

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Youtube.com โพสต์โดย thaitvnewstube
ไทยพีบีเอส จัดหนัก เสนอข่าว วิจารณ์ ศปภ. แหลก เชื่อถือไม่ได้ ทั้งด้านบริหาร และด้านข่าวสารข้อมูล
วิกฤติน้ำท่วมที่ในขณะนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และยังไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ใด ๆ ได้เลย ทั้ง ๆ ที่ทางรัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งมีหน้าที่แจ้งข่าวสาร และเตือนภัยแก่บรรดาประชาชนทั้งหลายให้เฝ้าระวัง เตรียมตัวพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า ...
แต่แล้ว ศปภ. ก็ไม่ได้คลายกังวลให้ประชาชนอย่างที่คิด เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นอีกครั้ง น้ำมวลใหญ่ได้ไหลทะลักเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ทั้ง ๆ ที่ทาง ศปภ.ออกมายืนยันก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมงว่า สามารถป้องกันมวลน้ำไว้ได้แล้ว และมวลน้ำดังกล่าวได้ไหลลงสู่บริเวณ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี และอีกบางส่วนได้ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ขอยืนยันว่า พื้นที่ในส่วนนิคมอุตสาหกรรมนวนคร รอดพ้นภัยพิบัติแน่นอน
นอกจากนั้นยิ่งตอกย้ำความมั่นใจอีกครั้ง เมื่อท่านนายกหญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ออกมากล่าวเสริมในวันรุ่งขึ้น (17ตุลาคม) ว่า ในภาพรวมสถานการณ์ตอนนี้เริ่มดีขึ้น เพราะมีการจัดการน้ำอย่างรัดกุม และได้ป้องกันโดยแยกออกเป็นโซน ๆ แล้ว อยากให้ประชาชนเบาใจ และขอยืนยันว่า นวนครจะไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างแน่นอน ... แต่กระนั้นคำยืนยันของทั้งทาง ศปภ. และนายกฯ ก็ถูกหักล้างจนหมดสิ้น เพราะช่วงบ่ายวันเดียวกัน น้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมนวนคร รังสิต ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ยาวมาจนถึงห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

และเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้นแล้ว ทางนายกรัฐมนตรี ก็ได้แต่ออกมากล่าวขอโทษ กับสิ่งที่ผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า นิคมอุตสาหกรรม 6 แห่ง ต้องจมบาดาล ทั้ง ๆ ที่ทางการออกมายืนยันด้วยตัวเองว่า "ให้วางใจ" ...ทางด้านประชาชนที่เชื่อใจ ศปภ. ถึงแม้จะเตรียมพร้อม เตรียมใจกับสถานการณ์ข้างหน้า แต่ถ้าน้ำมาเร็วกะทันหัน ก็ไม่สามารถอพยพหนีได้ทัน ประชาชนหลายร้อยครัวเรือนต่างเดือดร้อน ยกของหนีน้ำไม่ทัน ส่วน คนชรา เด็กเล็ก รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงนับร้อยชีวิต ต้องติดอยู่ในนั้นข้ามวัน ข้ามคืน ในสถานการณ์ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
นอกเหนือจากเหตุการณ์นิคมฯ นวนครแล้ว ทาง ศปภ. ก็เคยได้ลดความเชื่อมั่นของประชาชนมาครั้งหนึ่ง เมื่อทางนายปลอดประสพ สุรัสวดี ได้ออกมาชี้แจงในวันที่ 13 ตุลาคม ในท่าทางตื่นตระหนกว่า เขื่อนกั้นน้ำบ้านพร้าวแตก ส่งผลให้ประชาชนในย่านนั้นต่างตกใจ รีบกลับบ้านไปเก็บของกันยกใหญ่ จนการจราจรติดขัดเป็นอัมพาต แต่แล้วข่าวดังกล่าว ก็เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น.. (ก่อนจะตามมาด้วยความจริงในภายหลัง) และยิ่งไปกว่านั้น นายปลอดประสพ กลับขอเรือดันน้้ำเพิ่มจากรัฐบาลเพิ่มอีก 75,000 ลำ ทั้ง ๆ ที่เป็นคนแถลงการณ์เองว่า น้ำมวลใหญ่ได้ไหลผ่านกรุงเทพมหานครไปแล้ว

มาวันนี้ การทำงานของ ศปภ. กลายเป็นที่กังขาของใครหลาย ๆ คน ว่า ศูนย์ดังกล่าว จะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้จริงหรือไม่ ทั้งทางบริการจัดการดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัย และทางด้านข่าวสารข้อมูล ที่นับวันจะเชื่อถือไม่ได้ขึ้นไปทุกที ๆ
ส่วนทางด้านรัฐบาล ก็ได้เปลี่ยนแผนจากมาตรการป้องกันภัย กลายเป็นมาตรการแนะนำให้ประชาชนใช้ชีวิตในสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้บรรดาประชาชนทั้งหลาย ก็พากันสงสัยว่า "ทางรัฐบาล มีข้อมูลจริง และคิดว่ารับมือได้ จึงไม่เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนตื่นตระหนก หรือทางรัฐบาล มีข้อมูลจริง เพียงเท่านี้ แต่ไม่สามารถจัดการอะไร ๆ ให้ดีขึ้นได้"
สำหรับความสับสนในข้อมูลข่าวที่ออกมาจาก ศปภ.นั้น ในโลกไซเบอร์ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการตั้งชื่อให้ ศปภ. ที่แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของประชาชนที่ไม่พอใจในการทำงานของ ศปภ.
โดยเว็บไซต์ ขบวนการเสรีไทย มีการตั้งชื่อใหม่ให้ ศปภ.อย่างหลากหลาย อาทิ ศูนย์เปลี่ยนแปลงข้อมูลจนรู้สึกไม่มีภัย, ศูนย์ไร้ประสิทธิภาพในการป้องกันภัยน้ำท่วม, ศูนย์พวกปัญญาอ่อนชอบสร้างภาพ, ศูนย์ปกปิดภัยพิบัติแห่งชาติ, ศูนย์ปั่นป่วนพิภพแห่งชาติ,ศูนย์ปล่อยข่าวโกลาหลซ้ำเติมภัยพิบัติแห่งชาติ, ศูนย์ปัญญาอ่อนและเป็นภัยต่อประเทศชาติ, ศูนย์ประจานภูมิปัญญารัฐบาล เป็นต้น
ส่วนที่เว็บบล็อก oknation มีการแห่กันตั้งชื่อให้ ศปภ.เช่นกันอาทิ ศูนย์ปล่อยน้ำท่วมภูมิภาค, ศูนย์ปราศจากความปลอดภัย,ศูนย์ปลอดประสบการณ์และภูมิปัญญาบกพร่อง ด้านเฟซบุ๊ก ทีพีบีเอส ก็ตั้งชื่อให้ว่า ศูนย์ปลอบ ๆ กันไปตามสภาพ, ศูนย์เปลี่ยนแปลงข้อมูลจนเราไม่ปลอดภัย, ศูนย์ประเมินการณ์ผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัย เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าทาง ศปภ. จะเป็นอย่างไร จะเชื่อถือได้หรือไม่ บรรดาประชาชนตาดำ ๆ คงได้แต่ "ทำใจ" เพราะทุกอนาคต และทุกชีวิตของประชาชน อยู่ในมือของท่านแล้ว...
ขอขอบคุณข้อมูลจาก







