แอพแรกที่คุณเลือก

เปิดมหกรรมรถคันแรก วันนี้ จนท. เตรียมงานคึกคัก

 
 



เปิดมหกรรมรถคันแรกวันนี้จนท.เตรียมงานคึก (ไอเอ็นเอ็น)

          บรรยากาศเปิดมหกรรมรถคันแรก วันนี้ จนท. เตรียมงานคึกคัก ปชช. เริ่มทยอยรอชมงาน คาด นายกฯ เปิดงาน 10.25 น.

          บรรยากาศในช่วงเช้า ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเปิดโครงการรถคันแรกในวันนี้ เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีเจ้าหน้าที่ได้เร่งมือเพื่อเตรียมความพร้อมของงาน ทั้งการซักซ้อมคิว การเคลียร์พื้นที่ในการรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกต่างๆ ขณะที่ประชาชนให้ความสนใจในโครงการรถคันแรกนั้น ก็ได้เริ่มทยอยเดินทางมาบางส่วนแล้ วเพื่อรอเข้าชมงานในวันนี้

       อย่างไรก็ตามในเวลา 10.25 น. นำโดย นายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเป็นผู้เดินทางมาเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมมีการถ่ายถอดสดด้วย






[6 ตุลาคม]  คลังชงครม.ปลดล็อกรถคันแรก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3

          อธิบดีสรรพสามิตคนใหม่เร่งสางปัญหา "รถยนต์คันแรก" ชง ครม. 11 ต.ค.นี้ ปลดล็อกเงื่อนไขให้ไฟแนนซ์ หลังเริ่มมาตรการแล้วแต่ไฟแนนซ์ไม่ยอมปล่อยกู้  

          นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 ตุลาคมนี้ กรมสรรพสามิตจะเสนอที่ประชุมมีมติเกี่ยวกับเรื่องการปลดล็อกการโอนรถยนต์ก่อน 5 ปี ให้กับกลุ่มธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ (ไฟแนนซ์) ที่ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ซื้อรถยนต์คันแรก ซึ่งเงื่อนไขจะต้องชัดเจนเพื่อให้ไฟแนนซ์มั่นใจว่า กรณีที่ลูกค้าไม่สามารถผ่อนชำระได้ และต้องยึดคืนรถยนต์ก่อน 5 ปี ทางไฟแนนซ์จะสามารถนำรถคันดังกล่าวไปขายต่อและโอนเปลี่ยนมือได้

          "ทราบมาว่าไฟแนนซ์ยังกังวลและไม่ยอมปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ซื้อรถยนต์คันแรก เพราะกลัวว่าลูกค้าจะทิ้งการผ่อนชำระค่างวด เมื่อได้เงินค่าภาษีคืนไปแล้ว โดยเรื่องนี้จะชัดเจนก่อนที่กรมฯ จะจัดงานเปิดตัวมหกรรมรถคันแรก ในระหว่างวันที่ 11-14 ต.ค.นี้ ที่ไบเทค บางนา" นางเบญจา กล่าว

          นอกจากนี้ อาจจะขอหารือ ครม. ให้มีข้อสรุปที่ชัดเจนในประเด็นที่มีค่ายรถยนต์ต่างประเทศรายหนึ่ง ระบุว่าจะยื่นฟ้องว่ามาตรการดังกล่าวของไทยทำผิดเงื่อนไขการค้าเสรีด้วย

          นางเบญจากล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2554 ที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ที่ 3.99 แสนล้านบาท ถือว่าเกินเป้าหมาย ขณะที่ปีงบประมาณ 2555 นี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 4.05 แสนล้านบาท โดยแนวทางหารายได้กำลังพิจารณาว่าดำเนินการในส่วนใดได้บ้าง ซึ่งเบื้องต้นจะเน้นสินค้าที่ทำลายสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก อย่างไรก็ดี ตัวเลขเป้าหมายดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่ากรมฯ ต้องกลับมาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่ 5.30 บาทต่อลิตรเหมือนเดิมด้วย



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






รถคันแรก


[28 กันยายน] รมว.คลัง เคาะแล้ว รถคันแรกใช้เกณฑ์เดิม-ไม่เพิ่มซีซี
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3

            รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เคาะแล้ว รถคันแรกใช้เกณฑ์เดิม ไม่เพิ่มขนาดซีซี, รถนำเข้า เปิดตัวโครงการ 11 ต.ค.นี้ ที่ไบเทค บางนา

            นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการรถคันแรก ในขณะนี้ได้ข้อสรุปทั้งหมดแล้ว ภายหลังการหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และกรมสรรพสามิต โดยกระทรวงการคลังจะยึดหลักการเดิมในการดำเนินโครงการดังกล่าว โดยจะไม่มีการขยายความจุกระบอกสูบเครื่องยนต์จาก 1,500 ซีซี เป็น 1,600 ซีซี รวมทั้งไม่ขยายให้รถนำเข้าจากต่างประเทศเข้าร่วมโครงการ อย่างไรก็ตามมั่นใจว่า โครงการดังกล่าวจะไม่เป็นการขีดกันทางการค้า ซึ่งทางกระทรวงการคลังพร้อมอธิบายให้กับผู้ประกอบการได้เข้าใจ

            นายบุญทรง กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ส่วนสถานที่ในการแถลงเปิดตัวโครงการนั้น จะจัดขึ้นในวันที่ 11 ตุลาคม นี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

            รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยังเปิดเผยว่า โครงการบ้านหลังแรกได้มีการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาปรับเปลี่ยนหลักการบางส่วน เมื่อวานที่ผ่านมา โดยได้ปรับยืดระยะเวลาขอใช้สิทธิ์ทางภาษีได้ ถึงปี 2559 และหากยื่นใช้สิทธิ์แล้ว จะต้องดำเนินการติดต่อกันเป็นระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้ ยังได้ปรับเปลี่ยนจากการลดหย่อนภาษี เป็นการยกเว้นภาษีเท่ากับภาระภาษีในแต่ละปี แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อ

            นายบุญทรง กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ส่วนมาตรการเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่มีรายได้ ไม่ถึงหลักเกณฑ์ภาษีนั้น จะมีการหารือร่วมกับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการออกมาตรการเพิ่มเติม โดยเบื้องต้น คาดว่าจะเป็นบ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท และคิดอัตราดอกเบี้ย 0% เป็นระยะเวลา 3 ปี หากได้ข้อสรุปแล้ว จะมีการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้พิจารณาในสัปดาห์หน้า


 
 
 
[27 กันยายน]  จับตาแผนปรับแพ็คแกจ รถคันแรก เข้า ครม.วันนี้



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


          กรมสรรพสามิต เตรียมข้อเสนอใหม่มาตรการ รถคันแรก เพิ่มขนาดเครื่องยนต์-ไม่จำกัดเครื่องยนต์-ให้สิทธิ์รถนำเข้า ยื่นให้กับ ครม.วันนี้

          นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ในการประชุม ครม. วันนี้ (27 กันยายน) ทางกรมสรรพสามิต จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมโครงการรถยนต์คันแรก ที่ได้เริ่มโครงการตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา โดยจะยังคงยึดหลักการเดิม แต่จะมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นอีก 2-3 ข้อ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มากขึ้น

