HILIGHT NEWS

เทคนิคการเขียนเรียงความ พร้อมตัวอย่าง เรียงความวันพ่อ




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบโดย Glitter.kapook.com

           ใกล้จะถึงวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคมแล้ว เชื่อว่า นักเรียนนักศึกษาหลาย ๆ คน ก็คงกำลังเตรียมหาข้อมูลเขียนเรียงความวันพ่อ เพื่อส่งอาจารย์ หรือเพื่อส่งประกวดตามหน่วยงานต่าง ๆ อยู่ใช่ไหมล่ะ ถ้าใครยังนึกไม่ออกว่าจะเขียนเรียงความวันพ่ออย่างไรดี ลองมาดูคำแนะนำ พร้อมตัวอย่างเรียงความวันพ่อ ที่กระปุกดอทคอม รวบรวมมาให้เป็นไอเดียค่ะ

เรียงความคืออะไร เขียนอย่างไรดี

           เรียงความ คือ งานเขียนร้อยแก้วที่ถ่ายทอดเรื่องราว ความคิด ความรู้สึกของผู้เขียน โดยมีการเรียบเรียงประโยค เรียบเรียงคำด้วยภาษาที่สละสลวย สำหรับเรียงความที่ดีนั้นจะประกอบด้วย 3 ส่วน คือ คำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป

1. คำนำ

           เรียงความที่ดีนั้นควรเขียน "คำนำ" เป็นส่วนแรก โดย "คำนำ" จะทำหน้าที่เปิดประเด็นของเรื่องที่เราจะเขียน ซึ่งควรเปิดประเด็นให้น่าสนใจ ใช้ภาษาสละสลวย ดึงดูดใจให้ผู้อ่านอยากอ่านต่อ แต่ไม่ควรบรรยายมากจนเยิ่นเย้อเกินไป ควรเขียนให้กระชับ ตรงประเด็น ไม่ออกนอกเรื่อง และไม่ควรซ้ำกับส่วนสรุป

           ทั้งนี้ หลาย ๆ เรียงความ อาจเปิดเรื่องด้วยการยกคำคม สุภาษิต หรือบทกวีที่ไพเราะมาเปิดเรื่องเป็นคำนำก็ได้ ซึ่งหากเขียนดี ๆ ก็จะช่วยทำให้เรียงความนี้ดูน่าสนใจขึ้นมาก

2. เนื้อเรื่อง

           เป็นส่วนสำคัญของเรียงความ ซึ่งจะใช้อธิบายในสิ่งที่ผู้เขียนต้องการบอกเล่า ทั้งความคิด ความรู้ และข้อมูลต่าง ๆ โดยก่อนเขียนเนื้อเรื่องนั้น ผู้เขียนควรวางโครงเรื่องไว้ก่อนว่าแต่ละย่อหน้าจะเขียนในประเด็นใดบ้าง เพื่อจะได้ไม่สับสน และทำให้การเรียบเรียงเนื้อเรื่องดูเป็นระเบียบ

           สำหรับการเขียน "เนื้อเรื่อง" นั้น สิ่งสำคัญก็คือ ผู้เขียนต้องเขียนข้อมูลที่ถูกต้อง และครบถ้วน แต่ละย่อหน้าควรมีใจความสำคัญเพียงใจความเดียว และเนื้อหาทุกย่อหน้าต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน ไม่วนไปวนมา เพื่อจะทำให้ผู้อ่านไม่สับสน และเข้าใจว่า ผู้เขียนต้องการสื่อหรือบอกอะไรถึงผู้อ่านได้รับรู้

3. สรุป

           เรียงความที่ดีนั้นต้องมีส่วนสรุปในย่อหน้าสุดท้ายของเรียงความด้วย เพื่อทิ้งท้ายให้ผู้อ่านรู้สึกประทับใจ โดยการเขียนสรุปนั้น ทำได้หลายวิธี อย่างเช่น การตั้งคำถามทิ้งท้ายให้ผู้อ่านได้ฉุกคิด การชักชวน หรือโน้มน้าวให้ผู้อ่านปฏิบัติตาม คล้อยตามในความคิดของเรา หรือทิ้งท้ายด้วยการให้กำลังใจ หรือยกคำพูด คำคมที่สอดคล้องกับเนื้อเรื่องของเรามาปิดท้ายก็ได้

           ทั้งนี้ หลัก ๆ ก็คือ ควรเขียนสรุปให้กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ และไม่ควรตั้งประเด็นใหม่ขึ้นมาอีก เพราะจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเรียงความของเรายังไม่จบ และที่สำคัญ ไม่ควรสรุปด้วยการใช้เขียนในลักษณะที่ว่าขออภัยหากมีข้อผิดพลาดประการใด หรือออกตัวว่าผู้เขียนไม่มีความรู้ เพราะจะทำให้เรียงความชิ้นนี้ดูไม่น่าเชื่อถือ



ตัวอย่าง เรียงความวันพ่อ 

           รู้จักหลักการเขียนเรียงความไปแล้ว ทีนี้ก็มาดูตัวอย่าง "เรียงความวันพ่อ" กันบ้าง เผื่อเพื่อน ๆ จะนำไปเป็นไอเดียในการเขียนเรียงความค่ะ

ตัวอย่างที่ 1

           เรียงความเรื่อง "ทำไมเราจึงรัก พระเจ้าอยู่หัว" โดย นางสาวมยุดา สมเพ็ชร แผนกพัฒนาธุรกิจ โรงพยาบาลวิภาวดี ได้รับรางวัลชนะเลิศ


           หนูเป็นเด็กต่างจังหวัด อยู่ปักษ์ใต้ ตั้งแต่จำความได้ในทีวี หนูก็เห็นรูปผู้ชายคนหนึ่งเดินนำหน้าแล้วมีผู้คนเดินตามหลังท่านมากมายไปหมด พร้อมกันนั้นก็มีผู้คนนั่งกับพื้นต้อนรับท่านทุกที่ที่ท่านไป ผู้ชายคนนั้นเป็นใครนะ จนโตหนูถึงได้รู้ว่า เขาคือผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินเกิดของหนูเอง และหนูก็เห็นพระราชกรณียกิจของท่านเยอะแยะมากมายทางทีวี จนทำให้หนูปลาบปลื้มท่านมาก ยิ่งเป็นช่วงหน้าฝน ฝนตกหนัก น้ำท่วมท่านก็เสด็จไปปักษ์ใต้เพื่อดูปัญหาความเดือดร้อน และท่านก็โปรดให้สร้างเขื่อนคลองชลประทาน ส่วนช่วงหน้าแล้งท่านก็เสด็จไปภาคอีสาน ไปดูความแห้งแล้งของคนอีสาน และท่านก็ทำฝนเทียมช่วยเหลือประชาชน

           หนูได้แต่คิดตลอดเวลาว่า... ทำไมผู้ชายคนนี้ต้องลำบากตัวเองขนาดนี้ ท่านเดินทางไปทุกที่ ที่ทุรกันดารและสุดแสนจะลำบาก ท่านทรงทำทุกอย่างเพื่อประชาชนทั้งประเทศ ท่านทรงเก่งมาก สามารถรู้หมดว่าในพื้นที่เมืองไทยว่าตรงไหนเป็นภูมิประเทศลักษณะไหน แอ่งน้ำ ภูเขา อย่างเช่น ใกล้บ้านหนูที่ อ.ปากพนัง ท่านก็ทำอ่างเก็บน้ำใหญ่โตมาก เพื่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และอำนวยประโยชน์ต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในบริเวณ อ.ปากพนัง ญาติพี่น้องหนูที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นได้ประกอบอาชีพทั้งการเกษตรและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ทั้งปี

           สำหรับตัวหนูแล้ว หนูคิดและฝันไว้ว่า สักวันหนึ่งหนูจะต้องเห็นผู้ชายคนนี้ตัวจริง ๆ สักครั้งในชีวิต แล้วหนูก็มีความพยายามมาก คือวันที่ 4 ธันวาคม 2549 ซึ่งก่อนวันเกิดท่าน 1 วัน เพราะวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันพ่อแห่งชาติ หนูทราบข่าวว่าท่านจะเสด็จกลับจากวังไกลกังวล เพื่อมาร่วมงานที่ทางรัฐบาลได้จัดขึ้น หนูก็เลยมารอรับเสด็จท่านอยู่หน้าโรงเรียนสวนจิตรลดา ท่านเสด็จมาตอนเกือบ 1 ทุ่ม ท่านนั่งมากับพระราชินี พระราชินีท่านโบกมือให้หนู แต่พระเจ้าอยู่หัวนั่งนิ่งมากค่ะ แต่หนูเห็นพระพักตร์ท่านชัดมาก หนูดีใจมาก และก่อนหน้านี้ หนูก็ไปงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 ที่มีผู้คนเป็นแสน หนูก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีความพยายาม หนูขอลาพักร้อนไป 1 วัน เพื่อไปเฝ้ารับเสด็จท่านที่ลานพระรูปทรงม้า หนูตื่นตั้งแต่ ตี 4 ซื้อน้ำเปล่า 1 ขวด กับ ขนมปัง 1 ถุง เพื่อไปรอรับเสด็จท่าน ถึงขนาดที่รอนั้นหนูลำบากขนาดไหนห้องน้ำก็ไม่พอ ร้อนก็ร้อน แต่หนูทนได้ค่ะ เพราะหนูคิดว่า...ท่านทรงเหนื่อยกว่าหนูมากมายนัก และท่านก็เหนื่อยมาตลอดชีวิตของท่านเพื่อประชาชนของท่าน และท่านก็ออกมาจากหน้าต่างมาโบกไม้โบกมือให้กับหนูและคนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ และทุกท่านก็โบกธงและพูดพร้อมกันว่า...

