HILIGHT NEWS

ออมสิน อนุมัติรีไฟแนนซ์ หนี้บัตรเครดิตแล้ว

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<





            

           ธนาคารออมสิน แจง ยอดลูกค้ายื่นขอรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต รวม 5,793 ราย คิดเป็นวงเงินกว่า 749 ล้านบาท อนุมัติแล้ว 254 ราย วงเงิน 25.03 ล้านบาท

           ความคืบหน้าการดำเนินโครงการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ผ่านทางธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันที่ 1 - 10 มิถุนายน 2554 มีผู้สนใจยื่นผ่าน 650 สาขาทั่วประเทศ จำนวนขอกู้บัตรรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตกว่า 5,793 ราย วงเงินกว่า 749.7 ล้านบาท ทั้งนี้ทางธนาคารได้มีการอนุมัติวงเงินดังกล่าวไปแล้วจำนวน 254 ราย คิดเป็นวงเงิน 25.03 ล้านบาท






[2 มิถุนายน] เริ่มแล้ว!  ลดหนี้บัตรเครดิต ช่วยเหลือลูกหนี้

            จากกรณีที่สถาบันการเงิน 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ได้ร่วมมือกันเปิดโครงการ "ลดหนี้บัตรเครดิต" เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ที่มีภาระหนี้บัตรเครดิต และมีวินัยทางการเงิน  โดยวงเงินของโครงการรวม 3 ธนาคาร อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 เดือน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ (1 มิถุนายน) ถึงสิ้นเดือน สิงหาคม 2554 นั้น …

           เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายประสิทธิ์ อำภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการลดภาระดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิต พร้อมเปิดการให้สินเชื่อแล้ว โดยทางธนาคารจะให้สินเชื่อเพื่อชำระหนี้กับลูกหนี้บัตรเครดิตรายที่มีเงื่อนไขชำระเงินขั้นต่ำได้ตามใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิต และเป็นลูกหนี้ที่ดี ณ วันที่ 30 เมษายน  2554 เป็นต้นไป

           นายประสิทธิ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในการให้กู้นั้น ทางธนาคารจะให้ลูกหนี้กู้เพื่อนำเงินไปชำระหนี้บัตรเครดิตเต็มตามจำนวนของแต่ละบัตร และยกเลิกการใช้บัตรเครดิตใบนั้น แต่สำหรับกรณีที่มีหลายบัตร ลูกหนี้สามารถกู้ชำระเพียงบัตรใบใดใบหนึ่ง หรือทุกบัตรก็ได้ โดยธนาคารจะให้กู้ได้ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และเมื่อรวมกันวงเงินสินเชื่อประเภทอื่น ๆ ที่เป็นสินเชื่อบุคคลที่มีอยู่กับธนาคาร ต้องไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือน โดยให้ผ่อนชำระเงินต้น พร้อมดอกเบี้นเป็นรายเดือน ๆ  ละเท่า ๆ กัน ภายในเวลา 1-3 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยMRR บวก 2.5% ต่อปี ปัจจุบันเท่ากับ 10% ต่อปี

           สำหรับโครงการลดภาระดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิตที่กู้ผ่านธนาคาร ลูกหนี้ก็ยังสามารถทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองอุบัติเหตุ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตได้ โดยเสียค่าเบี้ยประกัน 440 บาทต่อปี สำหรับวงเงินคุ้มครอง 100,000 บาท เบี้ยประกัน 880 บาทต่อปี สำหรับวงเงินคุ้มครอง 200,000 บาท และเบี้ยประกัน 1,320 บาทต่อปี สำหรับวงเงินคุ้มครอง 300,000 บาท
 
           ทั้งนี้ นายประสิทธิ์ กล่าวปิดท้ายว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ลูกหนี้มีวินัยทางการเงิน ทางธนาคารได้จัดแพ็คเกจสำหรับลูกหนี้ที่ผ่อนชำระตรงเวลา โดยลดดอกเบี้ยลง 0.50% สำหรับลูกหนี้ผ่อนชำระตรงเวลา 1ปี และลดดอกเบี้ยลง 1% ในปีถัดมา อย่างไรก็ตาม ถ้าหากลูกหนี้ผ่อนชำระตามเงื่อนไขตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ เมื่อชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว ทางธนาคารจะให้สิทธิในการกู้สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏและสินเชื่ออเนกประสงค์  โดยปีแรกจะลดดอกเบี้ยให้ 3.50% ต่อปี