          โดยประเด็นที่จะพิจารณาเพิ่มเติมนั้น มีทั้งเรื่องรถยนต์นำเข้า รุ่น และขนาดเครื่องยนต์ รวมไปถึงการผ่อนไฟแนนซ์ ส่วนประเด็นในการเปิดกว้างเรื่องขนาดของเครื่องยนต์นั้น จะจำกัดราคาไม่เกินคันละ 1 ล้านบาท และสำหรับรถปิกอัพนั้น มีความเห็นว่า ไม่ควรจำกัดทางเลือก ทั้งรุ่น แหล่งผลิต หรือขนาด แต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ เพราะต้องรอให้ทาง ครม. ตัดสินใจก่อน

          แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิต กล่าวต่อว่า ได้เสนอแนวทางการปรับเงื่อนไขการให้สิทธิ์คืนเงินจากการซื้อรถยนต์คันแรกต่อ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังแล้ว โดยเสนอข้อมูลและแนวทางเพิ่มเติมตามที่เอกชนเรียกร้อง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน

          สำหรับแนวทางที่เสนอเพิ่มเติมนั้น มีทั้งประเด็นการขยายขนาดเครื่องยนต์ จาก 1,500 ซีซี เป็นไม่เกิน 1,600 ซีซี ประเด็นการเปิดกว้างให้กับรถยนต์ทุกรุ่น โดยไม่จำกัดเครื่องยนต์ แต่อาจจะจำกัดวงเงินที่ 1 ล้านบาท และประเด็นการเปิดกว้างในส่วนของรถยนต์นำเข้า เพราะผู้ผลิตรถยนต์บางยี่ห้อที่ไม่ได้รับสิทธิ์เรียกร้องมาก่อนหน้านี้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ทาง ครม. จะเลือกแนวทางใด อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นเพิ่มเติมดังกล่าว ไมได้ส่งผลให้ทางรัฐบาลมีภาระการจ่ายคืนเงินภาษีในปี 2556 มากกว่า 3 หมื่นล้านบาทอย่างแน่นอน

          แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า การเสนอให้ขยายขนาดเครื่องยนต์ หรือไม่จำกัดเครื่องยนต์ รวมไปถึงเรื่องรถนำเข้านั้น มีจุดประสงค์เพื่อที่จะเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน และแก้ไขปัญหาหรือข้อเรียกร้องต่าง ๆ ให้หมดไป นอกจากนี้ ทางกรมสรรพามิต ยังขอเสนอให้ครม.ปรับปรุงเงื่อนไขลิสซิ่ง ที่สามารรถขายรถได้ก่อน 5 ปี กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย เช่นรถโดนยึด และการเรียกคืนเงินภาษี เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติระหว่างทางกรมสรรพามิต และบริษัทเอกชนด้วย


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




[26 กันยายน] คลัง ยันไม่ขยายซีซีรถคันแรก เล็งเพิ่มรถนำเข้า


ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล


'ธีระชัย'เล็งทบทวนโครงการรถคันแรก (ไอเอ็นเอ็น)

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเผย ที่ประชุมเวิลด์แบงก์ ไอเอ็มเอฟเชื่อเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัวระยะยาว เล็งทบทวนโครงการรถคันแรก เพิ่มรถนำเข้า ยัน ไม่ขยายซีซี เป็น 1600

          นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผ่านระบบซิสโก้ เทเลพรีเซนซ์ (Cisco TelePresence) จากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า จากการเข้าร่วมประจำปีผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ส่วนใหญ่มองตรงกันว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่วิกฤติดังกล่าวในสหรัฐฯ และยุโรปจะชะลอตัวต่อไปเป็นระยะยาว ซึ่งหลาย ๆ ประเทศควรระมัดระวังจากปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากการแก้ไขปัญหามีความชัดเจนและเริ่มคลี่คลาย ก็เชื่อว่าสถานการณ์ก็คงจะดีขึ้น

          นายธีระชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า จากปัญหาดังกล่าวนั้น มองว่าจะเป็นผลกระทบระยะสั้นต่อภูมิภาคเอเชียและต่อไปประเทศไทยก็ควรมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัญหาดังกล่าวจะส่งแรงกระเพื่อมต่อตลาดทุน ทำให้มีเงินทุนไหลเข้าและออกอย่างรวดเร็ว ซึ่งในเรื่องนี้คงต้องให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดูแล

          ส่วนการดำเนินโครงการรถคันแรกของรัฐบาลในขณะนี้ ยังคงรอข้อมูลจากทางกระทรวงพาณิชย์ในการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี เพื่อให้โครงการดังกล่าวสามารถเปิดช่องทางให้รถที่นำเข้า เข้าร่วมโครงการได้ แต่ในส่วนการปรับเพิ่มความจุกระบอกสูบเครื่องยนต์ให้เกิน 1,500 ซีซีนั้น คงจะไม่มีการพิจารณา

          นายธีระชัยกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ส่วนการจัดทำงบกลางปี ปีงบประมาณ 2555 ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะจัดตั้งหรือไม่ เนื่องจากต้องรอดูการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลก่อน




Honda brio

[23 กันยายน] ค่ายรถแนะ รถคันแรก ใช้เกณฑ์เดียวกัน ราคาไม่เกิน 1 ล้าน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

           ผู้ประกอบการค่ายรถยี่ห้อดังทั้งหลาย เชื่อแนวคิดเพิ่มขนาดเครื่องยนต์เป็น 1.6 ลิตร ไม่ได้แก้ปัญหารถคันแรก แนะใช้กฎราคา 1 ล้านเหมือนปิกอัพดีกว่า

           จากการที่รัฐบาลได้เสนอแนวคิดการเพิ่มขนาดเครื่องยนต์เพื่อจะขยายสิทธิ์ในโครงการรถคันแรกจาก  1,500 ซีซี. เป็น 1,600 ซีซี. นั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า หากมีการปรับเปลี่ยนจริง ไม่ควรยึดขนาดกระบอกสูบเป็นหลัก แต่ควรจะนำเกณฑ์ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทมาใช้เช่นเดียวกับที่กำหนดใช้ในกลุ่มรถปิกอัพ ซึ่งรถปิกอัพเองก็ไม่ได้กำหนดซีซีเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังเห็นว่า การทำเช่นนี้จะไปสร้างปัญหาให้กลุ่มรถคอมแพคท์แทน ซึ่งมันจะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

           นายพิทักษ์ กล่าวว่า จากการประชุมหารือสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ไทยเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ที่ประชุมส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องกันว่า หากจะกำหนดแนวทางที่จะก่อให้เกิดเงื่อนไขน้อยที่สุด ก็คือ แนวทางการกำหนดราคา 1 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่ได้ลงมติแต่อย่างใด โดยจะปล่อยให้แต่ละค่ายรถสามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามอิสระ

           นอกจากนี้ นายพิทักษ์ ยังแสดงความเห็นว่า โครงการรถคันแรกนี้ จะช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์ในช่วงสั้น ๆ ได้ แต่ก็ต้องติดตามดูว่า กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้จะดึงตลาดในอนาคตได้หรือไม่ ซึ่งถ้าสามารถดึงตลาดได้จริงก็จะกระทบต่อโครงสร้างตลาดในอนาคต แต่คงจะไม่ถึงขั้นกระทบต่อแผนการใหญ่ ๆ ของบริษัทผู้ประกอบการ