           ขอให้ท่านทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ พร้อม ๆ กันเสียงก้องดังมาก หนูคิดว่าสิ่งที่หนูเห็นและได้ยินนั้นคือ บารมีที่ท่านได้ทำไว้ ทุกคนพร้อมใจกันเปล่งเสียงดังตะโกนโดยไม่มีใครมาบอกคนที่นั่งว่าต้องตะโกนแบบนี้นะ แต่ทุกคนก็เปล่งเสียงดังออกมาพร้อมกัน หนูรู้สึกปลาบปลื้มใจมาก จนขนลุกซู่

           หนูคงบรรยายความรู้สึกที่มีต่อท่านได้ไม่หมดหน้ากระดาษแค่แผ่นเดียว เพราะทุกกิจกรรม ไม่ว่าที่เมืองทอง
ที่ท้องสนามหลวง หรือซุ้มที่ถนนราชดำเนินทั้งนอกและใน และกับคนเป็นหมื่น ๆ ค่ะ ที่หนูไปต่อคิวเพื่อรอรับพระฉายาลักษณ์ของพระเจ้าอยู่หัว

           วันนั้นหนูยืนต่อคิวและกลับถึงบ้าน ตี 1 หนูก็ทำมาแล้ว เพื่อพระฉายาลักษณ์ของท่านเพียงรูปเดียว และล่าสุดหนูได้ไปร่วมงานของสโมสรสันติบาลจัดขึ้น เนื่องในวันฉัตรมงคลที่ลานพระรูปทรงม้า หนูไปมาเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 53 ไปนั่งดูพระกรณียกิจของท่าน นั่งดูแล้วถึงกับน้ำตาซึมเลยทีเดียว เพราะท่านทรงเหน็ดเหนื่อยมากจริง ๆ ค่ะ แล้วหนูก็กลับมาคิดว่า ตอนนี้ท่านไม่สบายอยู่ที่ รพ.ศิริราช อาจเป็นเพราะเมื่อตอนที่ท่านร่างกายแข็งแรงท่านทรงทำงานหนักมาก โดยไม่ย่อท้อเลย พอท่านอายุเพิ่มมากขึ้นทำให้ร่างกายของท่านทรุดโทรมมาก

           สำหรับหนูแล้ว หนูคิดว่าท่านไม่ใช่คนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ท่านเกิดมาพร้อมบารมีอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านเหมือนพระพุทธเจ้า ซึ่งหนูคิดเองอยู่ตลอดเวลา สำหรับหนูแล้วกระดาษที่เป็นรูปท่าน หรือปฏิทินหนูไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้นอกจากเก็บไว้

           อีกอย่างหนึ่งที่หนูอยากจะกล่าวในบทความนี้ คือการใช้ชีวิตแต่พอเพียงอย่างที่ท่านให้ข้อคิดไว้ ทุกวันนี้ท่านสอนเกษตรกร หากมีพื้นที่ทำกินอยู่แปลงหนึ่ง ต้องแบ่งทำมาหากินอย่างไรบ้าง ส่วนหนึ่งปลูกบ้าน ส่วนหนึ่งเลี้ยงปลา อีกส่วนหนึ่งปลูกผัก หนูเองก็ใช้ชีวิตอย่างนั้น หนูทำงานอยู่ที่นี่ ถือว่าเงินเดือนหนูน้อยก็จริง แต่หนูก็ใช้ชีวิตไม่ฟุ่มเฟือย แบ่งเงินเป็น 3 ส่วน ส่วนหนึ่งเก็บฝากแบงค์ประจำ ส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้จ่ายภายใน 1 เดือน อีกส่วนหนึ่งก็ซื้อของให้รางวัลตัวเองบ้าง หนูอยากให้ทุกคนทำอย่างนี้ค่ะ จะได้สบายไม่มีหนี้สินกัน

