HILIGHT NEWS

เอกยุทธ จี้ เฉลิม จับคนทำร้าย ขู่เปิดภาพแฉอีก



 เอกยุทธ อัญชันบุตร


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  เฟซบุ๊ก Akeyuth Anchanbutr 

          เอกยุทธ ซัด จิรายุ ลิ่วล้อไม่มีหน้าที่ชี้แจงแทนนายกฯ ชี้ เฉลิม รู้ตัวคนร้ายแล้ว ขอให้จัดการ ไม่งั้นจะแถลงข่าวเปิดภาพแฉอีก ด้านผู้กองมนัส ยันไม่รู้จักเอกยุทธ ไม่รู้ใครทำร้าย

           หลังจากที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาโต้ตอบกรณีที่นายเอกยุทธ อัญชันบุตร อ้างว่า ถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทำร้ายร่างกายภายในโรงแรมโฟร์ซีซันส์ ว่า นายเอกยุทธ กำลังดูหมิ่นสตรี และไม่ใช่ลูกผู้ชายนั้น

           ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ก็ได้ออกมาโต้ตอบคำสัมภาษณ์ของนายจิรายุ ผ่านทางเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ ของนายเอกยุทธ เองว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่นางสาวยิ่งลักษณ์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ออกมาชี้แจงแล้ว ดังนั้น นายจิรายุ ซึ่งเป็นพวกลิ่วล้อจึงไม่ควรออกมาให้ข่าววุ่นวาย เพราะไม่ได้มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ แต่ควรจะไปปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

           สำหรับกรณีที่มีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า สาวเหนือส่วนใหญ่ประกอบอาชีพขายบริการนั้น นายเอกยุทธ ชี้แจงว่า เป็นข้อความที่โพสต์ไว้ตั้งแต่ 4-5 เดือนก่อนหน้า ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นพบนายกฯ ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ จึงขออย่าเบี่ยงประเด็น เพราะตนไม่เคยผูกเรื่องโรงแรมโฟร์ซีซันส์ให้เป็นโรงแรมม่านรูดอย่างที่ใครคิดกันไป ส่วนใครจะไปแจ้งความก็เชิญ เพราะตนไม่ได้กล่าวถึงคนทั้งหมด อีกทั้งอาชีพขายบริการนั้น เป็นเด็กเสิร์ฟ หรือเด็กปั๊มก็ถือว่าเป็นอาชีพขายบริการเช่นกัน ขึ้นอยู่กับการตีความ

           นอกจากนี้ นายเอกยุทธ ยังได้ชี้แจงถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม ตั้งข้อสังเกตเรื่องที่ไม่ไปแจ้งความว่าถูกทำร้ายร่างกายว่า ตนได้แถลงข่าวไปแล้ว หากตนไม่แจ้งความ เจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่เองอยู่แล้ว และหากไปแจ้งความก็คงเข้าทางนักการเมืองว่า แจ้งความแล้วจะมาพูดอะไรมากมาย ดังนั้น การตั้งข้อสังเกตเช่นนี้ถือว่าไม่เป็นมืออาชีพ ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อ้างว่า ตนมีบอดี้การ์ดถึง 3 คนนั้น ขอยืนยันว่าไม่มี ตนมีเพียงคนถือกระเป๋า 1 คน และคนขับรถ 1 คนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตนทราบว่า ร.ต.อ.เฉลิม ทราบตัวคนร้ายแล้ว หากต้องการให้เรื่องนี้จบลงด้วยดีก็ขอให้ไปจัดการ แต่หากยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ ตนจะแถลงข่าวอีกครั้ง และจะให้ภาพอีกหนึ่งชุดที่เป็นข้อมูลหลักฐานสำคัญ พร้อมกับเรียกร้องให้คนร้ายยอมมอบตัว ก่อนจะถูกฆ่าตัดตอน