           ส่วนทางด้าน นายวิกรานต์ อมาตยกุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมากล่าวถึงเงื่อนไขใหม่นี้ว่า มิตซูบิชิ จะได้ประโยชน์จากแนวคิดการเพิ่มเครื่องยนต์มาเป็น 1,600 ซีซี.นี้ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีรถกลุ่มนี้ทำตลาดคือ แลนเซอร์ ซีเอ็นจี จากที่ก่อนหน้านี้ มิตซูบิชิ ไม่มีรถยนต์นั่งที่ได้รับสิทธิ์เลย มีเพียงรถปิกอัพไทรทันเท่านั้น

           อย่างไรก็ตาม นายวิกรานต์ ก็เห็นว่า การปรับเพิ่มขนาดเครื่องยนต์เช่นนี้อาจทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา นั่นก็คือ ไปส่งผลกระทบต่อรถที่อยู่ในกลุ่มคอมแพคท์ ดังนั้นจึงเห็นว่า หากจะใช้ราคาจำหน่ายเป็นตัวกำหนดก็น่าจะดีกว่า เพราะขณะนี้รัฐกำหนดราคาปิกอัพไม่เกิน 1 ล้านบาท ก็คิดว่าน่าจะกำหนดรถยนต์ที่ 1 ล้านบาทได้เช่นกัน

           ด้านนายประพัฒน์ เชยชม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาตรการการเพิ่มขนาดเครื่องยนต์ดังกล่าว ก็ไม่ได้ทำให้ความได้เปรียบเสียเปรียบในตลาดลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากมีค่ายรถยนต์ที่ทำตลาดเครื่องยนต์นี้ไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้น ในส่วนของนิสสันเอง ก็มี ทีด้า  1,600 ซีซี. ทำตลาด แต่ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เน้นและเริ่มถอยออกจากตลาดนี้แล้ว เน้นแต่รุ่น 1,800 ซีซี. เท่านั้น ทั้งนี้นายประพัฒน์ยังมองอีกว่า หากรัฐต้องการช่วยให้คนซื้อรถ ก็คือสนับสนุนในจำนวนเงินเท่ากันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรถอะไรก็ตาม ซึ่งจะทำให้โครงสร้างตลาดไม่เสียอีกด้วย

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




ฟอร์ด เฟียสต้า


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          สรรพสามิตเต​รียมเสนอ ขยายสิทธิ์ร​ถคันแรกให้​ครอบคลุม 1600 ซีซี รวมถึงรถจากต่างประเทศ ขณะที่ ก.คลัง เตรียมพิจารณานโยบายบ้านหลังแรกใหม่อีกครั้ง เพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อยมากขึ้น

          เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์เงื่อนไขมาตรการคืนเงินรถยนต์คันแรกไม่เกิน 1 แสนบาท เพื่อแก้ปัญหาการร้องเรียนถึงความไม่เป็นธรรมขอผู้ประกอบการรถยนต์และอุดช่องโหว่ของปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

          โดยนายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า อาจขยายเพดานขนาดเครื่องยนต์จากไม่เกิน 1500 ซีซี เป็นรุ่นที่ไม่เกิน 1600 ซีซี เพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ค่ายฟอร์ดได้ขอให้ขยายเงื่อนไขเป็นรถ 1600 ซีซี จากที่กำหนดไว้ 1500 ซีซี เพราะฟอร์ดยืนยันว่ารถยนต์ 1600 ซีซี ของฟอร์ด ประหยัดน้ำมัน ปล่อยมลพิษน้อย และราคาถูกกว่ารถยนต์ 1500 ซีซี บางรุ่นที่ได้รับสิทธิในครั้งนี้ นอกจากนี้ ก็อาจจะให้สิทธิกับรถยนต์จากต่างประเทศด้วย แต่ต้องราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทตามเดิม ทั้งนี้ ก็ต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง โดยกรมสรรพสามิตจะนำเงื่อนไขเพิ่มเติมผู้ได้รับสิทธิคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกเสนอต่อที่ประชุมครม.วันที่ 27 กันยายน และจะสรุปรายละเอียดก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเปิดตัวโครงการในวันที่ 4 ตุลาคมนี้

          นายพงษ์ภาณุ กล่าวต่อไปว่า การใช้เงินงบประมาณจ่ายชดเชยคืนนั้นยังมีตัวเลขไม่ชัดเจน แต่หากขยายขนาดเครื่องยนต์ก็อาจทำให้ต้องตั้งงบประมาณจ่ายคืนในปีถัดไปเพิ่มเติมจากเดิม 3 หมื่นล้านบาท แต่เชื่อว่าจะไม่ถึงหลักพันล้านบาท ทั้งนี้ หลังจากที่มาตรการมีผลบังคับไปเมื่อวันที่ 16 กันยายน พบว่ายอดขายรถและภาษีเก็บได้เพิ่มมากขึ้น แต่ก็ต้องรอรายงานที่ชัดเจนอีกครั้ง

          นอกจากนี้ สำหรับมาตรการบ้านหลังแรกก็กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาทบทวนใหม่ หลังจากที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้วเมื่อวันที่ 20 กันยายน เนื่องจากถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัย เพราะมีเพียงผู้มีเงินได้ตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไปเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์

          โดยนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กำลังพิจารณาทบทวนมาตรการเพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับประโยชน์มากขึ้น โดยจะแก้วัตถุประสงค์จากเดิมที่จะทำเพื่อผู้ที่มีรายได้น้อยเป็นมาตรการกระตุ้นให้มีการซื้อ-ขายบ้าน พร้อมกันนี้ กรมสรรพากรจะเปลี่ยนแปลงวิธีหักลดหย่อนใหม่ ซึ่งจะเพิ่มแรงจูงใจในการซื้อบ้านมากขึ้น เพื่อให้ได้เงินคืนมากกว่าเดิม



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




[21 กันยายน] คลังทบทวนรถคันแรก เล็งให้สิทธิ์รถ 1,600 ซีซีเพิ่ม
 
           คลังพิจารณาเงื่อนไขรถคันแรกใหม่ จ่อให้สิทธิ์รถยนต์เครื่องยนต์ 1,600 ซีซี ที่มีราคาไม่เกินเกณฑ์เพิ่ม หลังผู้ประกอบการร้อง คาดรู้ผลปลายเดือนนี้

           จากกรณีที่ผู้ประกอบการรถยนต์บางค่ายออกแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันในตลาดรถยนต์ เนื่องจากมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรกของรัฐบาลไม่ให้สิทธิ์กับรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์มากกว่า 1,500 ซีซี ทั้งที่รถยนต์ 1,600 ซีซี บางรุ่นมีราคาถูกกว่ารถยนต์ 1,500 ซีซีบางรุ่น และเข้าเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด

           เกี่ยวกับกรณีนี้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า สำหรับข้อร้องเรียนของผู้ประกอบการนั้น ทางกระทรวงกำลังอยู่ในระหว่างพิจารณาว่า อาจจะขยายเพดานของนโยบายให้ครอบคลุมรถยนต์ที่มีขนาด 1,600 ซีซีด้วย ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ หรืออย่างช้าก็คือต้นเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตาม การจะขยายเพดานมาตรการดังกล่าว ทางกระทรวงต้องดูเรื่องผลกระทบและเม็ดเงินที่จะชดเชยเพิ่มขึ้นด้วย

           ด้านนายวิกรานต์ อมาตยกุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หากรัฐทบทวนมาตรการให้สิทธิ์กับรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 1,600 ซีซี โดยใช้ราคาเป็นตัวกำหนด ทางมิตซูบิชิ ก็จะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น เพราะจากมาตรการเดิมรถยนต์นั่งของมิตซูบิชิไม่เข้าข่ายเงื่อนไขเลย

           ขณะที่นายประพัฒน์ เชยชม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้รัฐบาลอาจจะให้สิทธิ์กับรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ 1,600 ซีซี แต่ก็ยังเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในตลาดอย่างชัดเจน เพราะมีค่ายรถยนต์ที่ทำตลาดเครื่องยนต์ไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้น แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะกระตุ้นยอดขายได้ แต่ก็ไม่ได้โตทั้งตลาด



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




[16 กันยายน] ถกลงตัว! ลิสซิ่งขายรถได้ก่อน 5 ปี หากผู้ซื้อเบี้ยวผ่อน

          สรรพสามิตไฟเขียวให้ลิสซิ่งขายรถที่ยึดจากผู้ซื้อเบี้ยวผ่อนต่อได้ก่อน 5 ปี แต่หากขายรถได้ต้องคืนรัฐบาล 1 แสน ด้าน รมว.พาณิชย์ ปัดตอบรถคันแรกผิดหลัก WTO หรือไม่ โบ้ยให้ถามขุนคลังแทน

          หลังจาก ครม.เห็นชอบนโยบายคืนภาษีรถคันแรก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนนี้ ก็ทำให้ทางสมาคมผู้ประกอบการเช่าซื้อ หรือ ลิสซิ่ง ออกมาแสดงความเป็นห่วงทันทีว่า หากผู้ซื้อรถได้รับเงินภาษีคืนแล้วใน 1 ปี อาจจะไม่ชำระหนี้ต่อ และยอมให้รถถูกยึดแทน และถึงกระนั้น ทางลิสซิ่งก็ไม่สามารถนำรถไปขายต่อได้ เพราะติดสัญญาห้ามโอนเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งด้วยข้อสัญญานี้ทำให้ลิสซิ่งมีความเสี่ยงที่จะต้องแบกรับภาระหนี้เสียไว้เป็นจำนวนมาก

          อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว ล่าสุด ทางลิสซิ่งได้เข้าประชุมหารือถึงทางออกของปัญหากับกรมสรรพสามิตแล้ว และได้ข้อสรุปร่วมกันว่า กรมสรรพสามิตจะอนุญาตให้ลิสซิ่งโอนรถให้กับผู้อื่นได้ โดยไม่ต้องรอให้ถึง 5 ปีตามสัญญา หากผู้ซื้อรถผิดนัดชำระหนี้ตามข้อกำหนด 3 เดือน ไฟแนนซ์จะสามารถเจรจาตามยึดรถคืนได้ทันที และเมื่อลิสซิ่งนำรถยนต์ไปขายต่อขายได้ราคาเท่าใดแล้ว ให้นำมาหักภาระหนี้ และส่งเงินคืนรัฐบาล 100,000 บาท ทั้งนี้ ระหว่างที่ขอคืนเงินชดเชยประชาชนต้องทำสัญญากับกรมสรรพสามิตด้วยว่า หากผิดนัดชำระหนี้ต้องคืนเงินชดเชยกับรัฐบาล

          ขณะเดียวกัน นอกจากปัญหาเรื่องการผิดนัดชำระหนี้รถคันแรกแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่หลายฝ่ายยังเป็นกังวลอยู่ก็คือ นโยบายรถคันแรกอาจขัดต่อกฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) เรื่องการกีดกันทางการค้า เนื่องจากรัฐบาลกำหนดหลักเกณฑ์การซื้อรถคันแรกว่า ต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศเท่านั้นจึงจะได้รับสิทธิคืนภาษี

          เกี่ยวกับประเด็นนี้ นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ทางกรมกำลังจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าวเสนอต่อนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ โดยอาจปรับถ้อยคำของนโยบาย เพื่อไม่ให้ขัดแย้งกับกฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก ซึ่งแม้ว่านโยบายรถคันแรกนี้จะไม่ผิดกติกาขององค์การการค้าโลก และเป็นการส่งเสริมให้คนไทยบริโภคสินค้าในประเทศที่ทุกประเทศสามารถทำได้ แต่ต้องใช้วิธีการที่จะไม่เป็นการขัดผลประโยชน์ของต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

          ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า นโยบายรถคันแรกผิดต่อหลักเกณฑ์ขององค์การการค้าโลกหรือไม่ โดยระบุว่าให้ไปสอบถามจากนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง แทน


รถคันแรกป่วน 3 ค่ายยักษ์ เจอลูกค้าชะลอจอง

         นโยบายรถคันแรกป่วน คลังคุยลีสซิ่ง แก้ปมทิ้งรถ 3 ค่ายยักษ์ เจอลูกค้าชะลอจอง รอใช้สิทธิ์

         จากการสำรวจศูนย์จำหน่ายรถยนต์ที่เข้าข่ายโครงการรถคันแรกของรัฐบาล ของสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. และได้สอบถามถึงการใช้สิทธิ์รับใบจองรถคันแรกตามนโยบายรัฐบาล อย่างศูนย์รถยนต์นิสสัน หลายสาขาพบว่า มีรถที่เข้าข่ายโครงการรถคันแรกคือ นิสสัน รุ่นมาร์ช มีลูกค้าสนใจเข้ามาดูและจองก่อนวันที่ 16 กันยายน 54 แต่หลังจากนโยบายดังกล่าวถูกนำเสนอผ่านสื่อมวลชน ทำให้ลูกค้าต่างทยอยโทรศัพท์มาขอเลื่อนการจองออกไปหลายรายด้วยกัน ซึ่งทางสาขาก็ไม่กังวล เพราะเป็นนโยบายที่ต้องการส่งเสริมคนมีรถยนต์คันแรก แต่ก็ถือว่ากระทบ เพราะลูกค้าที่หาได้ แต่ละรายก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก ซึ่งรถรุ่นนี้เป็นรถอีโคคาร์ และได้คืนเงินน้อยกว่าอีโคคาร์ของค่ายอื่น ๆ อาจทำให้ลูกค้าตัดสินใจไปซื้อยี่ห้ออื่น บริษัทอื่นได้ แต่ทั้งนี้คาดว่า วันเสาร์ที่ 17 กันยายน 54 จะทราบเงื่อนไขและขั้นตอนทั้งหมด เนื่องจากผู้จัดการจะต้องไปประชุมเพื่อปรับความเข้าใจในการขายรถยนต์ให้ตรงกับนโยบาย และเข้าใจตรงกัน รวมถึงทำความเข้าใจให้ลูกค้าได้ตรงกันด้วย