           สุดท้ายนี้ หนูคิดว่าเพื่อเป็นการตอบแทนท่าน หนูไม่ต้องคิดทำโครงการใหญ่โตอลังการหรอกค่ะ แค่หนูเป็นคนดีในสังคม และไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นก็เพียงพอแล้วค่ะ ท่านจะได้สบายใจ ไม่เครียด และจะได้ไม่มีผลต่อกระทบต่อร่างกายของท่าน ท่านจะได้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง อยู่คู่บ้านคู่เมืองกับคนไทยทั้งประเทศตลอดไปยิ่งยืนนานค่ะ

           ด้วยความรู้สึกของ น.ส.มยุดา สมเพ็ชร แผนกพัฒนาธุรกิจ รพ.วิภาวดี



ตัวอย่างที่ 2


           เรียงความเรื่อง "ทำไมเราจึงรัก พระเจ้าอยู่หัว" โดย นางสาวปวีณา อินทะปัญญา ได้รับรางวัลที่ 2

           พ่อบอกพ่อสอนเราหลายอย่าง เว้นอยู่อย่างเดียวที่พ่อไม่เคยบอก ก็คือ "ให้เราทุกคนรักพ่อ" แต่เราก็รู้สึกด้วยหัวใจเราเองจากสิ่งที่พ่อทำ

           เราเคยสงสัยรึเปล่าว่า ทำไมเราเกิดมาต้องมีพ่อทั้งสองคน? ซึ่งเราทุกคนชาวไทยมีพ่อคนนี้เป็นพ่อเหมือนอย่างเรา พ่อที่เราพูดถึงอยู่นี้ก็คือ ก็คือ พ่อหลวงของทุก ๆ คน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงเป็นมากกว่าพระมหากษัตริย์ เพราะทรงเป็นพ่อ และทรงเป็นมากยิ่งกว่าพ่อ และทรงให้มากกว่าชีวิต พ่อคนเป็น ผู้คิด ผู้สร้าง หลักนำใจ เพื่อใช้ชีวิตให้เรารู้จักเพียงพอ ให้เรารู้จักถูกผิด ตามเส้นทางชีวิตของพ่อ

           ในหลวงของเราทรงงานหนักมาโดยตลอด สิ่งที่พ่อทำก็เพื่อความสุขของประชาชนชาวไทย พ่อหลวงเข้าถึงประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงห่วงใย และให้ความช่วยเหลือประชาชนในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง สอนให้เราบริหารจัดการ ให้อยู่อย่างพอเพียงตามอัตภาพของแต่ละคน เมื่อน้ำท่วมก็หยิบยื่นความช่วยเหลือมาโดยตลอด และเมื่อเกิดภัยแล้งพระองค์ก็ทรงมีโครงการฝนเทียม เพื่อแก้ไขภัยแล้งให้กับประชาชนชาวไทย เพื่อให้มีน้ำใช้ น้ำบริโภค น้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ทำให้ประชาชนมีอยู่มีกิน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สิ่งที่พ่อทำก็เพื่อความสุขสบายของลูก ๆ ของพระองค์

           พ่อทรงเหนื่อยเรารับรู้ได้ แต่พระองค์ไม่เคยตรัสเลยสักคำว่า "เหนื่อย" จนบางครั้งเราก็อดคิดไม่ได้ว่า เราทำงานยังรู้สึกเหนื่อย แล้วพ่อหลวงล่ะทรงงานมากกว่าเราเป็นล้านเท่า พ่อจะเหนื่อยสักแค่ไหน พ่อเคยพักบ้างไหม เพราะที่เราเห็นกันทุกวัน พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจมากมาย วันหนึ่ง ๆ ต้องเสด็จไปไม่รู้กี่ที่ สิ่งที่พ่อทำ พ่อให้เรา มันบรรยายไม่ถูก แต่เชื่อว่าลูก ๆ ทุกคนรับรู้มันด้วยใจ

           จะมีลูกคนไหนในผืนแผ่นดินไทยนี้ที่จะไม่รักพ่อบ้าง? เพราะสิ่งที่เราเห็นมันก็ยืนยันได้ว่า พ่อรักลูกทุก ๆ คนอย่างหาที่สุดไม่ได้ สำหรับดิฉัน รักพ่อหลวง เพราะพ่อทรงสอนให้ดิฉันรักตัวเอง ตั้งแต่การใช้ชีวิตที่ถูกที่ชอบ พ่อมีธรรมะ การประกอบสัมมาอาชีวะ การรู้จักความพอเพียงและพอดี รักที่พระองค์ทรงสอนให้ดิฉันรักคนอื่น (พี่น้องร่วมแผ่นดิน) โดยปราศจากอคติ และไม่คำนึงถึงความแตกต่าง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ฐานะทางสังคม แม้กระทั่งลัทธิทางการเมือง รักพ่อที่ทรงสอนให้ดิฉันรักธรรมชาติ รักป่าไม้ รักต้นน้ำลำธาร รักผืนดิน รักสิ่งแวดล้อมรวมทั้งสัตว์ต่าง ๆ

           ดิฉันรักพ่อหลวงก็เพราะพระองค์ทรงสอนให้ดิฉันรักและภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทย ในชาติไทยที่มีความร่มเย็นเป็นสุขด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ พระบารมีที่เกิดจากน้ำพระราชหฤทัย น้ำพักน้ำแรง มันสมอง หยาดเหงื่อของพระองค์ ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ครองราชย์ พระเมตตาของพระองค์เปี่ยมล้นมากยิ่งนัก พ่อทำเพื่อลูกมากมายเพียงนี้ แล้วทำไมดิฉันถึงไม่รักพ่อหลวงล่ะคะ

           ภูมิใจและดีใจที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อหลวง สิ่งที่ลูกจะตอบแทนให้พ่อ มันคงเทียบเท่ากับสิ่งที่พ่อทำให้ลูกไม่ได้ แต่ลูกคนนี้ขอสัญญาว่าจะเป็น "คนดี" ให้พ่อภูมิใจ จะเดินตามเส้นทางของพ่อ และลูกจะขอเป็นข้าฯฝ่าพระบาทของพ่อทุกชาติไป วันนี้สิ่งที่ลูกอยากบอกพ่อก็คือ "ถึงพ่อจะไม่เคยบอกเคยสอนให้รักพ่อ แต่ลูกก็รักพ่อสุดขั้วหัวใจของลูกจริง ๆ พ่อ"



ตัวอย่างที่ 3

           เรียงความเรื่อง "วันพ่อแห่งชาติ" โดย นายวุฒิชัย เจาะโพ


           ชายคนหนึ่งต้องท่างานหนัก ชายคนหนึ่งต้องตื่นแต่เช้า ชายคนหนึ่งต้องหาเช้ากินค่ำชายคนหนึ่งต้องตากแดดตากฝน ชายคนหนึ่งต้องอดมื้อกินมื้อ ชายคนหนึ่งกินข้าวไม่ค่อยอิ่ม ชายคนหนึ่งต้องใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ ชายคนหนึ่งต้องทำไร่ทำนา ชายคนหนึ่งที่เคยผ่านอะไรมามากมาย ชายคนหนึ่งโดนมีดบาดมือเป็นประจำ ชายคนหนึ่งสุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี ชายคนนั้นอายุมากแล้ว ชายคนหนึ่งกำลังเฝ้ารอคอยการกลับมาของใครบางคน...ชายคนนั้นก็คือพ่อของผม

           ผมเป็นลูกชาวนาจน ๆ คนหนึ่ง ในช่วงหน้าฝนนั้นพ่อจะพาผมไปที่ไร่เพื่อดายหญ้า ถางหญ้า ล้อมรั้วรอบ ๆ ไร่ เพื่อไม่ให้วัวควายเข้าไปในไร่ ให้วัวควายเข้าไปเฉพาะในนาเท่านั้น พ่อของผมท่านไม่ค่อยได้พักผ่อน เพราะมีงานให้ทำอยู่มากมาย พ่อมักจะโดนมีดบาดมืออยู่เสมอ เพราะท่านเป็นคนที่ขยัน เร่งรีบ และใจร้อน พ่อของผมท่านต้องทำงานเกือบทุกย่าง เพื่อทำหน้าที่ผู้นำครอบครัว ผมมีพี่น้องอยู่หลายคน แต่ส่วนใหญ่แล้วแต่งงานกันหมดแล้ว ต้องสร้างครอบครัวของตนเอง ทำให้ไม่ค่อยมีเวลามาดูแลพ่อกับแม่ ส่วนที่เหลือก็กำลังเรียนอยู่

