HILIGHT NEWS

อภิสิทธิ์ ติง พงศ์เทพ ไม่ควรพูดเรื่องยุบโรงเรียนเล็กแบบเหมารวม

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
 
            นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ติงแนวคิดของ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ที่กล่าวถึงการยุบโรงเรียนเล็กว่า ควรมีความชัดเจนในนโยบายเสียก่อน ไม่ใช่พูดแบบเหมารวม ทำให้เข้าใจผิดว่าจะยุบโรงเรียนเล็กทุกแห่งในประเทศ
 
            วันนี้ (9 พฤษภาคม) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุเรื่องจะยุบโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนจำนวนน้อยและให้เด็กนักเรียนไปเรียนที่โรงเรียนอื่นในระแวกเดียวกันว่า ตนพอทราบที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าว แต่อยากให้นายพงศ์เทพพูดหรือส่งสัญญาณมอบนโยบายโดยใช้ความรัดกุมมากกว่านี้ เรื่องโรงเรียนขนาดเล็กเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมานานว่า บริหารจัดการค่อนข้างยาก เพราะในช่วงชั้นหนึ่งอาจมีเด็กเพียงแค่ 2 คน 3 คน การส่งบุคลากรไปดูแลให้ครบถ้วน ถ้าดูเรื่องตัวเลขงบประมาณที่ต้องใช้นั้นมันจะสูงมาก
 
            ดังนั้น จึงมีการพูดขึ้นมาตลอดเวลาว่า ถ้าเกิดมันเป็นอย่างนี้ จะบริหารจัดการกันอย่างไร เพื่อให้สามารถลดงบประมาณ หรือเอางบประมาณที่เคยใช้ตรงนี้ไปทำในเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับการศึกษาได้ ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่า เรื่องนี้มีการวิเคราะห์ในทำนองนี้มานานแล้ว เพียงแต่ขึ้นอยู่กับวิธีการทำงานว่าจะดำเนินการอย่างไร เช่นตัวอย่างดังต่อไปนี้
 
            ข้อที่ 1 ต้องดูว่าโรงเรียนขนาดเล็กมันมีหลายลักษณะ เช่น ในภาคเหนือ ตามเขาหรือบนพื้นที่ห่างไกลบ้าง คงไม่สามารถใช้นโยบายยุบโรงเรียนเช่นนี้ได้ เพราะถ้ายุบแล้ว การเดินทางไปเรียนที่โรงเรียนอื่น อาจมีความยากลำบาก เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีควรจะพูดให้ชัดว่า กรณีของโรงเรียนซึ่งอยู่ห่างไกล เส้นทางการคมนาคมลำบาก มีเหตุผลที่จะต้องมีโรงเรียนขนาดเล็กในชุมชนนั้นต้องไม่ยุบ
 
            ข้อที่ 2 โรงเรียนขนาดเล็กบางแห่งได้รับการประเมินคุณภาพจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) แล้วว่า เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ จึงไม่มีเหตุผลที่จะไปยุบ ทำให้สงสัยว่านโยบายดังกล่าวเป็นการพูดถึงโรงเรียนประเภทไหน เพราะโดยธรรมชาติ ผู้ปกครองย่อมอยากให้ลูกอยู่โรงเรียนใกล้บ้าน แต่ว่าถ้าเกิดต้องไปไกลขึ้นแล้วคุณภาพมันดีขึ้นชัดเจน ผู้ปกครองจำนวนมากก็น่าจะยินดี เพราะฉะนั้นวิธีการจากวิธีที่รัