเงา จะเรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างสนุก เธอจับช้อนกินข้าวเองได้ตั้งแต่สองขวบเศษ จับเคียวเกี่ยวข้าวก็ยังได้ ร่อนข้าว(เพื่อเอาแกลบออก) ถือเป็นเรื่องสบายมาก นอกจากนี้ น้องต้นข้าว ยังสามารถซักผ้าเอง ตำพริกแกงเอง ยิ่งหากเป็นเรื่องผักหรือสมุนไพร เธอก็รู้จักมากมาย แม้จะไม่ทั้งหมด แต่ก็สามารถที่จะเก็บสมุนไพรมาเพื่อรักษาอาการเจ็บไข้ของผู้เป็นแม่ได้ หรือแม้กระทั่งสรรพคุณของผลไม้บางชนิด สาวน้อยคนนี้ก็สามารถจำขึ้นใจและอธิบายถึงคุณประโยชน์ของมันได้อย่างถูกต้องไม่ผิดเพี้ยน
 
          ในขณะที่เด็ก ๆ ตัวน้อย ๆ กำลังสนุกกับการนั่งเล่นของเล่น สนุกกับเพื่อน หรือนั่งรอพ่อแม่ป้อนข้าว น้องต้นข้าวก็กำลังสนุกกับการเรียนรู้งานบ้านต่าง ๆ จากพ่อแม่ของเธออย่างไม่เคยเบื่อหน่าย ส่วนในยามที่ว่างเว้นจากการงานต่าง ๆ แล้ว เด็กหญิงคนนี้ก็จะทำในสิ่งที่สนใจอย่างการวาดรูป เล่นดนตรี และร้องเพลง น้องต้นข้าว มีสมุดภาพมากมายที่เธอฝากผลงานเอาไว้ เพื่อสร้างโลก ๆ เล็ก ๆ แห่งจินตนาการ และคอยอวดพ่อกับแม่ 
 
          วีระศักดิ์  ยอดระบำ หรือ ยอด ผู้เป็นพ่อ น้องต้นข้าว บอกว่า ครูที่สำคัญที่สุดของลูกสาวคือธรรมชาติ เพราะเธอเติบโตมาอย่างอิสระ และเข้าใจธรรมชาติ มีจิตวิญญาณที่กล้าหาญ มีสนามอันกว้างขวางของไร่ในเงาเป็นที่วิ่งเล่น มีโลกใบเล็กของเธอเองในจินตนาการ ป่าและเขาแห่งนี้เป็นสถานที่บ่มเพาะและหล่อหลอมให้เธอเติบโตเป็นเด็กหญิงที่ช่างคิดช่างฝัน 
 
          อย่างไรก็ตาม ในวิถีการดำเนินชีวิตเช่นนี้ ย่อมมีคนบางกลุ่มเห็นต่าง ด้วยเป็นห่วงเป็นใยใน 2 ชีวิตน้อย ๆ ของครอบครัวยอดระบำ คือ น้องต้นข้าว และน้องชายของเธอ โดยเฉพาะเรื่องการปรับตัวเข้ากับสังคมในอนาคตข้างหน้า หากแต่ผู้เป็นพ่อ ก็ได้อธิบายไว้อย่างแจ่มชัดว่า พวกเขารู้สึกแปลกใจกับความเป็นห่วงเป็นใยจากคนเมือง  เพราะคนที่แสดงความห่วงใยเองก็ยังปรับตัวไม่ได้ ป่วยไข้ ไม่มีความสุข ไม่สุภาพ ขาดความอ่อนน้อมถ่อมตน  หยาบคาย ที่สำคัญส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าโลกและชีวิตเป็นอย่างไร ดังนั้น พวกเขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องปรับตัวเข้ากับเมืองที่ป่วยไข้ เพราะได้ค้นพบดินแดนของตัวเองแล้ว 
 
          และนั่นอาจเป็นคำตอบที่แสดงให้เห็นว่า มาตรฐานชีวิตที่ดีของ น้องต้นข้าว ไม่เหมือนกับคนอื่น ๆ ของสังคม เพราะโลกของเธอมาจากพ่อกับแม่ที่เลือกจะเป็นคนกลุ่มน้อย ซึ่งเป็นคนละความหมายกับการจำกัดโอกาส หรือสร้างกรอบ สร้างกรงขังให้กับลูกที่เกิดมา และวิถีชีวิตดังกล่าว ก็ไม่ได้ตายตัวจนไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ในวันข้างหน้า
 
          ...แม้ว่า น้องต้นข้าว จะมีเวลาอยู่บนโลกที่สวยงามของเธอได้ไม่นานนัก แต่เธอก็มีความสุขในทุกย่างก้าวของชีวิต และเคยได้สร้างมุมคิด รอยยิ้ม และจุดประกายการใช้ชีวิตให้กับผู้คนมากมาย ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่า ร่องรอยแห่งความทรงจำจากเด็กหญิง "ไร่ในเงา" จะยังคงติดตาตรึงใจใครหลายคนไปอีกแสนนาน


          ป.ล. เรียนทุกท่านที่ต้องการร่วมไว้อาลัยถึงน้องต้นข้าว หากเป็นไปได้ขอความกรุณางดการแสดงความคิดเห็นที่จะก่อให้เกิดการกระทบกระเทือนใจต่อครอบครัวของน้องต้นข้าวด้วยนะคะ ด้วยทีมงานเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นครอบครัวก็ยังคงโศกเศร้าและเสียใจอยู่มาก เรามาร่วมให้กำลังใจผู้ที่ยังอยู่ และไว้อาลัยผู้ที่จากไปดีกว่านะคะ

 

















ขอขอบคุณข้อมูลจาก
 

เรื่องอื่นๆ
  1. พี่เลี้ยงเวียดนามสุดโหด! ทำร้ายเด็กวัย 3 ขวบ
  2. ภรรยาหลวงแค้น! ตีสามีจนตายเหตุนอกใจ
  3. เจ้าหน้าที่เผยรู้ตัว โจรใต้ ที่ปล้นค่ายทหารแล้ว
  4. แม่ใจยักษ์ทิ้งทารกแรกเกิด ที่ถังขยะหมอชิต
  5. จุรินทร์ เตือนน้ำมันทอดซ้ำปรับ 5 หมื่น
  6. สภาไฟเขียวขึ้นเงินเดือนตำรวจชั้นประทวน
  7. มติสภาผ่านร่างกฎหมาย 1 ขวบ มีบัตรประชาชน
  8. ดีเดย์ 1 ก.พ. ผู้ขับรถสาธารณะไร้แอลกอฮอล์
  9. จตุพร พรหมพันธุ์ อ้างทหารประชุมลับ ถกรัฐประหาร
  10. ทักษิณ ชินวัตร ทวีตอวยพรตรุษจีน บอกแฟนคลับพบกันเร็ว ๆ นี้

เรื่องน่าสนใจ