นายกรณ์ จาติกวณิช



 [27 พฤษภาคม] กรณ์ ยัน รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตไม่ใช่นโยบาย


          รมว.คลัง ยัน นโยบายรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต ไม่ใช่นโยบายหาเสียงช่วงเลือกตั้ง มั่นใจ 10,000 ล้านบาท พอ

          นายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง พยายามแก้ไขปัญหาหนี้ภาคประชาชนมาโดยตลอด โดยเริ่มจากการแก้หนี้นอกระบบ จนถึงนโยบายรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต  ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข เพราะประชาชนรอความช่วยเหลืออยู่ และขอยืนยันว่าการผลักดันนโยบายดังกล่าวในช่วงนี้ไม่ใช่เพื่อหาเสียงเลือกตั้งแต่อย่างใด โดยไม่แปลกใจที่นายแบงก์ส่วนใหญ่ จะมีมุมมองต่อนโยบายรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตในลักษณะดังกล่าว เพราะธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ที่ทำธุรกิจบัตรเครดิตมีส่วนได้ส่วนเสียกับนโยบายดังกล่าว

          นอกจากนี้ ยังยืนยันด้วยว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินชดเชยให้แบงก์รัฐทั้ง 3 แห่ง ที่รับรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต เพราะเป็นเงื่อนไขทางธุรกิจของแต่ละแบงก์ และไม่ถือว่าเป็นการแทรกแซงของภาครัฐ โดยยืนยันว่า นโยบายดังกล่าวออกมาเพื่อเป็นทางเลือก และให้โอกาสลูกหนี้ที่ดี ในการลดภาระการจ่ายหนี้ และเชื่อว่าเม็ดเงิน 10,000 ล้านบาทจะเพียงพอต่อความต้องการ



รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

[25 พฤษภาคม] KTC เชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ไม่กระทบมาก


          ผู้ให้บริการบัตรเครดิตเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตทำลูกค้าหดแค่ 10%

          นายนิวัตต์ จิตตาลาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี กล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลที่จะเปิดรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต เพื่อแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าบัตรเครดิตว่า โครงการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อธุรกิจบัตรเครดิตอย่างแน่นอน เพราะจะมีลูกค้าที่ต้องการชำระหนี้ให้หมดเข้าร่วมโครงการนี้ แต่ก็คงไม่ส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากโครงการนี้มีวงเงินเพียง 10,000 ล้านบาท แต่ยอดเงินใช้จ่ายหมุนเวียนในธุรกิจบัตรเครดิตมีถึง 190,000 ล้านบาท ซึ่งเทียบกันแล้วมีสัดส่วนน้อยกว่ามาก

          นอกจากนี้ นายนิวัตต์ ยังกล่าวต่อด้วยว่า เบื้องต้นคาดการณ์ว่าผู้ให้บริการบัตรเครดิตทุกรายจะสูญเสียลูกค้าไปราว 10% เท่านั้น เพราะตามหลักเกณฑ์ลูกค้าที่จะเข้าร่วมโครงการรีไฟแนนซ์ต้องเลิกใช้บัตรเครดิตนั้น แต่เชื่อว่าลูกค้าหลายรายยังจำเป็นต้องใช้บัตรเครดิตอยู่ จึงอาจไม่ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว หรือต้องพิจารณาให้ละเอียดอีกครั้งก่อนตัดสินใจ





[24 พฤษภาคม] ผู้ว่าฯ ธปท. เตือนลดหนี้บัตรเครดิต ชี้ช่องคนเบี้ยวหนี้
 
         ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย  เตือนลดหนี้บัตรเครดิต สร้างนิสัยคนเบี้ยวหนี้ บิดเบือนกลไก ร้ายถึงขั้นเสียวินัยการคลัง
 
          จากกรณีที่สถาบันการเงิน 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ได้ร่วมมือกันเปิดโครงการ "ลดหนี้บัตรเครดิต" เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีวินัยทางการเงิน โดยวงเงินของโครงการรวม 3 ธนาคาร อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนถึงสิ้นเดือน สิงหาคม 2554 โดยจะช่วยเหลือผู้ที่มีสถานะหนี้บัตรเครดิตปกติ (PL) นับตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2554 เป็นต้นไปนั้น
 
          เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.มีความเป็นห่วงมาตรการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตด้วยอัตราดอกเบี้ย 10% ของรัฐบาล จะเป็นการสร้างวัฒนธรรมวินัยทางการเงินที่ไม่ดีแก่ผู้ถือบัตรเครดิต ซึ่งโดยปกติถ้าเป็นหนี้ก็ต้องมีการชำระหนี้เอง
 
           นอกจากนั้น รัฐบาลอาจเสียวินัยทางการคลัง หากมาตรการดังกล่าวเกิดความเสียหายจากกลไกการกำกับมีจุดอ่อน ดังนั้น จึงหนีไม่พ้นที่จะต้องนำภาษีประชาชนมาแก้ไขปัญหา และกลายเป็นการนำภาษีคนส่วนใหญ่มาช่วยคนส่วนน้อยซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
 
          ทางด้าน นายบัณฑูร ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สถาบันการเงินผู้ให้บริการบัตรเครดิต จะได้รับผลกระทบจากมาตรการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตของรัฐบาลบ้าง จากลูกค้าที่โอนหนี้ไป แต่ยังไม่สามารถระบุความเสียหายได้อย่างชัดเจนว่าจะกระทบต่อธนาคารมากน้อยเพียงใด

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต คืออะไร

          สำหรับการ รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต คือ โครงการลดภาระดอกเบี้ยบัตรเครดิต หรือการรีไฟแนนซ์ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีวินัยทางการเงิน ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่ลูกค้าเคยผ่อนชำระ โดยเงื่อนไขของโครงการ รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต จะต้องเป็นบุคคลทั่วไปที่เป็นหนี้บัตรเครดิตที่มีสถานะปกติ คือ ไม่ติดเอ็นพีแอล. ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2554 เป็นต้นไป และเป็นผู้ที่มีความสามารถในการชำระหนี้ตามเกณฑ์ของธนาคาร ไม่ต้องมีผู้ค้ำ วงเงินให้กู้ไม่เกิน 5 เท่า หรือเงินเดือน หรือรายได้ปัจจุบัน แต่ไม่เกิน 300,000 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 1-3 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อปี เริ่มโครงการตั้งแต่ 1 มิถุนายน - สิ้นเดือนสิงหาคม 2554

          ทั้งนี้ จากข้อมูลหนี้บัตรเครดิตทั้งระบบ ขณะนี้อยู่ที่ 1.9 แสนล้านบาท เป็นลูกหนี้ที่ประวัติดี 1.5 แสนล้านบาท ที่เหลือเป็นลูกหนี้ผ่อนชำระดอกเบี้ย หรือชำระขั้นต่ำ 10 % ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 35 % หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่กำหนดให้เข้าร่วมโครงการได้ แต่ก็คาดว่าธนาคารพาณิชย์เจ้าของบัตรจะมีการเสนอเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ เพื่อดึงลูกค้าไว้ ทำให้คาดว่าจะเหลือลูกหนี้เข้าร่วมโครงการประมาณ 20 % หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท

          อย่างไรก็ตาม โครงการ รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต จะไม่รับรีไฟแนนซ์บัตรของกลุ่มนอนแบงค์ เช่น อิออน ยูเมะพลัส หรือเฟิร์สช้อยส์ และสินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรกดเงินสด ซึ่งกลุ่มนี้จะมีการพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ผู้ถือบัตรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรากหญ้า และกลุ่มแรงงาน ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะทำบัตรเครดิต กับธนาคารพาณิชย์ได้

เอกสารยื่น รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

          - หลักฐานใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต
          - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้าน
          - เอกสารแสดงรายได้เช่น สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานอื่นที่แสดงการมีรายได้ที่เชื่อถือได้
          - หนังสือแสดงเจตจำนงค์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องทำกับธนาคารว่าจะไม่ก่อภาระหนี้บัตรเครดิตเพิ่มเติมเป็นระยะเวลา 1 ปี
          - ผู้ที่มีบัตรเครดิตมากกว่า 1 ใบ บัตรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องคืนก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ








[23 พฤษภาคม] ลูกหนี้เฮ! เปิดรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต 1 มิ.ย.นี้