         ขณะที่ฝ่ายขายของศูนย์รถยนต์มาสด้าแห่งหนึ่ง กล่าวว่า รถคันแรกก็กระทบเหมือนกัน มีลูกค้าในมืออยู่หลายรายที่มาดูรถ และขอจอง แต่ต่อมาพอมีนโยบายรถคันแรกให้ใช้สิทธิ์ได้ในวันที่ 16 กันยายน คือวันนี้เป็นวันแรกที่ได้รับสิทธิ์ หากผ่านไฟแนนซ์และได้เงินคืนจะได้ในอัตราที่สูง กรณีลูกค้าบางรายขอเงินมัดจำคืน แล้วได้พยายามชี้แจงว่า จะไม่ได้เงินมัดจำคืน แต่ลูกค้าก็ยืนยันว่า เงินมัดจำกับจำนวนเงินที่ได้คืนจากการซื้อก็ถือว่าคุ้ม แต่ทางศูนย์ก็คืนเงินมัดจำให้ ซึ่งก็ต้องรอดูวันนี้ ที่กระทรวงการคลังได้หารือกับกลุ่มไฟแนนซ์ ว่า จะมีทางออกกรณีลูกค้าซื้อรถคันแรกเพื่อหวังเงินแสน จะมีผลออกมาว่าอย่างไร การวางเงินมัดจำจะยึดที่ 20 % หรือ 25 % โดยไม่ต้องค้ำประกัน หรือจะดาวน์รถราคา 5 % แล้วจะลดความเสี่ยงที่ลูกค้ารับเงินคืน แล้วไม่ส่งต่ออย่างไร

         ทั้งนี้ เดิมที ฝ่ายขายเข้าใจว่า จะยึดวันจดทะเบียน แต่เพราะรัฐบาลไม่ชัดเจนก่อนหน้านี้ ทำให้ลูกค้ามาดูรถที่ชอบและตัดสินใจจอง แต่ปรากฏว่า เริ่มวันรับใบจองวันนี้เป็นวันแรก ลูกค้าที่จองก่อนหน้านี้ ก็เริ่มทยอยโทรศัพท์มาขอเลิกการจองหลายราย 


สรรพสามิต ยันคืนภาษีให้ผู้ซื้อรถคันแรกผ่านไฟแนนซ์

         จากการที่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง ได้เข้าร่วมหารือร่วมกับผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สมาคมเช่าซื้อรถยนต์ สมาคมวินาศภัย เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการคืนภาษีสำหรับรถยนต์คันแรกเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

         นายบุญทรง ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางกรมสรรพสามิตกำลังจัดทำระบบและขั้นตอนการคืนเงิน โดยจะแจ้งภาษีรถยนต์ในแต่ละรุ่นให้กับประชาชนรับทราบ รวมไปถึงขั้นตอนการคืนเงิน และคำร้องคืนเงิน ในเว็บไซต์กรรมสรรพสามิต (www.excise.go.th) ภายในวันนี้ (16 กันยายน)  ซึ่งผู้ที่จะได้รับสิทธิ์คืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกจะต้องมีการจองซื้อรถยนต์หลังจากวันที่ 16 กันยายน เป็นต้นไป และถ้าหากจองซื้อก่อนหน้าวันดังกล่าวก็จะไม่ได้รับสิทธิ์

         ทั้งนี้ ในช่วงปิดโครงการวันที่ 31 ธันวาคม 2555 รถที่จะใช้สิทธิ์นั้น จะต้องมีการจดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกให้เรียบร้อย จึงจะสามารถขอใช้สิทธิ์ได้ และไม่ยึดใบจอง ส่วนกรณีของผู้จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมานั้น จะต้องมีการตรวจสอบในแนวทางอื่น ๆ ร่วมด้วยว่า ผู้ที่ขอใช้สิทธิ์นั้นเป็นผู้ที่มีรถคันแรกจริงหรือไม่ ส่วนการการคืนเงินภาษีนั้น จะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี

         รมช.คลัง ยังกล่าวอีกว่า ส่วนการคืนภาษีให้กับผู้ผ่อนไฟแนนซ์นั้น ทางรัฐบาลยืนยันว่า จะคืนภาษีให้กับผู้ซื้อรถอย่างแน่นอน แต่ถ้ารถดังกล่าวผู้เช่าไม่สามารถผ่อนจนหมดได้ ก็ต้องถูกยึดรถ ทางบริษัทไฟแนนซ์ก็ต้องช่วยตามทวงภาษีคืนจากผู้ซื้อให้ได้ แต่ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัยจริง ๆ ทางรัฐบาลจะตามทวงคืนเอง ส่วนรถดังกล่าวทางกรมสรรพสามิตจะพิจารณาถึงการคืนสิทธิ์ในการห้ามโอนต่อไฟแนนซ์เพื่อนำไปซื้อขายต่อได้

         อย่างไรก็ตาม การเงินคืนเป็นการหน้าที่ของกรมสรรพสามิตที่จะต้องดำเนินการ ซึ่งตนยอมรับว่า การคืนภาษีในครั้งนี้ จะไม่มีกลไกตามภาษีคืน และไม่มีการปรับเงินเพิ่มเหมือนกับการไม่จ่ายภาษีให้กรมสรรพากร แต่ทางรัฐบาลจะใช้กฎหมายแพ่งเพื่อฟ้องเรียกเงินคืนเป็นราย ๆ ไป

         ขณะที่ นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงเรื่องใบจองก่อนวันที่ 16 กันยายนว่า ผู้ซื้อต้องหารือกับตัวแทนจำหน่าย หรือบริษัท ในการคืนใบจอง และจองซื้อใหม่ เพื่อให้เข้าเงื่อนไขของทางภาษี ซึ่งทางฮอนด้าพร้อมที่จะคืนเงินจองในส่วนที่จองไปก่อนให้เสมอ


ดาวน์โหลดข้อมูลการคืนเงินรถยนต์คันแรก (Excel File)

          รถยนต์นั่ง คลิกที่นี่

          รถยนต์นั่งที่มีกระบะ(Double Cab) คลิกที่นี่

          รถยนต์กระบะ(Pick Up) คลิกที่นี่



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




[15 กันยายน] ส่อเละ! คืนภาษีรถคันแรก ช่องโหว่ ได้แล้วเลิกผ่อน




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

          คืนภาษีรถคันแรกส่อแววเละ ช่องโหว่เพียบ โดยเฉพาะหลังได้เงินคืนแล้วเลิกผ่อน สรรพสามิต รับไม่มีกฎหมายบังคับ เอกชนยันตามรถคืนได้ต้องจ่ายไฟแนนซ์ก่อนคืนรัฐ ฟรีดาวน์ 0% ไม่มีแน่ เพราะเสี่ยง

          เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2554 นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวถึงมาตรการคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรกว่า ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูเว็บไซต์ www.excise.go.th ได้หลังวันที่ 16 ก.ย. ซึ่งจะมีรายละเอียดและขั้นตอนปฏิบัติต่าง ๆ โดยเฉพาะรายละเอียดรถยนต์แต่ละยี่ห้อ ว่ามีภาษีที่จะได้รับคืนจำนวนเท่าใด ซึ่งผู้ซื้อรถคันแรกที่ขอคืนเงิน ต้องส่งหลักฐานครบ 7 อย่าง ภายในวันที่ 31 ธ.ค.2555 ซึ่งกรมฯ จะใช้เวลา 7 วัน ยืนยันการได้รับคืนภาษี และผู้ซื้อรถจะได้รับเงินหลังซื้อแล้ว 1 ปี

