









ค้านแต่งตั้งนายกฯ คนนอก หวั่นซ้ำรอย "พฤษภาทมิฬ"
นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในฐานะกรรมการอำนวยการสมัชชาประชาชนเพื่อการปฏิรูปการเมือง (สปป.) แถลงวานนี้ (11 มี.ค.) ถึงกรณีที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เสนอให้ นายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ว่า เรื่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดข้อถกเถียงทางสังคมและกระแสคัดค้านเป็นอย่างมาก
ถึงแม้จะยังไม่เป็นข้อสรุปจากกรรมมาธิการฯ แต่การออกมาชี้นำสังคมโดยหลงลืมประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อครั้งเหตุการณ์พฤษภา 2535 ที่มีการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง จนนำมาสู่การได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน 2540 แต่การหลงลืมประวัติศาสตร์ดังกล่าวเท่ากับเป็นการนำประชาธิปไตยไทยถอยหลังกลับไปสู่ความเจ็บปวด และการสูญเสียเลือดเนื้อที่สูญเปล่าของเหล่าวีรชนประชาธิปไตย และอาจนำมาซึ่งเหตุการณ์รุนแรงและการเสียเลือดเสียเนื้ออีกครั้ง
กรรมการอำนวยการ สปป. กล่าวต่อว่า ข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอกได้ เพื่อมาแก้วิกฤติทางการเมืองอย่างอดีตนั้น ก็เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น แต่กลับจะนำพาประชาธิปไตยของเราให้กลับไปล้าหลังมากยิ่งขึ้น เพราะปัญหาที่ผ่านมาเกิดจากการใช้อำนาจเกินขอบเขต การแทรกแซงการถ่วงดุลอำนาจ การแทรกแซงองค์กรอิสระ ของตัวผู้บริหารและรัฐมนตรีจำพวกหนึ่งเท่านั้น
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า การพัฒนาประชาธิปไตยให้ก้าวหน้านั้นต้องสร้างระบบถ่วงดุลจากต้นทุนเดิมที่เป็นอยู่เพื่อบริหารประเทศอย่างสมดุล ซึ่งก็เท่ากับการให้สถาบันต่างๆ และกลุ่มองค์กรต่างๆ ในบ้านเมืองเข้ามามีส่วนในการรับผิดชอบชะตาประเทศไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่การฝากความหวังไว้กับบุคคลหนึ่งบุคคลใดเข้ามาแก้วิกฤติ
ด้านนายสมควร พรมทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า สมัชชาประชาชนเพื่อการปฏิรูปการเมือง (สปป.) ขอคัดค้านแนวคิดที่เปิดโอกาสให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะ ยิ่งจะก่อให้เกิดความวุ่นวายภายในสังคม อันเนื่องมาจากการที่จะมีกลุ่มบุคคล จากพรรคการเมือง องค์กรประชาชนหลายส่วน นักวิชาการ ออกมาขับเคลื่อนคัดค้านแนวคิดนี้และนำมาสู่การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในที่สุด ซึ่งก็จะการเปิดประตูให้แก่กลุ่มอำนาจเก่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพื่อให้การเมืองไทยกลับสู่สภาวะประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและรวดเร็ว กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ควรตัดประเด็นนายกรัฐมนตรีมาจากคนนอกออกจากการพิจารณาทันที และเร่งสร้างกรอบรัฐธรรมนูญที่ประชาชนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ และการเปิดพื้นที่ในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบนักการเมือง การนำเสนอกฎหมาย การมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายภาครัฐ ให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างแท้จริง รองเลขาฯ ครป. กล่าว
ส่วนนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงแนวคิดของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะให้นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอก ว่า พรรคเห็นว่า นายกรัฐมนตรีควรมาจากการเลือกตั้ง ส.ส. ดังนั้น ความคิดเห็นใดๆ ที่จะนำไปสู่การให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ควรจะต้องระมัดระวัง เพราะหลักการพื้นฐานสำคัญของประชาธิปไตยส่วนหนึ่ง ควรจะได้ผู้นำที่มาจากการยินยอมพร้อมใจของประชาชนเสียงข้างมากที่มาจากการเลือกตั้ง มากกว่าที่จะได้ผู้บริหารที่ไม่เคยเสนอตัวให้ประชาชนพิจารณา
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ การที่นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง ก็เป็นผลพวงมาจากการต่อสู้ของประชาชนช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนพฤษภาคม 2535 ซึ่งการต่อสู้ครั้งนั้นยังต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน สิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าอำนาจของประชาชนเป็นใหญ่กว่าอำนาจอื่นๆ คือ นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง และประธานรัฐสภา มาจากประธานสภาผู้แทนราษฎร









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
















|