HILIGHT NEWS

ดอกปาริชาติ ดอกไม้แห่งสวรรค์ กับความเชื่อระลึกชาติได้

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<

 


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ปาริชาติ หรือปาริฉัตร เป็นที่นิยมนำมาตั้งชื่อกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งแท้จริงแล้ว ปาริชาติ เป็นชื่อของดอกไม้ หรือดอกทองหลาง นั่นเอง โดยมีความเชื่อกันว่า ดอกปาริชาติ เป็นดอกไม้แห่งสรวงสวรรค์ หากใครได้ดมดอกปาริชาติ ก็จะระลึกชาติได้ ได้รู้เห็นอดีตชาติของตนเอง... ถ้าอย่างงั้น เราลองไปค้นหาเรื่องราวที่มาของดอกไม้สวรรค์ดอกนี้กันเลยค่ะ
 
ประวัติและตำนาน
 
          ปาริชาติ เป็นต้นไม้แห่งความสมปรารถนาเช่นเดียวกับกามเธนุและเกิดจากการกวนเกษียรสมุทรเช่นกัน พระอินทร์นำไปปลูกไว้ในสวนของพระองค์บนสวรรคโลก (Svargaloka) ลักษณะเป็นไม้พุ่ม มีดอกสีขาวแต้มแดงกลิ่นหอมอบอวล
 
          ในกฤษณาวตาร ภาคหนึ่งของพระวิษณุ ได้แอบไปขโมยต้นปาริชาติจากสวรรค์ตามความปรารถนาของนางสัตยภามา (Satyabhama) ชายาของพระองค์ แต่เกรงว่านางรุกมินี (Rukamini) ชายาอีกคนจะน้อยใจ จึงปลูกต้นปาริชาติไว้ในสวนของนางสัตยภามาแต่หันกิ่งก้านไปทางสวนของนางรุกมินี เวลาที่ดอกปาริชาติร่วงหล่นจะได้ตกใส่สวนของนาง ด้วยเหตุนี้ต้นปาริชาติจากสวรรค์จึงได้ลงมาอยู่บนโลกมนุษย์
 
          อีกตำนานกล่าวถึงหญิงสาวนางหนึ่งหลงรักพระสุริยเทพ นางได้แต่นั่งเฝ้าชมราชรถของพระองค์ขับเคลื่อนผ่านไปทุกเช้าเย็น ช่วงแรกพระสุริยเทพก็สนใจในตัวนางดีแต่ต่อมาไม่นานพระองค์ก็ไปหลงรักหญิงอื่น นางจึงฆ่าตัวตาย จากนั้นต้นปาริชาติก็เกิดขึ้นจากกองเถ้าถ่านที่เผาศพนาง เป็นต้นไม้ที่มีดอกสีขาวแต้มแดงและบานส่งกลิ่นหอมในยามค่ำคืนเท่านั้น เมื่อถึงยามรุ่งอรุณดอกปาริชาติก็ร่วงโรยดุจน้ำตาของนาง  บางครั้งก็เชื่อกันว่า ดอกปาริชาติเป็นดอกไม้แห่งความเศร้า
 

          แต่ในวรรณคดีทางพุทธศาสนา เช่น เตภูมิกถา และ กามนิตวาสิฏฐี กล่าวว่า ต้นปาริชาติ คือ ต้นทองหลาง อยู่ในปุณฑริกวันบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระอินทร์มีดอกสีแดงฉาน ร้อยปีจึงจะบานสักครั้ง ทุกครั้งที่บานจะส่งกลิ่นหอมและมีแสงสว่างไปทั่ว เหล่าเทพบุตรเทพธิดาจะมาฉลองร่วมกันใต้ต้นปาริชาติ
 
          ผู้ใดที่ต้องการดอกไม้ไปทัดหูเพียงยื่นมือออกไปดอกไม้นั้นก็หล่นลงมาเอง หากรับไม่ทันจะมีลมหมุนวนประคองไว้จนกว่าจะรับได้ กลิ่นของดอกปาริชาติจะทำให้ผู้ที่สูดดมเข้าไปเกิดอาการวิงเวียนและสามารถระลึกชาติได้  ตั้งแต่ชาติที่ใกล้ที่สุดจนถึงชาติที่ไกลโพ้นออกไป ในขณะที่ดอกปาริชาติในอินเดีย คือ ดอกกรรณิการ์ ของไทยเรานั่นเอง เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีของหญิงสาวที่เพิ่งแต่งงานใหม่  และเป็นดอกไม้สำหรับบูชาพระกฤษณะ


การกล่าวถึงในวรรณกรรมต่าง ๆ
 
มหากาพย์เทวภูมิ ชั้นที่ 2 ดาวดึงส์
 
          "นอกเมืองดาวดึงส์ออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีอุทยานใหญ่อีกแห่งหนึ่ง ชื่อว่า ปุณฑริกวัน มีกำแพงล้อมรอบทั้ง ๔ ด้าน กลางสวนมีไม้ทองหลางใหญ่ต้นหนึ่ง เป็นไม้ทิพย์ชื่อว่า ปาริชาติ ต้นปาริชาติ นี้ จะมีดอกบานครั้งหนึ่งต่อเมื่อครบหนึ่งร้อยปี พูดง่าย ๆ ว่าร้อยปีจะดอกบานครั้งหนึ่ง และขณะที่ดอกปาริชาตนี้บานจะมีรัศมีเรืองไปไกลถึงแปดแสนวา และเมื่อลมพัดไปทางทิศใด ลมมีกลิ่นหอมฟุ้งไปทิศนั้นไกลแสนไกล
 
          กลิ่นหอมนั้นจะตลบอบอวลอยู่ทั่วบริเวณสวรรค์ชั้นนี้นานเท่านาน กล่าวกันว่า ยามที่ดอกปาริชาตินี้บาน จะมีเหล่าเทพบุตรเทพธิดามาเล่นสนุกสนานใต้ต้นปาริชาตนี้เป็นจำนวนมากและกลิ่นปาริชาติที่โชยโรยรินมาต้องเทพบุตรเทพธิดาองค์ใด จะช่วยทำให้เทพบุตรเทพธิดาองค์นั้นระลึกชาติได้อย่างอัศจรรย์"
 
กามนิต -วาสิฏฐี (ภาคสวรรค์)


ตอนที่ 24  ต้นปาริชาติ
 
          "...ครั้นแล้วช่องเขาก็เลี้ยวหักมุมสองสามแห่ง และในทันใดนั้นก็เป็นช่องว่างขึ้น ดูบริเวณรอบตัว เห็นเป็นหุบเขาลึก มีหินผาสกัดกั้นไว้ด้วยยอดสูงลิบลิ่วดูเหมือนจดขอบสวรรค์ กลางหุบเขามีไม้ประหลาดต้นหนึ่ง ลำต้นและกิ่งเรียบรื่นเป็นสีแดงดั่งแก้วประพาฬ ใบแกมเหลืองแก่มีดอกแดงเข้มส่งสีรุ่งโรจน์ราวกับจะลุกไหม้
 
          เหนือยอดชะง่อนผาและยอดไม้นั้น เป็นท้องฟ้าสีน้ำเงินแก่ จะหาเมฆสักก้อนก็ไม่มี เสียงทิพยดนตรีไม่แล่นมาถึงได้พอ แต่ว่าในอากาศยังสะเทือนอยู่ ประหนึ่งว่าเป็นกระเส็นกระสายของคลื่นเสียงดนตรีที่เคยได้ยินมานานแล้ว แต่ระลึกเสียงได้ลาง ๆ
 
          ในหุบเขานั้น มีสีสันก็เพียงสาม คือสีน้ำเงินแก่ของท้องฟ้า สีเขียวของหิน และสีแดงประพาฬของต้นไม้ และมีกลิ่นหอมเป็นกลิ่นเดียว กลิ่นหอมอันน่าพิศวงไม่เหมือนกลิ่นหอมอื่น ๆ เป็นกลิ่นมาจากดอกไม้สีแดงจัด ซึ่งเท่ากับดูดดึงให้กามนิตมา
 
          ในทันใดนั้น ลักษณะประหลาดแห่งกลิ่นหอมก็เริ่มสำแดงอาการ กล่าวคือ ขณะกามนิตสูดกลิ่น ซึ่งตลบฟุ้งอยู่ทั่วหุบเขานั้น ความรู้สึกระลึกเรื่องหนหลังได้แล่นพรูเข้าสู่ใจโดยเร็ว ทำลายทะลุฝ้ามืดที่กำบังไว้ ตั้งแต่ตื่นขึ้นในสระจนบัดนี้ กามนิต ระลึกถึงความเป็นไปในอดีตได้ตลอด..."
 
ตอนที่ 29 ท่ามกลางกลิ่นหอมแห่งดอกปาริชาติ
 
          "อันความจริง ผู้อุปปาติกะใหม่ทั้งสอง มิได้เยี่ยมฝั่งคงคาสวรรค์อันไม่น่าดูน่าชมอีกต่อไป เป็นแต่เลื่อนลอยไปสู่หุบเขาต้นปาริชาติเนือง ๆ ได้ไปนั่งพักนอนเล่นอยู่ควงปาริชาติอันแผ่กิ่งก้านสาขา สูดเอากลิ่นหอมอันตลบมาจากดอกแดงดั่งแสงชาด กระทำให้ระลึกถึงชาติก่อน ๆ แจ่มแจ้งขึ้นเป็นลำดับ ย้อมหลังล่วงไปในอดีตชาติอันไกลแสนไกล..."

 


ข้อมูลพฤษศาสตร์ของต้นปาริชาติ หรือ ต้นทองหลาง
               
- ลักษณะ
 
          เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 5–10 เมตร กิ่งอ่อนมีหนามเรือนยอดเป็นพุ่มกลมโปร่ง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ ใบกลางจะโตกว่าสองใบด้านข้าง ออกดอกเป็นช่อยาวประมาณ 30–40 เซนติเมตร รูปดอกถั่ว สีแดงเข้ม ออกดอกระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ผลเป็นฝักยาว 15–30 เซนติเมตร
               
- ชื่อพื้นเมือง
                
          ทองหลาง ,ทองหลางด่าง (กรุงเทพฯ) ปาริฉัตร ทองบ้าน ทองเผือก (ภาคเหนือ)
               
- ชื่อวิทยาศาสตร์
                
          Rrythrina variegata Linn..
               
- ชื่อสามัญ
                
          Indian Coral Tree , Variegated Coral Tree , Variegated Tiger's Claw , Tiger's Claw,Parijata
               
- ชื่อวงศ์
               
          PAPILIONCEAE
               
- ถิ่นกำเนิด
               
          พบทั่วไปในเอเซียเขตอบอุ่น และเขตร้อน เช่น อินเดีย
               
- สภาพนิเวศน์
               
          ชอบขึ้นริมน้ำ
               
- การขยายพันธุ์
               
          ปักชำกิ่ง เพาะเมล็ด
               
- ประโยชน์
               
          ใบอ่อนเป็นผัก การปลูกพลูถ้าให้เลื้อยขึ้นบนต้นทองหลาง พลูจะเจริญเติบโตเร็วมาก ทางยา จีนใช้เปลือกต้นเป็นยาแก้ไอและแก้ไอ ในโมรอคโค ใช้เปลือกต้นเคี้ยวรักษาบิด
 
- ต้นปาริชาติ เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดปทุมธานี
 
 

**หมายเหตุ : แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 4 มีนาคม 2556

 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
, janicha.net , biogang.net

เรื่องอื่นๆ
  1. เฉลิม ยันไม่เคยสั่งตำรวจเลือกใครเป็นผู้ว่าฯ กทม.
  2. ชูวิทย์ โพสต์คลิป เราต้องการฝ่ายค้านแบบไหน
  3. สุขุมพันธุ์ หลั่งน้ำตารับข้อบกพร่อง วอนขอโอกาสอีกครั้ง
  4. ชาวพุทธเดือด! ด่าคนสร้างพระพุทธรูปกอดสาว เชื่อมาจากเวียดนาม
  5. โจรปล้น-ทำร้ายร่างกาย อาละวาดสันป่าตอง ทั้งทุบ-ไฟช็อต-ตีหัวซ้ำ
  6. รวบแคดดี้แสบ ลวงฆ่าเสี่ยรูดทรัพย์ ก่อนยัดเก๋งทิ้งคลอง
  7. กระฉ่อนไซเบอร์! คลิปด่าเดือด สภากาชาดไม่รับบริจาคเลือดตุ๊ด
  8. เอาอีกแล้ว! พบซากสัตว์ประหลาดเกยตื้นบนชายฝั่งอังกฤษ
  9. ม็อบเกษตร 3 พันคน ปิดถนนมิตรภาพ-โคราช ร้องพักหนี้
  10. ครม. ไฟเขียว กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ลุยสร้างระบบรางหนุนขนส่ง

เรื่องน่าสนใจ