          ลูกหนี้เฮ! รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตเปิดตัว 1 มิ.ย.  ในวงเงินไม่เกิน 3 แสน ผ่อน 3-5 ปี ไม่ต้องมีผู้ค้ำ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ทางกระทรวงการคลังจะทำการเปิดตัว "โครงการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต" ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 3 แห่ง คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โดยได้ตกลงรายละเอียดและเงื่อนไข เพื่อใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกแห่ง เพื่อที่จะให้ลูกหนี้บัตรเครดิตยื่นขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารทั้ง 3 แห่ง ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป พร้อมกำหนดเวลาสิ้นสุดโครงการสิ้นปีนี้ หรือจนกว่าวงเงินเบื้องต้น หมื่นล้านบาทจะหมด






          โดย นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่ แต่เดิมทางกระทรวงการคลังจะใช้เงินในโครงการถึง 50,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันพบว่า  ลูกหนี้มีหนี้บัตรเครดิตทั้งระบบ 190,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นลูกหนี้ที่มีประวัติดี จำนวน 150,000 ล้านบาท และมีลูกหนี้ที่ผ่อนชำระหรือจ่ายชำระขั้นต่ำ 10% คิดเป็นวงเงิน 50,000 ล้านบาท โดยลูกหนี้กลุ่มนี้จะเป็นเป้าหมายที่จะได้รับการช่วยเหลือ  ทั้งนี้กระทรวงการคลังเล็งเห็นว่า ทางธนาคารเจ้าของบัตร น่าจะต้องปรับตัว ยื่นเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า จึงได้เปิดโครงการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตขึ้น

          พร้อมกันนี้ ยังได้แจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับวงเงิน 10,000 ล้านบาทว่า ทางธนาคารออมสินจะรับเงินไปดำเนินการ  4,500 ล้านบาท ธนาคารกรุงไทย 4,500 ล้านบาท และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย  1,000 ล้านบาท โดยทั้ง 3 ธนาคาร จะคิดดอกเบี้ยเท่ากันคือ 10% และจำกัดวงเงินต่อรายไม่เกินรายละ 300,000 บาท และไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน และไม่ได้ต้องขึ้นทะเบียนลูกหนี้ที่ธนาคารใดธนาคารหนึ่ง

          ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะรับรีไฟแนนซ์เฉพาะลูกหนี้บัตรเครดิตที่มีประวัติผ่อนชำระที่ดี โดยไม่รวมสินเชื่อส่วนบุคคล และไม่รวมบัตรกดเงินสดต่าง ๆ โดยจะมีเวลาผ่อนชำระ 3-5 ปี และไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน

          อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตวงเงิน 10,000 ล้านบาท ยังคงต้องมีการประเมินผลอีกครั้ง เพื่อสำรวจความต้องการของลูกหนี้ ซึ่งถ้าหากลูกหนี้ต้องการวงเงินที่สูงกว่านี้  อาจจะมีการขยายวงเงินได้

          ทางด้าน นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธอท. กล่าวว่า  พร้อมจะปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว  ซึ่งคุณสมบัติของผู้ที่จะยื่นเข้าโครงการ จะเป็นลูกหนี้ที่ดี ไม่มียอดค้างชำระ และให้วงเงินรายละไม่เกิน 300,000 บาท รวมทั้งคิดอัตรากำไรที่ 10% ซึ่งทาง ธอท. สามารถรับได้ เพราะคุณสมบัติของลูกหนี้ดังกล่าว ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ และเป็นกลุ่มที่มีรายได้แน่นอน




คลิป ข่าว รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต





อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
   
เรื่องอื่นๆ
  1. เลือกตั้งดุยิงดับ นายก อบต.โผงเผง หัวคะแนน สมศักดิ์
  2. ปิดวิภาวดี จับเด็กแว้น ยึด จยย.กว่า 100 คัน
  3. แผ่นดินไหว 5.3 ริกเตอร์ นอกฝั่งเกาะมินดาเนา ฟิลิปปินส์
  4. เดือด! แย่งน้ำรดดอกกุหลาบ ยิงกันตายคาสวน
  5. ฟันพระ ญาติสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มรณภาพคากุฏิ
  6. กัมพูชา เผย ประวิตร รับผู้สังเกตการณ์อินโดแล้ว
  7. อ่อนแอบ้างก็ได้นะ
  8. เศร้า! พ่อเช่าเรือจัดวันเกิดลูก พายุซัดเรือล่ม ลูกดับ
  9. ช็อก!! หนุ่มอเมริกัน มีเซ็กส์กับรถกว่าพันคัน
  10. ฉาว! ตำรวจตากแหกด่าน ขนแรงงานต่างด้าว

เรื่องน่าสนใจ