           พี่สาวของผมที่กำลังเรียนอยู่นั้นได้กลับบ้านเป็นประจำ เพราะโรงเรียนอยู่ไม่ค่อยไกล ผมเป็นลูกคนสุดท้องไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะโรงเรียนของผมนั้นอยู่ห่างไกลจากบ้าน ทำให้ไม่ค่อยได้อยู่ดูแลพ่อกับแม่ ซึ่งท่านทั้งสองนั้นมีอายุมากแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมสามารถทำเพื่อท่านได้ นั่นก็คือ ตั้งใจเรียนสวดอธิษฐานภาวนาเพื่อท่านให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง พ่อมักจะสอนผมอยู่เสมอว่า ต้องตั้งใจเรียน เรียนให้สูง ๆ จะได้มีงานทำที่ดี ไม่ต้องลำบากเหมือนกับท่าน พ่อสอนสานตะกร้าด้วยไม้ไผ่ ทำด้ามมีด ด้ามจอบ ด้ามเสียม ลับมีด เลื้อยไม้ ตอกตะปู และอะไรต่าง ๆ ให้ผมมากมาย พอถึงหน้าฝน พ่อจะสอนให้ผมดำนาเป็น เกี่ยวข้าวเป็น ตีข้าวเป็น ตำข้าวเป็น

           ในตอนเด็ก ๆ นั้น พ่อผมจะเล่านิทานให้ผมฟังก่อนนอนทุกครั้ง ตอนนี้ผมยังจำนิทานทุกเรื่องที่พ่อเล่าให้ผมฟังได้อยู่ ตอนนี้พ่อของผมท่านอายุมากแล้ว ท่าให้สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง พ่อมักจะปวดหลัง
ปวดหัวอยู่เสมอ ผมจึงนวดหลังให้พ่ออยู่เสมอ เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย เมื่อถึงเวลาเปิดเรียนแล้วนั้น ผมต้องเดินทางไปเรียน ทุกครั้งที่ผมจะไปเรียนนั้น แม่ของผมท่านจะร้องไห้ทุกครั้ง ผมต้องปลอบใจแม่ทุกครั้ง ก่อนเดินทางไปเรียนในช่วงเปิดเรียน ผมเป็นห่วงท่านทั้งสองและคิดถึงท่านทั้งสองเสมอ เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาตินี้ ผมขอให้พ่อมีสุขภาพร่างกายที่สมบรูณ์และอยากบอกพ่อว่า "ผมรักพ่อ"



ตัวอย่างที่ 4


           เรียงความเรื่อง "พ่อของฉัน" โดย นางสาวธัญลักษณ์ แสงสุวรรณ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2


           หากจะกล่าวถึงผู้ชายคนหนึ่ง ผู้ชายที่ไม่ใช่ซุปเปอร์แมน แต่อ้อมแขนของเขาก็อบอุ่นเสมอ ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่บุคคลในฝันที่พร่ำเพ้อ แต่ก็เป็นยอดมนุษย์ในดวงใจใครหลาย ๆ คน ยามใดที่ทุกข์ท้อ กำลังใจมากมายเขามีให้ ผู้ชายที่รักเราด้วยหัวใจ ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ใคร เขาคือผู้ชายที่เราเรียกว่า "พ่อ"       
 
           ครอบครัวของฉันประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่สาวสองคน และฉัน เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวของฉันมีมาก จึงทำให้พ่อต้องทำงานอย่างหนัก ในตอนแรกพ่อของฉันปั่นจักรยานขายไอศกรีม แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจทำให้เงินไม่พอที่จะเลี้ยงครอบครัว ในบ้านของฉันตอนนั้นเรียกได้ว่าข้าวสารแทบไม่มีกรอกหม้อ พ่อจึงอดอาหาร เพื่อให้ฉัน และพี่ ๆ ได้อิ่ม พ่อของฉันจึงตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพไปทำงานที่โรงฆ่าสัตว์ เพราะรายได้ที่จะได้รับมากกว่า พ่อของฉันไม่ชอบฆ่าสัตว์ ฉันคิดว่าพ่อคงไม่อยากทำอาชีพนี้เท่าไรนัก พ่อฉันกล่าวว่า

           "พ่อรู้ว่างานนี้เป็นงานที่บาป แต่พ่อก็พร้อมที่จะทำเพื่อครอบครัวของพ่อ ขอให้เป็นอาชีพที่สุจริต คนเราเลือกเกิดไม่ได้ ถ้าพ่อเลือกเกิดได้พ่อก็อยากมีฐานะการเงินที่ดี ลูก ๆ ของพ่อจะได้สบาย แต่พ่อก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ลูก ๆ ของพ่อสบายและมีความสุข"