          "ตั้งงบไว้ 3 หมื่นล้านบาท รองรับในปี 2556 แต่หากมีผู้ใช้สิทธิมากก็อาจขอเพิ่มงบจากรัฐบาลในอนาคต"

          ขณะที่ นายจุมพล ริมสาคร รองอธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า มาตรการนี้จะยึดตามข้อมูลกรมขนส่งเป็นลำดับแรก แต่หากข้อมูลไม่สมบูรณ์ก็ต้องตรวจสอบต่อ ซึ่งหากพบภายหลังว่าไม่ใช่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกจริง ก็ต้องยึดเงินกลับคืน ส่วนกรณีรถติดไฟแนนซ์ก็มี 2 กรณีคือ ไฟแนนซ์ติดตามและนำมาคืนรัฐ แต่หากเกิดเหตุสุดวิสัย ก็ต้องให้ส่วนราชการติดตามคืน ทั้งนี้ การคืนไม่ใช่การคืนตามบทบัญญัติกฎหมาย และไม่ใช่คืนภาษี จึงไม่มีกฎหมายบังคับการกระทำผิด แต่จะมีเงื่อนไขระบุไว้ ซึ่งจะไม่มีเบี้ยปรับ แต่อาจมีดอกเบี้ยทางแพ่ง

          ด้าน นายชลิต ศิลป์ศรีสุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ ในฐานะรองประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวว่า กรณียึดรถนั้นต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่าซื้อก่อน คือคืนหนี้เช่าซื้อก่อน จึงคืนเงินให้รัฐได้ ซึ่งมาตรการครั้งนี้อาจทำให้สถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ ต้องเพิ่มเงื่อนไขมากกว่าปกติ โดยเฉพาะการวางเงินดาวน์ 0% อาจไม่สามารถทำได้ เพราะภายหลังจากที่ครบ 1 ปี เมื่อผู้ซื้อได้รับเงินภาษีคืนไปแล้ว 1 แสนบาท อาจกระตุ้นให้ผู้ซื้อเลิกผ่อนชำระต่อ สถาบันการเงินจึงต้องเพิ่มเงินดาวน์ เพื่อลดความเสี่ยง และยังกังวลว่ามาตรการจะกระตุ้นให้ผู้เช่าซื้อกลุ่มใหม่ที่มีกำลังซื้อไม่ มากพอเข้ามาซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น หรืออาจสวมสิทธิซื้อแทนกันเพื่อหวังได้รับการคืนภาษี

          ทางฝั่งของนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีเงา กล่าวว่า ถือเป็นการใช้เงินภาษีที่ไม่คุ้มค่า โดยควรนำเงิน 3 หมื่นล้านบาทไปลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าให้เหลือ 20 บาทตลอดสาย ตามนโยบายที่รัฐบาลเคยประกาศไว้ดีกว่า เพราะรองรับผู้โดยสาร 5 แสนคนต่อวันได้ถึง 30 ปี

          นายกรณ์ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลชุดนี้จะรีดภาษีจากใครมากขึ้น เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปจากการดำเนินมาตรการตามนโยบายประชานิยม ต้องการให้รัฐบาลชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพราะเชื่อว่าสุดท้ายคงไม่พ้นภาษีสรรพากร ไม่ว่าจะเป็นภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่ม และอยากให้ยืนยันกฎหมายภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ที่พรรคเพื่อไทยเคยยืนยันไว้ในหลายเวทีว่าพร้อมสนับสนุนด้วย


          วันเดียวกัน นายเคร็ก สเตฟเฟนเซน ผู้อำนวยการ สำนักงานธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ประจำประเทศไทย เผยว่า เอดีบีได้ปรับลดอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้จาก 4.5% เหลือ 4.0% และปีหน้าปรับจาก 4.8% เหลือ 4.5% โดยได้รวมผลของมาตรการนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน และภาษีรถยนต์คันแรกแล้ว แต่ภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังชะลอตัว เนื่องจากครึ่งปีแรกขยายตัวต่ำมากเพียง 2.9% เพราะถูกกระทบจากภัยพิบัติในญี่ปุ่น

          "ช่วงที่เหลือของปียังมีความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้า และยังมีแรงกดดันจากการเร่งตัวเงินเฟ้อ" นายเคร็กระบุ

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยอมรับว่า การปรับลดคาดการณ์จีดีพีไทยของเอดีบีถือว่าใกล้เคียงกับที่ ธปท.ประเมินไว้อยู่แล้ว




[14 กันยายน] เปิดหลักเกณฑ์คืนภาษี รถคันแรก ซื้อก่อนปี 49 ส้มหล่น!!!





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

          ทันทีที่ มติ ครม.เมื่อวันที่ 13 กันยายน ไฟเขียวมาตรการคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรกไม่เกิน 1 แสนบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ก็ส่งผลให้ทั้งผู้ที่ฝันอยากจะมีรถคันแรกหลายคนถึงกับเฮ ที่จะได้รับสิทธิจากนโยบายนี้ ขณะที่ค่ายรถน้อยใหญ่ต่างก็ขานรับ และเร่งปรับกลยุทธ์กระตุ้นยอดขายกันจ้าละหวั่น หลังจากก่อนหน้านี้นโยบายดังกล่าวยังสร้างความสับสนในรายละเอียด ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อรถยนต์เป็นจำนวนมาก

          อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ใครจะเดินเข้าไปเลือกซื้อรถยนต์ เพื่อรับสิทธิ์คืนภาษีแล้ว ผู้ซื้อต้องตรวจสอบหลักเกณฑ์ของนโยบายนี้ให้แน่ชัดเสียก่อน เพื่อพิจารณาให้ดีว่า เราเข้าข่ายได้รับสิทธินี้หรือไม่ ซึ่งหลักเกณฑ์นโยบายรถคันแรก มีดังนี้

          1. ต้องเป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อ

          2. ต้องทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2554-31 ธันวาคม พ.ศ.2555

          3. เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคัน

          4. เป็นรถยนต์นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร/รถกระบะ (Pick up)/รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Double Cab)

          5.เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ)

          6. คืนเงินเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคัน

          7. ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

          8. ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี หากผู้ซื้อรถไม่สามารถผ่อนต่อได้ หรือมีเหตุอย่างอื่น จะต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับให้กรมสรรพสามิต หากไม่ดำเนินการ ทางกรมสรรพสามิตจะใช้วิธีการทางศาล เพื่อให้สั่งให้คืนทะเบียนรถยนต์

          9. การคืนเงินจะคืนเมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปีไปแล้ว โดยจะเริ่มจ่ายคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป ซึ่งกรมสรรพสามิตจะจ่ายผ่านทางเช็คเงินสดครั้งเดียวเต็มจำนวน

          10. สามารถซื้อรถแบบเงินผ่อนผ่านไฟแนนซ์ หรือเงินสดก็ได้

          11. รถมือสองไม่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ เนื่องจากรถมือสองไม่มีภาษีสรรพสามิตในการซื้อ-ขาย

          สำหรับแนวทางการดำเนินงาน หลังจากซื้อรถยนต์ตามหลักเกณฑ์ข้างต้นในช่วงวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2554-31 ธันวาคม พ.ศ.2555 แล้วนั้น ผู้ซื้อรถคันแรกต้องยื่นคำขอคืนเงินกับกรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้

          - หนังสือยินยอมสละสิทธิการโอนภายใน 5 ปี

          - สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ

          - สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ)

          จากนั้นกรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ จะส่งหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด เพื่อขอตรวจสอบการครอบครองรถยนต์คันแรก และแจ้งการสละสิทธิการโอนภายใน 5 ปีของผู้ซื้อ ก่อนที่กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบและบันทึก "ห้ามโอนภายใน 5 ปี" ลงในคอมพิวเตอร์และในสมุดคู่มือการจดทะเบียน

           เมื่อบันทึก "ห้ามโอนภายใน 5 ปี" ลงในคอมพิวเตอร์แล้ว กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด จะส่งหนังสือรับรองการครอบครองรถยนต์คันแรก และสำเนาคู่มือการจดทะเบียนที่บันทึก "ห้ามโอนภายใน 5 ปี" ให้กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ เมื่อกรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว จะสั่งจ่ายเช็คเงินสดคืนให้แก่ผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2555 เป็นต้นไป

           ทั้งนี้ จากการตรวจสอบจากราคารถยนต์ และอัตราภาษีของรถยนต์ประเภทต่าง ๆ ในท้องตลาด เพื่อคิดเป็นสัดส่วนเงินภาษีที่จะได้รับคืน จะพบว่า

           -  รถอีโคคาร์ ราคาประมาณคันละ 3.75-5.4 แสนบาท เก็บภาษี 17% ผู้ซื้อจะได้รับเงินคืนเฉลี่ย 45,000 บาท

           -  รถยนต์นั่งขนาดเล็ก (ไม่เกิน 1,500 ซีซี) ราคาประมาณคันละ 5-7 แสนบาท เก็บภาษี 25% ผู้ซื้อจะได้รับเงินคืนสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

           -  รถกระบะ 2 ประตู ราคาประมาณคันละ 3-5 แสนบาท เก็บภาษี 3% ผู้ซื้อจะได้รับเงินเฉลี่ย 10,000 บาท

           -  รถกระบะ 4 ประตู ราคาประมาณคันละ 7-8 แสนบาท เก็บภาษี 12% ผู้ซื้อจะได้รับเงินคืนเฉลี่ย 60,000 บาท

            โดยมาตรการการคืนเงินภาษีดังกล่าวนี้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มั่นใจว่าจะก่อให้เกิดผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้ทุกประเภท ทั้งภาษีรถยนต์ ภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นเงินที่มากกว่าจำนวนเงินที่จะต้องใช้คืนภาษีรถคันแรก โดยจะใช้งบประมาณราว 3 หมื่นล้านบาท และเบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ยื่นจดทะเบียนซื้อรถยนต์คันแรกประมาณ 5 แสนคัน

            อย่างไรก็ตาม รมช.คลัง ยอมรับว่า ยังไม่ได้หารือแนวทางการป้องกันการสวมสิทธิ์ แต่ก็จะขอร้องให้ผู้ที่จะมาสวมสิทธิ์แสดงความเห็นใจบุคคลที่ยังไม่เคยมีรถยนต์เป็นของตัวเองด้วย

            ขณะที่ นายเทียนโชติ จงพีร์เพียร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวถึงการดำเนินงานตามมาตรการรถคันแรก ว่า ทางกรมขนส่งทางบกจะเชื่อมโยงฐานข้อมูลรายชื่อการยื่นจดทะเบียนการครอบครองรถยนต์ไปยังกรมสรรพสามิต เพื่อตรวจสอบว่า ผู้ที่ยื่นขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีรถคันแรกเคยเป็นเจ้าของรถยนต์มาก่อนหรือไม่ หากพบว่ามีรายชื่ออยู่ก็จะถูกตัดสิทธิทันที

            สำหรับโครงการนี้ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยอมรับว่า ยังมีปัญหาเรื่องฐานข้อมูลการยื่นจดทะเบียนรถยนต์ เพราะฐานข้อมูลมีบันทึกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ถึงปัจจุบันเท่านั้น แต่ช่วงก่อนหน้าปี พ.ศ.2549 ยังไม่ได้มีการเชื่อมฐานข้อมูลให้ออนไลน์ทั่วประเทศ ทำให้ฐานข้อมูลไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ดังนั้น อาจต้องยกประโยชน์ให้กับผู้ที่เคยยื่นจดทะเบียนซื้อรถยนต์ก่อนปี พ.ศ.2549 สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน








รถคันแรก สรรพสามิตคืนภาษีทางตรงให้ผู้ซื้อ (ไอเอ็นเอ็น)
 

            บุญทรง เผยซื้อรถคันแรก สรรพสามิตคืนภาษีทางตรงให้ผู้ซื้อ ไม่ต้องขอลดหย่อน เมินดึงรถมือสองร่วมโครงการ เหตุปลอดภาษีสรรพสามิตในการซื้อ - ขายอยู่แล้ว

           นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการคืนภาษีสรรพสามิตรรถยนต์คันแรกไม่เกิน 100,000 บาท ไปเมื่อวานนี้ (13 กันยายน) โดยในวันนี้ (14 กันยายน) ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านภาษีเข้าหารือที่กระทรวงการคลัง รวมถึงผู้ประกอบการรถยนต์ในประเทศ สถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อและบริษัทประกันภัยเข้าฟัง ชี้แจง และรับทราบปัญหา โดยรถกระบะเชิงพาณิชย์ เริ่มเก็บภาษีสรรพสามิตที่ 3 % ดับเบิ้ลแคป 12 % อีโคคาร์ 17 % และรถยนต์นั่ง ประมาณกว่า 120 %

           ทั้งนี้ รูปแบบการคืนภาษีรถยนต์คันแรกให้กับผู้ซื้อนั้น กระทรวงการคลังจะยึดตามมติ ครม. เมื่อวานนี้ (13 กันยายน) ที่ให้คืนภาษีสรรพสามิตโดยตรงให้กับผู้ซื้อรถ โดยไม่ต้องเข้าแบบฟอร์มยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อขอลดหย่อนภาษี โดยกระทรวงการคลังจะคืนเงินให้เป็นเช็คไม่เกิน 100,000 บาท แต่ผู้ซื้อต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด เช่น อายุไม่ต่ำกว่า 21 ปี ไม่เคยเป็นเจ้าของรถมาก่อน ห้ามเปลี่ยนมือภายใน 5 ปี ขนาดของเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี ราคาไม่เกิน 1,000,000 บาท และเป็นรถยนต์นั่ง รถกระบะ กระบะดับเบิ้ลแคป ส่วนจะซื้อแบบผ่อนผ่านไฟแนนซ์ หรือเป็นเงินสดก็สามารถดำเนินการได้

           อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรถยนต์มือสอง ยังไม่รวมเข้าโครงการนี้ เนื่องจากรถมือสอง ไม่มีภาษีสรรพสามิตในการซื้อ - ขาย





ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


[13 กันยายน] ครม.ไฟเขียว ลดภาษีรถคันแรก

          นายกฯ เผย ครม. อนุมัตินโยบายลดภาษีรถคันแรก มีผล 1 ก.ย.นี้  ส่วนโยกย้ายอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้ รมว.ยุติธรรม เป็นผู้ตอบ

          เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุม คณะรัฐมนตรี ได้มีการอนุมัติการลดภาษีรถคันแรก 100,000 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่ วันที่ 1 กันยายน 2554 เป็นต้นไป และที่ประชุมยังมีการพิจารณาเรื่องการโยกย้ายข้าราชการในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการโยกย้าย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ว่า เพื่อต้องการเปิดทางช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ชี้แจงจะดีกว่า

          นอกจากนี้ นายกฯ ยังกล่าวด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้ เวลา 20.30 - 23.00 น. ทางรัฐบาลได้จัดงานรวมพลังไทยช่วยไทยน้ำท่วม โดยสำนักนายกรัฐมนตรีและภาคส่วนต่าง ๆ ได้ร่วมมือกัน เพื่อนำรายได้ช่วยประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งในงานทางคณะรัฐมนตรี ศิลปิน และดารา จะช่วยกันรับบริจาค โดยจะมีการถ่ายทอดสด จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน 

เปิดหลักเกณฑ์ ลดภาษีรถคันแรก

          1. จะต้องเป็นผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 21 ปี และไม่เคยเป็นเจ้าของรถยนต์คันใดมาก่อน

          2. จะต้องซื้อในระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2554 ถึง 31 ธันวาคม 2555

          3. ต้องเป็นรถยนต์นั่งขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี หรือรถกระบะไม่จำกัดขนาดเครื่องยนต์ ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท

          4. ต้องขึ้นทะเบียนเพื่อประทับตราห้ามซื้อขายแลกเปลี่ยนมือลงในสมุดทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าว เป็นระยะเวลา 5 ปี

          5. ต้องจ่ายเงินในราคาเต็มไปก่อน และเมื่อถือครองรถยนต์ครบ 1 ปี ให้มาติดต่อทางกรมสรรพสามิตพื้นที่ เพื่อขอเงินชดเชยคืนในอัตราที่จ่ายภาษีไป





จับตา ครม.วันนี้ ถกจำนำข้าว-ภาษีรถคันแรก

          วาระสำคัญประชุม ครม.วันนี้ พิจารณาหลักเกณฑ์การรับจำนำข้าวและรายชื่อ กขช. ด้านกระทรวงการคลัง ชงคืนเงินภาษี 1 แสนบาทผู้ซื้อรถคันแรก และจับตาการโยกย้าย ขรก.ยุติธรรม

          การ ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมวันนี้ มีวาระสำคัญ คือ การพิจารณาเรื่องหลักเกณฑ์การรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูการผลิตปี 2554 และ 2555 ทั้งในเรื่องของราคา การรับจำนำข้าว รายชื่อคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ รวมทั้งการตั้งคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอโครงการปล่อยกู้บ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0 % และการคืนเงินภาษี 100,000 บาท สำหรับผู้ที่ซื้อรถคันแรกเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม

          นอกจากนี้ ในการประชุม ครม. ยังต้องจับตาการโยกย้ายข้าราชการ ภายหลังจากมีรายงานข่าวว่า รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงยุติธรรมได้จัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 เพื่อทดแทนข้าราชการที่จะครบเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อเสนอให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีบรรจุเป็นวาระเพื่อพิจารณาในการประชุม

          อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรีก็จะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทยต่อไป




[30 สิงหาคม] คลังสรุปลดภาษีรถคันแรก ให้เฉพาะอีโคคาร์-กระบะ 

          กระทรวงคลัง สรุปลดภาษีสรรพสามิต รถยนต์คันแรก ให้เฉพาะรถกระบะ และอีโคคาร์ ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เร่งเสนอ ครม. ให้ประกาศบังคับใช้ในเดือน ต.ค. นี้

          วันนี้ (30 สิงหาคม) นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการรถคันแรก ในขณะนี้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ทางรัฐบาลจะมีการลดหย่อนภาษีให้ในส่วนเฉพาะรถกระบะ และรถยนต์อีโคคาร์ เท่านั้น ซึ่งจะต้องมีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยจะปรับลดหย่อนในส่วนของภาษีสรรพสามิตให้เต็มจำนวน แต่ไม่เกินวงเงิน 1 แสนบาท ซึ่งจะนำไปลดหย่อนในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลธรรมดา ในระยะเวลา 5 ปี กับทางกรมสรรพากร ทั้งนี้มีผู้สิทธิลดหย่อนภาษี จะต้องเป็นผู้ที่อยู่ในระบบภาษีของกรมสรรพากรเท่านั้น ส่วนผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีกรมสรรพากรจะไม่ได้รับสิทธิ์ ซึ่งในรายละเอียดต่าง ๆ นั้น คงต้องให้ทางกรมสรรพากรไปหาข้อสรุปร่วมกับกรมสรรพสามิตต่อไป

          นายบุญทรง กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า โครงการดังกล่าวจะเร่งเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้มีการประกาศในเดือน กันยายน และให้มีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2554


[29 สิงหาคม] คลังเดินหน้า นโยบายลดภาษีรถยนต์คันแรก



          คลังมาตามสัญญา เตรียมลดภาระภาษีรถยนต์คันแรกตามที่หาเสียงไว้ เน้นรถราคาไม่เกินล้าน ห้ามเปลี่ยนมือ 5 ปีแรก

          เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวระหว่างมอบนโยบายให้กับผู้บริหารกรมสรรพากร ว่า กระทรวงการคลังกำลังเดินหน้านโยบายรถยนต์คันแรก ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายระยะสั้นตามที่หาเสียงไว้ เพื่อต้องการให้คนทำงาน นักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งเข้าทำงาน มีรถยนต์คันแรกไว้ใช้ในการประกอบอาชีพ หรือขับไปทำงาน เน้นรถยนต์ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เช่น รถปิกอัพ รถยนต์ส่วนบุคคล ห้ามเปลี่ยนมือในช่วง 5 ปีแรก

          สำหรับแนวทางการลดภาระภาษี จะใช้แนวทางการลดหย่อนภาษี ซึ่งขณะนี้กำลังหาข้อสรุปอยู่ โดยจะนำข้อสรุปทั้งหมดเสนอพร้อมกับนโยบายอื่นให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา และในฐานะกำกับดูแล 3 กรมจัดเก็บรายได้ จะหารือกับอธิบดีทั้ง 3 กรมอีกครั้ง เกี่ยวกับแนวทางการจัดเก็บภาษี รองรับการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล




อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
  





เปิดมหกรรมรถคันแรก วันนี้ จนท. เตรียมงานคึกคัก โพสต์เมื่อ 30 สิงหาคม 2554 เวลา 09:03:37 988,173 อ่าน แสดงความคิดเห็น