เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3
เยอรมนียอมคืนเครื่องบินส่วนพระองค์แล้ว หลังรัฐบาลไทยวางเงินค้ำประกัน 38 ล้านยูโร "มาร์ค" เผยเป็นเงินประกันในคดีหลัก ไม่ใช่คดีเครื่องบิน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางการเยอรมนีได้ยอมคืนเครื่องบินส่วนพระองค์แล้ว หลังจากที่รัฐบาลไทยได้วางเงินประกันในคดีหลัก ไม่ใช่คดีเครื่องบิน ซึ่งเป็นเงินรัฐบาล
ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางศาลเยอรมนีได้ถอนอายัดเครื่องบินส่วนพระองค์แล้ววันนี้ หลังจากที่รัฐบาลไทยได้นำหนังสือค้ำประกันเต็มจำนวนความเสียหายแล้ว จำนวน 38 ล้านยูโร เป็นค่าเสียหายที่มีการฟ้องร้องเรา ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการดำเนินการต่อสู้คดี รวมถึงการดำเนินการในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ดังนั้นเมื่อมีการวางค้ำประกันเต็มจำนวนแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอาผิดเพิ่มเติมอีก และไม่มีสิทธิ์ในการอายัดเครื่องบิน โดยขณะนี้เอกอัครราชทูตไทยได้มีการประสานงานหลังจากที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ ศาลสูงสุดแห่งรัฐเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ให้ดำเนินการอายัดเครื่องบินพระที่นั่งในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารซึ่งเป็นเครื่องบินส่วนพระองค์ไว้เป็นของกลาง ในคดีพิพาทระหว่างบริษัท วอลเตอร์ บาว เอจี กับรัฐบาลไทยและศาลแขวงแลนส์ฮูต ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ให้วางเงินประกันจำนวน 20 ล้านยูโรเพื่อถอนอายัดเครื่องบินพระที่นั่ง
[9 สิงหาคม] ร้องกองปราบฯ โทษมาร์ค-กษิต ทำ โบอิ้ง ถูกยึดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางการเยอรมนีได้ยอมคืนเครื่องบินส่วนพระองค์แล้ว หลังจากที่รัฐบาลไทยได้วางเงินประกันในคดีหลัก ไม่ใช่คดีเครื่องบิน ซึ่งเป็นเงินรัฐบาล
ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางศาลเยอรมนีได้ถอนอายัดเครื่องบินส่วนพระองค์แล้ววันนี้ หลังจากที่รัฐบาลไทยได้นำหนังสือค้ำประกันเต็มจำนวนความเสียหายแล้ว จำนวน 38 ล้านยูโร เป็นค่าเสียหายที่มีการฟ้องร้องเรา ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการดำเนินการต่อสู้คดี รวมถึงการดำเนินการในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ดังนั้นเมื่อมีการวางค้ำประกันเต็มจำนวนแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอาผิดเพิ่มเติมอีก และไม่มีสิทธิ์ในการอายัดเครื่องบิน โดยขณะนี้เอกอัครราชทูตไทยได้มีการประสานงานหลังจากที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ ศาลสูงสุดแห่งรัฐเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ให้ดำเนินการอายัดเครื่องบินพระที่นั่งในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารซึ่งเป็นเครื่องบินส่วนพระองค์ไว้เป็นของกลาง ในคดีพิพาทระหว่างบริษัท วอลเตอร์ บาว เอจี กับรัฐบาลไทยและศาลแขวงแลนส์ฮูต ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ให้วางเงินประกันจำนวน 20 ล้านยูโรเพื่อถอนอายัดเครื่องบินพระที่นั่ง
ร้องกองปราบฯ กล่าวโทษ "อภิสิทธิ์ - กษิต" ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จนทำให้ เยอรมนีอายัดเครื่องบินโบอิ้ง 737 ชี้อนุญาโตฯ ให้จ่ายค่าทดแทน แต่รัฐบาลไม่ยอมแก้ปัญหา กรมการบินพลเรือนยันรัฐบาลทำตามหน้าที่แล้ว
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) วันที่ 8 สิงหาคม นายจุติพงษ์ พุ่มมูล เลขาธิการชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย และนายพันธุ์ศักดิ์ ซาบุ นายทะเบียน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป., พ.ต.ท.ศราวุธ โชติสุวรรณ พงส.(สบ 2) กก.1 บก.ป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.การต่างประเทศ
ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในกรณีที่บริษัท วอลเตอร์ บาว ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีข้อพิพาทอนุญาโตตุลาการกับประเทศไทย ได้ยื่นคำร้องต่อศาลสูงสุดกรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ให้มีคำสั่งอายัดชั่วคราวเครื่องบินโบอิ้ง 737 พระราชพาหนะ
โดยนายจุติพงษ์กล่าวว่า คดีนี้ถือว่าถึงที่สุดแล้วแต่ก็ยังไม่ดำเนินการใด ๆ จนเป็นปัญหาบานปลายทำให้เยอรมนีต้องอายัดเครื่องบิน ปัญหาดังกล่าวควรจะยุติไปนานแล้ว เพราะอนุญาโตตุลาการชี้ชัดแล้วว่าให้ชำระค่าทดแทน ซึ่งเห็นได้ว่ารัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่ไม่ยอมแก้ จึงกลายเป็นปัญหาคาราคาซัง
ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ศราวุธ รับเรื่องและสอบปากคำผู้ร้องไว้ ก่อนนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อสั่งการต่อไป
แหล่งข่าวจากกรมการบินพลเรือนเปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดว่า ชมรมดังกล่าวร้องทุกข์กล่าวโทษการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ในประเด็นใด แต่เมื่อพิจารณาจากข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ตามสื่อทั่วไป จะเห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้พยายามดำเนินการแก้ไขปัญหา ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่แล้ว
"เบื้องต้นศาลจะเป็นผู้พิจารณาคำร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อพิจารณาว่าจะต้องมีการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมารับการไต่สวนหรือไม่ หากคำร้องไม่มีมูล ศาลก็อาจจะไม่รับพิจารณาคดีต่อ" แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวยังแจ้งถึงความคืบหน้า ในการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาโบอิ้ง 737 ถูกอายัดว่า ปัญหาการอายัดเครื่องบินเป็นคดีรอง คดีหลักเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างกรมทางหลวง ซึ่งเป็นผู้ให้สัมปทานแก่ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) (โทลล์เวย์) และบริษัท วอลเตอร์ บาว หนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาแก้ไขข้อพิพาท โดย ครม.มอบหมายให้ทีมอัยการสูงสุดของไทยเดินทางไปเจรจาแก้ไขปัญหาที่ประเทศเยอรมนี
ทั้งนี้ หากรัฐบาลไทยสามารถเจรจาเกี่ยวกับคดีหลักได้ข้อยุติและตกลงกันได้ด้วยดี คดีรองก็จะหมดสภาพไปโดยปริยาย ปัญหาการอายัดโบอิ้ง 737 จะยุติลงไปด้วยตามผลของรูปคดีหลัก
[3 สิงหาคม]รัฐบาลรับผิดชอบคดียึดโบอิ้ง 100% เร่งยุติคดี
รัฐบาลเข้ารับผิดชอบคดียึดโบอิ้ง 100% ไม่ต้องใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ดำเนินการแล้ว เร่งหาข้อยุติไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
สืบเนื่องจากสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ออกแถลงการณ์กรณีเยอรมนีอายัดเครื่องบินพระที่นั่งส่วนพระองค์ฯ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อนำไปใช้ในการระงับข้อพิพาทดังกล่าวนั้น
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาแถลงถึงกรณีดังกล่าวว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารไม่ต้องใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ดำเนินการแล้ว แต่จะเป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะเข้าไปรับผิดชอบร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยจะดำเนินการในคดีใหญ่และเมื่อเริ่มดำเนินคดีใหญ่ก็จะยกเลิกการอายัดเครื่องบินไปโดยปริยาย
โดยในขณะนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดได้เร่งดำเนินการแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการปรึกษาหารือในรายละเอียดกับทนายที่เยอรมนี โดยคณะอัยการจะเดินทางไปกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ในวันที่ 3 สิงหาคม และจะพยายามเร่งรัดให้เสร็จภายในเดือนนี้ โดยให้ได้ข้อยุติที่ดี เพื่อไม่ให้เรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบกระเทือนหรือลุกลามไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัทวอลเตอร์บาว ขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะฟ้องกลับบริษัทวอลเตอร์บาวหรือไม่ในความผิดใช้สิทธิ์ไม่สุจริตในการร้องศาลเบอร์ลินในการอายัดเครื่องบินดังกล่าว
[2 สิงหาคม]กษิต เผยคดีโบอิ้งจบแล้ว ลุยต่อวอลเตอร์บาว
รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเผย กรณีโบอิ้งจบแล้ว ต่อจากนี้ไปรัฐบาลไทยจะต้องเร่งดำเนินการทางกฎหมายกับวอลเตอร์บาว
นายกษิต ภิรมย์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีโบอิ้ง 737 ว่า กรณีดังกล่าวอยู่ในชั้นศาลเบอร์ลิน แต่เมื่อมีพระราชวินิจฉัยในการใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการระงับข้อพิพาทก็ถือว่าคดีจบแล้ว พร้อมกล่าวว่า ในขั้นตอนต่อมาจะเป็นเรื่องการสู้คดีหลักระหว่างรัฐบาลไทยและบริษัทวอลเตอร์บาวว่า จะฟ้องกลับในฐานความผิดใช้สิทธิ์ไม่สุจริตในการร้องศาลเยอรมนีเพื่ออายัดเครื่องบินหรือไม่ ซึ่งในขั้นตอนนี้จะเป็นหน้าที่หลักของอัยการสูงสุดในการดำเนินการ
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา นายอำพล กิตติอำพล เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังการประชุมรัฐมนตรีนัดพิเศษว่า ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสู้คดีเครื่องบินโบอิ้ง 737 จากกรณีที่ศาลสูงสุดเยอรมนี ได้มีคำสั่งให้ดำเนินการอายัดเครื่องบินโบอิ้ง 737 ไว้เป็นของกลางในคดีพิพาทระหว่าง บริษัท วอเตอร์ บาว และรัฐบาลไทย
ส่วนกรณีที่หน่วยราชการในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ออกแถลงการณ์พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อนำไปใช้ในการระงับข้อพิพาทดังกล่าวนั้น ทางคณะรัฐมนตรีรับทราบพระราชบัณฑูร (มีพระราชดำรัสสั่ง) และให้ยึดแนวพระราชวินิจฉัยเพื่อระงับข้อพิพาทโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ซึ่งขณะนี้ทางอัยการสูงสุด และ ครม.รับทราบในหลักการให้ไปดำเนินการแล้ว พร้อมทั้งให้มีมาตรการพิทักษ์ทรัพย์คนไทยในต่างประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี เพราะคดีดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด อาจมีฝ่ายอายัดทรัพย์ตามไปอายัดทรัพย์ของบุคคลที่สามได้
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา นายอำพล กิตติอำพล เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังการประชุมรัฐมนตรีนัดพิเศษว่า ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสู้คดีเครื่องบินโบอิ้ง 737 จากกรณีที่ศาลสูงสุดเยอรมนี ได้มีคำสั่งให้ดำเนินการอายัดเครื่องบินโบอิ้ง 737 ไว้เป็นของกลางในคดีพิพาทระหว่าง บริษัท วอเตอร์ บาว และรัฐบาลไทย
ส่วนกรณีที่หน่วยราชการในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ออกแถลงการณ์พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อนำไปใช้ในการระงับข้อพิพาทดังกล่าวนั้น ทางคณะรัฐมนตรีรับทราบพระราชบัณฑูร (มีพระราชดำรัสสั่ง) และให้ยึดแนวพระราชวินิจฉัยเพื่อระงับข้อพิพาทโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ซึ่งขณะนี้ทางอัยการสูงสุด และ ครม.รับทราบในหลักการให้ไปดำเนินการแล้ว พร้อมทั้งให้มีมาตรการพิทักษ์ทรัพย์คนไทยในต่างประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี เพราะคดีดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด อาจมีฝ่ายอายัดทรัพย์ตามไปอายัดทรัพย์ของบุคคลที่สามได้
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก








