









วิธีจับโกงได้แบบง่ายสุดๆ
การฉ้อราษฏร์บังหลวง ปล้นเงินงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนคนไทยทุกๆ คนทั่วประเทศ เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานขยายกว้างขวางทุกหย่อมหญ้า หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดินพ.ศ.2475 โดยน้ำมือคนเลวๆ ที่เข้าไปเป็นข้าราชการส่วนงานต่างๆ ทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงสำนักนายกรัฐมนตรี และโดยเฉพาะนักการเมืองที่เข้าไปในรัฐสภา ทั้งส.ส.และส.ว.ผู้อาสาเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชน ในการดูแลทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน โดยมีอำนาจหน้าที่อนุมัติเห็นชอบงบประมาณที่กระทรวงต่างๆ เสนอมาเป็นค่าใช้จ่ายการทำโครงการต่างๆ เพื่อทำนุบำรุงประเทศชาติ
จะสังเกตได้ว่า เงินงบประมาณรายจ่ายของประเทศที่ปัจจุบันมีมากกว่าปีละล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเงินภาษีที่ประชาชนเสียให้รัฐไม่ว่าจะภาษีทางตรงหรือทางอ้อม ก่อนจะถูกนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ของหน่วยราชการ จะต้องผ่านขั้นตอนระเบียบกฎเกณฑ์ทางราชการต่างๆ มากมาย กลายเป็นช่องทางให้มีการใช้เล่ห์ต่างๆ เพื่อให้สะดวกในการโกงกินงบประมาณเหล่านี้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะงบเร่งด่วน ที่ไม่ต้องจัดซื้อจัดจ้างโดยผ่านขั้นตอนการประมูลตามระเบียบราชการ แต่ใช้วิธีแอบไปสืบถามราคา แค่หาตัวเลขมาอ้างอิง แล้วพิจารณาจัดซื้อจัดจ้างแทนการประมูลไปก็ได้
ฉะนั้นในการจับผิดพวกที่โกงกินเงินงบประมาณแผ่นดิน ด้วยการหาพยานหลักฐานการทุจริต จะให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน เพียงพอที่จะกล่าวหาและดำเนินคดีเพื่อลงโทษพวกที่โกงกินให้ถึงขั้นติดคุกติดตะรางนั้น จึงทำได้ยากยิ่ง ปรากฏคดีที่เอาผิดได้น้อยมาก มีเพียงพวกโกงกินไม่กี่รายที่โง่ เผลอ ทิ้งหลักฐานให้ถูกจับได้ ทั้งที่การทุจริตของนักโกงเมืองนั้นมีนับไม่ถ้วน เป็นข่าวอยู่ทุกๆ วัน แต่ข่าวโกงกินเหล่านี้ก็จะหายเงียบไปกับกาลเวลา เมื่อไม่สามารถหาพยานหลักฐานมาพิสูจน์เอาผิดได้นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม มองกันง่ายๆ ถ้าพวกนักการเมืองหรือข้าราชการไม่โกง หลังเกษียณราชการหรือหลังเลิกเล่นการเมืองแล้ว คนเหล่านี้จะกลายเป็นเศรษฐี ร่ำรวยกันอย่างมโหฬารได้อย่างไร? ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำธุรกิจใดๆ ที่จะบ่งชี้ว่า ได้ก่อให้เกิดรายได้ผลกำไรมหาศาลขึ้นมา
ผู้เขียนจึงอยากฝากข้อเสนอแนะไปถึงท่านน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อยากให้ตรารัฐธรรมนูญมาตราไหนก็ได้ที่จะช่วยจับพวกโกงชาติบ้านเมืองเหล่านี้เข้าคุกได้แบบง่ายสุดๆ เสียที
โดยกำหนดให้พวกที่ร่ำรวยมาจากการเล่นการเมืองหรือรับราชการ ที่ไม่รู้ว่าได้เงินมาจากไหน ต้องให้คนเหล่านี้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทรัพย์สมบัติต่างๆ ที่งอกเงยมาเป็นร้อยล้านพันล้านนั้น เขาได้มาด้วยวิธีการใด และรายได้เหล่านี้มีการเสียภาษีถูกต้องแล้วหรือยัง ถ้าพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินไม่ได้ ก็ย่อมหมายความว่า ระหว่างที่มีอำนาจในตำแหน่งทางการเมืองหรือรับราชการอยู่นั้น คงได้แอบโกงกินเงินได้อย่างแยบยลเกินกว่าที่จะทิ้งหลักฐานไว้ให้ตำรวจหรือตุลาการนำมาพิสูจน์เอาผิดได้
ถ้าหากพวกโจรการเมือง พิสูจน์ไม่ได้ว่า ได้เงินทองมาอย่างถูกต้อง ทรัพย์สินต่างๆ จะต้องถูกยึดเข้าหลวง โดยไม่ต้องมีผู้กล่าวหาและไม่ต้องหาหลักฐานที่จะพิสูจน์ว่าพวกมันมีการโกงกินอย่างไร
ขอย้ำว่าต้องให้พวกเขาพิสูจน์ตัวเองว่า ได้เงินทองมาอย่างถูกต้องและเสียภาษีเรียบร้อยแล้ว ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ ก็ยึดทรัพย์เข้ารัฐ แล้วจับติดคุกได้ ไม่ต้องให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องเสียเวลาสืบสวนสอบสวนว่า โกงมาจากไหน โกงอย่างไร เพราะจะไม่มีทางหาหลักฐานเหล่านั้นได้อย่างเด็ดขาด!









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |








|