           ด้าน ร.อ.ธรรมนัส หรือมนัส พรหมเผ่า หรือ ผู้กองมนัส ซึ่งถูกพาดพิงว่านั่งคุยกับนายเอกยุทธในที่เกิดเหตุก่อนถูกทำร้าย ได้ออกมาชี้แจงว่า ในวันเกิดเหตุเดินทางไปโรงแรมโฟร์ซีซันส์จริง แต่ไปคุยเรื่องธุรกิจกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ไม่ได้ไปพบกับนายเอกยุทธ อีกทั้งส่วนตัวก็ไม่รู้จักนายเอกยุทธ และไม่อยากรู้จักด้วย มาทราบภายหลังว่านายเอกยุทธถูกทำร้าย ซึ่งตนก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครทำร้าย และก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
  


[11 กุมภาพันธ์] เอกยุทธ แถลงการณ์ถึงนายกฯ พร้อมโชว์ภาพคนทำร้าย




เอกยุทธ อัญชันบุตร



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  เฟซบุ๊ก Akeyuth Anchanbutr , เว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์

         เอกยุทธ ออกแถลงการณ์ถึง ยิ่งลักษณ์ ยันต้องหาตัวคนทำร้ายมาให้ได้ พร้อมจี้นายกฯ ชี้แจงให้สังคมทราบ กรณีไปทำภารกิจลับในเวลาราชการ พร้อมกันนี้ยังโชว์ภาพคนร้ายที่ทำร้ายด้วย

         จากกรณีที่ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจและเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ แถลงข่าวกรณีถูกทำร้ายภายในโรงแรมโฟร์ซีซันส์ (Four seasons) จนได้รับบาดเจ็บ และจำหน้าได้ว่า บุคคลที่ทำร้ายเป็นคนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะที่  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ก็ออกมาตอบโต้ว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มีเหตุผลที่จะทำร้ายนายเอกยุทธ คาดประเด็นทำร้ายน่าจะมาจากเรื่องชู้สาวหรือสร้างสถานการณ์   ด้าน ยิ่งลักษณ์ ไม่สน เอกยุทธ พาดพิง ย้ำจะพบปะพูดคุยกับใครก็ได้ และไม่ทำเรื่องเสียหายแน่นอน

         อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายเอกยุทธ ได้ออกแถลงการณ์ถึงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในเว็บไซต์ไทยอินไซด์เดอร์ และในหน้าเฟซบุ๊ก ส่วนตัว Akeyuth Anchanbutr โดยมีเนื้อหาดังนี้



แถลงการณ์ฉบับที่ 1 ถึงรัฐบาล

         ตามที่ผมได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ถูกลอบทำร้าย ณ โรงแรงดัง (ข่าวสด - โฟร์ซีซั่น) กลางกรุง และให้เวลา 1 วัน เพื่อให้รัฐบาลออกมาให้ "คำตอบ" ซึ่งปรากฏว่า มีทั้งคนในรัฐบาลและคนในพรรคเพื่อไทย ออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งที่ "น่าฟัง" และ "ไม่น่าฟัง"

         ประเด็นที่ 1 ผมอยากให้ตัดเรื่องไร้สาระของนายอุนสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาให้สัมภาษณ์แบบไม่รู้จริง ไร้ฐานข้อมูล แต่ต้องการดังเพื่อเกาะกระแส และทำให้มีชื่อตามหน้าสื่อเท่านั้น

         ประเด็นที่ 2 กรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ พร้อมกับโชว์ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม ทั้งยังไล่เรียงเหตุการณ์เสมือนหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วยตัวเอง แต่ก็ถือว่า ทำหน้าที่ได้สมกับตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี

         อย่างไรก็ตาม ผมขอโต้แย้งข้อมูลในหลายส่วนที่ร.ต.อ.เฉลิมนำเสนอ ในลักษณะที่พยายามเบี่ยงเบนประเด็น และบิดเบือนความจริง เพราะในการแถลงข่าว ที่สามารถดูได้จากเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ ซึ่งมีการถอดถ้อยความครบทุกถ้อยคำ แต่ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ได้อ่านคำแถลงให้ชัดเจน กลับปะติดปะต่อเรื่อง ซึ่งท้ายสุดจะทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม เสียหายเอง ทั้งยังเสียศักดิ์ศรีภูมิปัญญาระดับ "ด็อกเตอร์" โดยเฉพาะการวิเคราะห์ถึงสาเหตุออกมาเป็น 4 ประเด็น ซึ่งผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง

         1. กรณีที่ระบุว่า เป็นเรื่องการเมืองนั้น ผมยืนยันว่า ไม่เคยพูดหรือให้ร้ายนายกรัฐมนตรีและทีมรักษาความปลอดภัยของนายกฯ ว่าคือผู้สั่งหรือผู้ทำร้ายผม แต่ผมให้ข้อมูลชัดเจนว่า ผู้ที่ทำร้ายผมคือบุคคลที่รู้จักกับคนติดตามที่ทำงานให้กับคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ผมถามนายกฯเพียงว่า ทำไมถึงเกิดเหตุกับผมหลังจากที่นายกฯออกไปจากโรงแรมดังกล่าวเพียง 10 นาที อันเป็นการถามหาความรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยของประชาชนผู้เสียภาษี

         2. จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและนำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนของ ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งมีการแจกแจงรายละเอียดถึงการเคลื่อนไหวของ "คนร้าย" ไว้อย่างชัดเจนพร้อมกับมีการนำภาพมาแสดงให้เห็นถึง "รูปพรรณสัณฐาน" ของ "คนร้ายรายนี้" ด้วยว่า เป็นชายรูปร่างสูงสันทัด สูงประมาณ 175 เซนติเมตร สวมกางเกงเข้ารูปสีเข้มและเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีม่วง ไว้ผมรองทรงสั้น ฯลฯ ซึ่งถือว่าสาธารณะได้เห็นเป็นครั้งแรก ก็อยากให้ ร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะที่ดูแลตำรวจ และแสดงภูมิความรู้ที่ "รู้ทุกเรื่องมาโดยตลอด" ก็ควรสั่งการให้ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี เพื่อจะได้พิสูจน์ว่า "ผมจัดฉาก" ตามที่มีความพยายามกล่าวหาหรือไม่ เพราะ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุเองว่า แม้ว่าผมจะไม่แจ้งความ ตำรวจก็สามารถสืบสวนหาคนทำผิดมาลงโทษได้ เพราะเป็นคดีอาญา ไม่สามารถยอมความกันได้

         ทั้งนี้ผมก็อยากฝากรูปให้ ร.ต.อ.เฉลิมได้ตรวจสอบและจัดการหา "คนร้ายรายนี้" มาลงโทษให้ได้ เพราะ "ภาพถ่าย" ที่ผมมีเป็นหลักฐานนั้น สามารถเห็นทั้งด้านหน้าและด้านหลังของคนร้าย ที่คงไม่ยากสำหรับผู้รอบรู้อย่าง ร.ต.อ.เฉลิม


เอกยุทธ อัญชันบุตร


         3. กรณีที่ระบุว่า เป็นการเขม่นหมั่นไส้จากคนที่มาเที่ยว หรือมีการแย่งจีบผู้หญิงคนเดียวกันนั้น อยากเรียนว่า ทั้งผมและ ร.ต.อ.เฉลิม ก็มีวุฒิภาวะมากพอ และได้พบปะพูดคุยกันทั้งทางลับและทางแจ้ง คงไม่มีใครเสียสติ หรือด้อยปัญญาที่จะทำเรื่องบัดสีต่อสาธารณะ และถ้ามีจริง เรื่องแบบนี้คงเกิดขึ้นกับผมมานานแล้ว เพราะนิสัยส่วนตัวผม สังคมรับรู้ดีว่าเป็นพวกสุขนิยม ไม่ใช่เป็นนักการเมือง ไม่ใช่บุคคลสาธารณะ ไม่เคยปิดบัง ไม่ได้มีพฤติกรรมหลบ ๆ ซ่อน ๆ ที่ชอบนัดพบใครในที่ลับตา จึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่ ร.ต.อ.เฉลิม นำภาพถ่ายส่วนตัวของผมมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งแม้จะเป็นการละเมิดสิทธิ แต่ผมก็ไม่ถือสาในการทำงานที่ฉาบฉวย เพราะถ้าเป็นการนำภาพขณะผมถูกทำร้ายมาเผยแพร่ ย่อมจะเป็นการดี และเป็นการพิสูจน์ภูมิปัญญาของ ร.ต.อ.เฉลิม ได้เป็นอย่างดี


