HILIGHT NEWS

อุตุฯ เผยปีนี้ร้อนสุด 23-24 เม.ย. อาจแตะ 40 องศา





เผยปีนี้อาทิตย์ตรงหัว23-24เม.ย. (ไทยโพสต์)

            กรมอุตุฯ คาดฤดูร้อนปีนี้ไม่ร้อนจัดเหมือนปีที่แล้ว เผยวันร้อนที่สุด 23-24 เมษายน พระอาทิตย์ตั้งฉาก อาจแตะ 40 องศา ขณะที่ปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าปกติเล็กน้อย แต่พื้นที่แล้งซ้ำซากยังขาดแคลนน้ำ เตือนเกษตรกรเตรียมกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ให้เพียงพอ

            นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เผยถึงแนวโน้มสถานการณ์ฤดูร้อนของประเทศไทยในปีนี้ว่า ฤดูร้อนปีนี้จะเริ่มช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป และจะมีอุณหภูมิสูงสุดไม่ร้อนมากนัก โดยคาดว่าอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยส่วนใหญ่จะใกล้เคียงค่าปกติ แต่จะต่ำกว่าปี 2555 ซึ่งจะส่งผลให้อากาศเมืองไทยไม่ร้อนจัดเหมือนกับปีที่แล้ว ทั้งนี้ ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูร้อนเต็มตัวในเดือนมีนาคม ซึ่งอากาศจะร้อนขึ้นอย่างชัดเจน โดยในเดือนเมษายนนั้นเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดเช่นเดียวกับทุก ๆ ปี

            ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงที่ซีกโลกหันด้านที่มีประเทศไทยเข้าหาดวงอาทิตย์ และโดยส่วนใหญ่จะตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ ทำให้แสงอาทิตย์ส่องลงมายังโลกได้โดยตรง ทำให้อากาศจะค่อนข้างร้อนเป็นพิเศษ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 23-24 เมษายน แต่อย่างไรก็ตาม หากวันดังกล่าวมีฝนหรือเมฆก็จะทำให้คลายความร้อนลงได้ ส่วนสถิติที่อุณหภูมิที่คาดว่าจะร้อนมากที่สุดในเดือนเมษายน คือ 40 องศาเซลเซียส แต่ก็ยังร้อนน้อยกว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง

            รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวอีกว่า จริง ๆ แล้วประเทศไทยไม่มีฤดูแล้ง หลายคนเข้าใจผิดไปว่าบ้านเรามีฤดูแล้ง บ้านเรามีแค่ภัยแล้ง เนื่องจากในฤดูฝนนั้นปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาน้อย ทำให้เกิดภัยแล้งขึ้น โดยเฉพาะในภาคอีสาน ซึ่งเราจะเรียกว่าเป็นช่วงฝนแล้ง ไม่ใช่ภัยแล้ง เพราะในฤดูหนาวของภาคอีสานนั้นจะมีฝนน้อย ทำให้เกิดสภาวะความแห้งแล้งเกิดขึ้น คือน้ำจะไม่เพียงพอต่อความต้องการในภาคเกษตรกรรม คนจึงเรียกกันว่าภัยแล้ง

            "สำหรับปริมาณฝนในปีนี้นั้นจะมากกว่าค่าปกติ และจะใกล้เคียงปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าไม่แล้งมาก แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำฝนอาจมีไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน ได้แก่ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง อาจจะต้องประสบกับการขาดแคลนน้ำ ทั้งทางด้านอุปโภค บริโภค และการเกษตรกรรม ประชาชนจึงควรใช้น้ำให้ได้ประโยชน์สูงสุด และควรเตรียมภาชนะ หรือขุดบ่อเพื่อทำการกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ในช่วงที่ฝนแล้ง ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงฤดูหนาวปีนี้

            ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องของปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา นายสมชาย เผยว่า ในขณะนี้เป็นการเกิดของปรากฏการณ์เอลนีโญอ่อน ๆ ซึ่งยังไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย จึงยังไม่ต้องวิตกกังวลแต่อย่างใด

            ทั้งนี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญ หรือลานีญานั้น เป็นดัชนีชี้วัดทางทะเล หรือทางสมุทรศาสตร์ที่ใช้เป็นองค์ประกอบตัวหนึ่งในการพยากรณ์อากาศเท่านั้น ซึ่งดัชนีหลักที่ใช้ในการพยากรณ์อากาศซึ่งสำคัญจริง ๆ นั้นคือ พายุมรสุม, กระแสลม และความกดอากาศ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก



เรื่องอื่นๆ
  1. ผบ.ทบ.-ยุทธศักดิ์ ลงใต้ กำชับ จนท. อย่าเผลอ
  2. พม่าเลื่อนซ่อมท่อก๊าซ 1 วัน - ก.พลังงาน แจ้งพื้นที่ใดหยุดจ่ายไฟ บ่ายนี้
  3. อภิสิทธิ์ หนุนตั้งกลุ่มวาดะห์ ช่วยแก้ไฟใต้
  4. สลดซ้ำ! มือปืนจี้รถไล่ยิงคนในสหรัฐฯ ดับ 4
  5. ว่อนเน็ต! ภาพตัดต่อ เบิร์ด-ดารา เชียร์ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.
  6. แพทย์รามาฯ เตรียมผ่าตัดปลูกเนื้อเยื่อให้เด็กกะเหรี่ยง
  7. ครูห่วงสอนลูกศิษย์ ขอออก รพ. ทั้งที่ป่วยหนัก สุดท้ายเสียชีวิต
  8. วิจารณ์หนัก! พระพายัพ ได้สมณศักดิ์ หลังบวช 10 วัน - ว.วชิรเมธี ยังไม่ได้
  9. สามีโหดใช้ค้อนทุบ-เตารีดนาบหน้าภรรยาจนสาหัส อ้างไม่ช่วยเลี้ยงลูก
  10. สร้างแน่! เขื่อนยมบน-เขื่อนยมล่าง กบอ. มั่นใจ ปชช. เห็นด้วย

เรื่องน่าสนใจ