           หลังจากนั้นครอบครัวของฉันมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พ่อจึงส่งฉันเข้าเรียนในโรงเรียนที่ดี ๆ เพื่อในอนาคตจะได้ไม่ลำบาก พ่อตัดสินในเลิกทำอาชีพนี้ และนำเงินเก็บที่มีอยู่ดัดแปลงบ้านเปลี่ยนเป็นอู่ซ่อมรถเล็ก ๆ ร้านของพ่อไม่เคยมีวันหยุด แต่เมื่อใดที่พ่อมีเวลาว่าง พ่อมักจะสอนข้อคิดดี ๆ เสมอ โดยยกตัวอย่างความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับพ่อ

           ยกตัวอย่างเช่น พ่อสอนให้ฉันมองคนอย่างเท่าเทียมกันไม่เขาจะพิการ จน หรือ รวย แต่เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเรา "คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นในแบบที่เราต้องการได้ ชีวิตเราเราเป็นคนกำหนดเอง" ฉันยึดประโยคนี้เป็นคติประจำใจฉัน มันทำให้ฉันต้องปฏิบัติตนให้ดี 

           5 ปีผ่านไป ร้านซ่อมรถของพ่อขยายกิจการใหญ่ขึ้น แต่พ่อก็สอนฉันว่า อย่าลืมว่าเราเคยมาจากจุด ๆ ไหน เมื่อเรามีมากขึ้นเราต้องรู้จักการให้คนที่มีน้อยกว่าเรา อย่าเบียดเบียนผู้อื่น ซื่อสัตย์ และที่สำคัญที่สุดคือ "พอเพียง" ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยให้รู้ว่าควรจะปฏิบัติตนเช่นไร รู้จักประมาณตนและมีเหตุผล ตอนฉันเด็ก ๆ พ่อมักจะเล่าพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่พระองค์ท่านทำเพื่อประชาชนชาวไทย พ่อบอกว่าเราไม่มีอะไรจะตอบแทนพระองค์ท่านได้นอกจากประพฤติตนเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ ฉันตระหนักในทุกสิ่งที่พ่อทั้งสองได้ทำเพื่อฉัน เพื่อปวงชนชาวไทย ดังนั้น ฉันจะนำคำสอนที่พ่อของฉันทั้งสองคนได้สอนฉันไว้ไปปฏิบัติ เพราะคงไม่ใครหวังดีกับฉันเท่ากับบุคคลสองท่านนี้อีกแล้ว         
 
           เปรียบพ่อดั่งผู้ถือหางเสือนาวาชีวิตให้หันเหไปตามกระแสน้ำแห่งความเมตตา ดั่งหัวรถจักรนำขบวนผู้โดยสารที่ร่วมชีวิตไปตามเส้นทางศีลธรรมที่ถูกต้อง สู่สถานีแห่งความสำเร็จอย่างปลอดภัยและสง่างาม จะมีใครเล่าที่คอยอุ้มชูเลี้ยงดูเราตั้งแต่เรายังเด็ก คอยป้อนอาหารป้อนน้ำ ทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข คอยอยู่ข้างเรายามที่เราทุกข์หรือร้องไห้ ทำทุกอย่างได้เพื่อเรา หยาดเหงื่อแรงกายของพ่อที่ทำเพื่อฉัน ฉันไม่สามารถหาอะไรตอบแทนคือพ่อได้ นอกจากตั้งใจเรียนหนังสือ ประพฤติปฏิบัติตัวให้ดี ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อของฉันมีความสุข ฉันจะทำให้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าความการกระทำของฉันจะเป็นหนึ่งในล้านการกระทำทั้งหมดที่พ่อทำเพื่อฉันก็ตาม และคงไม่มีรักไหนที่ยิ่งใหญ่เท่ากับรักของพ่อตราบชั่วนิรันดร์       
 
           "บุญคุณพ่อเปรียบพ่อมหาสมุทร  เป็นที่สุดแห่งรักอันยิ่งใหญ่
           ยกคุณพ่อบูชาไว้ในหัวใจ  สัญญาไว้ลูกจะกตเวที"

 
ตัวอย่างที่ 5

           เรียงความเรื่อง "พ่อหลวง ของปวงชน" โดย เด็กหญิงณัฏฐธิดา ไทรงามเอี่ยม ป.6/3


           "ในหลวง" เป็นชื่อที่ชาวไทยเรียกติดปาก และเป็นขวัญใจของชาวไทยมาโดยตลอด เพราะท่านทำให้เราได้ทุกอย่าง ไม่ว่าท่านจะเหน็ดเหนื่อยจะอ่อนจะเพลีย แต่ท่านก็ไม่เคยที่จะหยุดทำเพื่อประชาชนแม้แต่ครั้งเดียว และท่านทรงมีพระราชกรณียกิจต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น พระราชกรณียกิจด้านศาสนา ด้านความมั่นคงภายในประเทศ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและอีกมากมาย ท่านทรงตั้งพระทัย ทำพระราชกรณียกิจอย่างดี เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ

           พ่อหลวงของแผ่นดิน ท่านทรงประสูติเมื่อ วันที่ 5 ธันวาคม ชาวไทยจึงถือว่าวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันพ่อแห่งชาติ ท่านทรงสนพระทัยในเรื่องดนตรีสากลมาก ท่านทรงชอบเป่าแซ็กโซโฟน ท่านมีพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา ท่านทรงตระหนักดีว่า การพัฒนาการศึกษาของเยาชนนั้น เป็นพื้นฐานอันสำคัญของประเทศชาติ จึงทรงประกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทรัพย์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดลให้เป็นทุนสำหรับการศึกษาในแขนงวิชาต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาในประเทศต่าง ๆ โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดแต่ประการใด เพื่อจะได้นำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศชาติต่อไป

           นอกเหนือจากนี้แล้ว ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการจัดทำสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนขึ้น ยังมีพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใยประชาชนชาวไทยในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านสุขภาพอนามัย ซึ่งพระองค์ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข ดังพระราชดำรัสว่า

           "ถ้าคนเราสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศไทยก็คือพลเมืองนั่นเอง"

           พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงและเอื้ออาทรต่อทุกข์สุขของพสกนิกรอย่างจริงจัง และยังมีพระราชกรณียกิจด้านศาสนา พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในการเปิดพิธีเนื่องในวโรกาสต่าง ๆ อาทิเช่น พระราชพิธีบำเพ็ญการกุศล ทรงสนันสนุนให้มีการสร้างศาสนสถาน เนื่องจากทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี

           ในหลวงท่านทรงทำเพื่อเราตั้งมากมายโดยไม่หวังผลตอบแทน ท่านเพียงอยากเห็นทุกคนเป็นคนดี ท่านก็สุขใจ ดังนั้นเราควรทำดีเพื่อตอบแทนท่านให้มากที่สุด ทำตามหลักคำสอนของท่าน รู้จักการพอเพียง การอดออม ปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ไม่นำความเดือดร้อนมาสู่ประเทศชาติให้ท่านสบายใจ ให้ท่านหายเหนื่อยจากการทำงาน หายเมื่อยจากการเยี่ยมประชาชน หายเพลียจากการอดนอน เพราะทรงทำงานเพราะท่านคือพระมหากษัตริย์ในดวงใจและเป็นพ่อหลวงของปวงชน


อ่าน ประวัติวันพ่อแห่งชาติ กลอนวันพ่อ เรียงความวันพ่อ บทความวันพ่อ 2557 คลิกเลย



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
panyathai.or.th
www.atsn.ac.th
dmc.tv
teacherrapin.blogspot.com




เรื่องอื่นๆ
  1. เอกฉันท์! ศาลไม่รับคำร้อง 67 ส.ว. ปมขายข้าวจีทูจี 7.32 ล้านตัน
  2. จงรัก ชี้ ทักษิณ อาจถูกลอบฆ่าจริง เพราะแคล้วคลาดมาหลายครั้ง
  3. เตรียมชม! มหัศจรรย์ฝนดาวตก ลีโอนิดส์ และเจมินิดส์ ส่งท้ายปี 55
  4. ชุมพล โบ้ยสมาคมบอล-กทม.-สุวัจน์ ปมสนามฟุตซอล
  5. หวาดเสียว! นักเรียนอินโดฯ ไต่ข้ามสะพานเชือก ไปโรงเรียน
  6. ลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ ส.ส. หญิงสหรัฐฯ สายเลือดไทยคนแรก
  7. สยอง! สามีโหด ยิงภรรยาดับคาแบงก์ ก่อนยิงขมับตัวเองสาหัส
  8. จับ เอผี บ้านเซิด แก๊งค้ายาเมืองชลฯ ยึดทรัพย์ 10 ล้าน
  9. ลือสะพัด มัชฌิมา ย้ายเข้าเพื่อไทย หลัง สมศักดิ์ กินข้าวกับ เยาวภา
  10. อดีตแฟนหนุ่มหึงสาวคบกิ๊กใหม่ บุกบ้านใช้มีดแทง-ขวดตี ปางตาย

เรื่องน่าสนใจ