เอกยุทธ อัญชันบุตร


         หาก ร.ต.อ.เฉลิม สามารถเข้าไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดในโรงแรมได้ก็ควรนำภาพจากกล้องวงจรปิดในชั้น 7 ที่ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นผู้กล่าวเองว่านายกฯเดินขึ้นไปห้องประชุมเล็กชั้น 7 เพื่อจะได้ตอบสังคมให้เคลียร์ว่า นายกฯไปทำอะไร เพราะนายกฯเองกลับให้สัมภาษณ์สื่อในภายหลังว่า "ไม่ได้ไปประชุม แต่จะไปเจอกับใครก็ได้ ที่สำคัญไปในสถานที่เปิดเผย ไม่ได้เสียหาย" ก็ยิ่งทำให้สังคมสับสนหนักยิ่งขึ้น เพราะ ร.ต.อ.เฉลิม พูดอย่าง แต่นายกฯ พูดอีกอย่าง

         แต่สรุปแล้ว ทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม และนายกฯ ควรตอบให้สังคมหายข้อสงสัย หรือนำภาพถ่ายที่ปรากฏในชั้น 7 มาเปิดเผยต่อสาธารณะเลยดีกว่า ว่าไปพบกับใคร โดยเฉพาะเวลานี้ในโลกสังคมออนไลน์ มีการตั้งข้อสังเกตไปไกลแล้วว่า หลังนายกฯเดินทางกลับ มีผู้พบเห็นนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ปรากฏกายในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมาย จึงเป็นเรื่องที่นายกฯต้องชี้แจงต่อสาธารณะให้คลายความสงสัย ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนใดแอบแฝงหรือไม่ เพราะนายกฯ คือ "บุคคลสาธารณะ" ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งคือ "นักธุรกิจชื่อดัง"

         อยากย้ำอีกครั้งว่า ประเด็นที่ผมตั้งข้อสงสัยคือ เหตุลอบทำร้ายที่เกิดขึ้นกับผม ซึ่งมุ่งหวังจะเอาให้ถึงแก่ชีวิตนั้น เกิดขึ้นภายหลังจากที่นายกฯ เดินทางออกจากโรงแรมดังกล่าวไปประมาณ 10 นาที ก็เกิดเหตุกับผม ทำให้ผม ในฐานะประชาชนผู้เสียภาษี ต้องการทราบว่า "ใคร" คือคนที่ทำร้ายผม มีสาเหตุอะไร และ "ใคร" คือผู้สั่งการ

         สำหรับกรณีที่นายกฯ ไปทำภารกิจลับ ว.5 ทั้งที่เป็นช่วงเวลาราชการ ซึ่งจะไปพบใคร นักธุรกิจคนใด ก็เป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องชี้แจงให้สังคมหายสงสัย ส่วนจะกล้าตอบ หรือไม่กล้าตอบ ก็เป็นเรื่องที่นายกฯ ควรใช้วิจารณญาณของตนเอง เพราะมีข่าวว่า "ใครบางคน" พยายามวิ่งเต้นซื้อที่ดินทำฟลัดเวย์ และต้องการเปลี่ยนตัวดีดีการบินไทย

         สำหรับผม ถือเป็นการทำหน้าที่ในฐานะประชาชนธรรมดา ที่คงต้องหาทางปกป้องตัวเองและต่อสู้เพื่อความถูกต้องต่อไป


เอกยุทธ อัญชันบุตร
10 กุมภาพันธ์ 2555

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
เฟซบุ๊ก Akeyuth Anchanbutr  , เว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์



[10 กุมภาพันธ์] เฉลิม ตอกกลับ เอกยุทธ ยันไม่มีเหตุผลที่ รปภ. นายกฯ ทำร้าย



ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

เอกยุทธ ให้เวลารัฐบาล 1 วัน หาคนทำร้ายตน
เอกยุทธ อัญชันบุตร





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก เอกยุทธ อัญชันบุตร

         เฉลิม  ตอกกลับ เอกยุทธ ยัน  รปภ. นายกฯ  ไม่มีเหตุผลที่จะทำร้าย คาดเป็นปมชู้สาว หรือสร้างสถานการณ์  ด้านเจ้าตัวยัน คนที่ทำร้ายเป็นคนสนิท ทักษิณ

         จากกรณีที่ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจและเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ แถลงข่าวกรณีถูกทำร้ายภายในโรงแรมโฟร์ซีซันส์ (Four seasons) จนได้รับบาดเจ็บ โดยบริเวณดวงตาขวาช้ำและมีเลือดคั่ง  และวันนี้ (10 กุมภาพันธ์) เจ้าตัวก็กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งความแต่อย่างใด โดยจะให้เวลารัฐบาลในการดำเนินการในเรื่องที่เกิดขึ้น 1 วัน

         ทั้งนี้ นายเอกยุทธ อ้างว่า สาเหตุที่ตนถูกทำร้ายน่าจะมาจากการที่ตนได้พบกับนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายในโรงแรมดังกล่าว ซึ่งตนต้องการให้รัฐบาลนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการถึงสาเหตุที่ทำร้ายนั้นเพื่ออะไร และมีผู้ใดเป็นผู้สั่งการ  และตนไม่ทราบว่าผู้ที่ทำร้ายนั้นเป็นใคร แต่ที่รู้คือ  มีบุคคลที่เป็นคนสนิทมากของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมอยู่ด้วย 

         อย่างไรก็ตาม นายเอกยุทธ กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่ดำเนินการใด ๆ ตนก็มีวิธีจัดการตามรูปแบบของตัวเองแน่นอน และจะไม่แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจใด ๆ ทั้งสิ้น

         ทางด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า บุคคลที่ทำร้าย นายเอกยุทธ ไม่ใช่หน่วยรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรี เพราะคนร้ายสวมกางเกงยีนส์ แต่บุคคลติดตามนายกรัฐมนตรี จะแต่งกายในชุดเครื่องแบบ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้แล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีเหตุผลที่หน่วยรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีจะไปทำร้ายนายเอกยุทธ คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องของชู้สาว หรือการสร้างสถานการณ์มากกว่า ส่วนประเด็นที่นายเอกยุทธเตรียมจะออกมาแฉทางโซเซียลมีเดียนั้น ตนก็ไม่เป็นกังวล และอยากแนะนำให้นายเอกยุทธ ไปแจ้งความจะดีกว่า

         พร้อมกันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวยอมรับว่า นายกรัฐมนตรีเดินทางขึ้นไปยังชั้น 7 ของโรงแรมดังกล่าวจริง และห้องดังกล่าวก็เป็นห้องประชุมขนาดเล็ก แต่ตนไม่ได้สอบถามนายกรัฐมนตรีว่าไปประชุมหรือไม่ เพราะเป็นกำหนดการส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ตนมองว่านายเอกยุทธไม่ควรจะกล่าวหาให้นายกรัฐมนตรีได้รับความเสียหาย พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลตามที่นายเอกยุทธอ้าง และไม่ควรโยงเป็นประเด็นทางการเมือง

         ทางด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า การที่นายเอกยุทธ ได้เดินทางไปพบตนที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์นั้น ไม่มีอะไร ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม  ได้ชี้แจงไปแล้ว และการเดินทางไปโรงแรมดังกล่าวได้พบปะบุคคลที่เป็นใครก็ได้ ซึ่งตนเป็นผู้หญิง ย่อมไม่ทำอะไรที่เป็นเรื่องเสียหาย ยืนยันจะอดทนกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น และเชื่อว่าผู้ที่รับฟังข้อมูลสามารถพิจารณาได้เอง

         ขณะที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึง กรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (รรท.ผบก.น. 5) กำลังดูแลอยู่ เบื้องต้นได้สอบถามไปแล้ว และทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็รู้ข่าวจากเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายเอกยุทธ โดยได้สั่งการให้ พล.ต.ต.กฤษฎิ์ ไปหาหลักฐานทั้งหมดแล้ว พร้อมระบุว่าในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ก็ต้องการให้ นายเอกยุทธ มาแจ้งความเพื่อให้เป็นคดีด้วย เพราะตำรวจจะได้หลักฐานอื่น ๆ  อีก เช่น ผลตรวจบาดแผลที่ถูกทำร้ายร่างกาย

         อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังกล่าวด้วยว่า ยังไม่ได้สอบถามไปยังหน่วยรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรี ที่นายเอกยุทธ ระบุว่า เป็นคนมีสีและอาจเกี่ยวข้องกับทีมรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี  โดยเชื่อว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกับทีมรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี ส่วนในคดีดังกล่าว แม้นายเอกยุทธ จะไม่แจ้งความ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษได้ แต่ต้องการให้นายเอกยุทธแจ้งความ เพื่อตำรวจจะได้ดูหลักฐานประกอบ เช่น รายงานผลแพทย์
 

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
, @anucha_thaipbs




เอกยุทธ แถลงข่าว ถูกการ์ดนายกฯ ซ้อมวันนี้


[9 กุมภาพันธ์] เอกยุทธ แถลงข่าว ถูกการ์ดนายกฯ ซ้อมวันนี้


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก เอกยุทธ อัญชันบุตร

           อกยุทธ โพสต์เฟซบุ๊ก เตรียมแถลงข่าวถูกการ์ดนายกฯ ยิ่งลักษณ์ทำร้าย วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) เวลา 16.00 น.

           วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) นายเอกยุทธ อัญชัญบุตร ได้โพสต์เฟสบุ๊ก ประกาศว่า วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) เวลา 16.00 น. จะเปิดแถลงข่าวเรื่องถูกทำร้าย ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ โดยจะบอกถึงมูลเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด 

           ทั้งนี้ นายเอกยุทธ ยังระบุอีกด้วยว่า "หลังจากเจอ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เมื่อนายกฯ เดินออกจากโรงแรมไม่นาน มีคนเข้าทำร้ายผมในร้านกาแฟภายในโรงแรม จะให้คิดว่าไงดี? เปิดศึกเล่นเถื่อนเลยหรือ? หากวันนี้เขายิงผมได้..ก็อาจมีข่าวว่าผมค้ายาและมียาเสพติดมั้ง? Google เหลิมเอาไงดีครับ? จะอยู่กันแบบสงบ หรือว่าเปิดศึกเถื่อน ๆ กันให้ฉิบหายไปทั้งรัฐบาล? หากเปิดชื่อคนที่อยู่ในเหตุการณ์ และขณะนายกฯ อยู่แล้วจะหนาวกันหมด คนใกล้ ๆ ตัวทักษิณทั้งนั้น บาดแผลที่ได้ ไม่ได้ทำให้จิตใจผมย่อท้อและเกรงกลัว มีแต่ความทรงจำ ว่าครั้งหนึ่งประเทศไทยมีพวกชั่วมามีอำนาจ และบ้านเมืองไร้คนยำเกรงกฎหมาย ก็ต้องอยู่และสู้กันด้วยวิธีเดียวกัน !!!"

           สำหรับความคืบหน้าในการแถลงข่าวของ เอกยุทธ ทีมงานกระปุกดอทคอม จะเกาะติดและรายงานให้ทราบอีกครั้งค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
@nnanews 



เรื่องอื่นๆ
  1. ภาพหลุด Nokia 801 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Nokia Belle Phone
  2. ธิดา นำเสื้อแดง ยื่น 6 หมื่นชื่อ แก้ รธน. แล้ว
  3. อะจึ๋ย! สุดยอดเชฟอังกฤษเปิดตัวพายอัณฑะวัว
  4. ไขปัญหาเรื่องงง ๆ ของการใช้ คะ ค่ะ นะคะ
  5. หนุ่มมะกันมีลูก 14 คน แต่ยังไม่เคยมีเซ็กส์!?
  6. ธงทอง แจง ใช้งบ 10 ล้านจัดงานเลี้ยง ศปภ.คุ้มค่า
  7. ตื่น! พบรอยพญานาคท้ายรถ ชาวบ้านแห่ขอหวย
  8. จำคุก 20 ปี พล.ต.ท.ชลอ ยักยอกเพชรซาอุ
  9. OPPO Find 3 สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ตัวแรงจากออปโป้
  10. สามพี่น้องอินเดียหวั่นต้องเป็นโสด เหตุมีขนเต็มหน้า

เรื่องน่าสนใจ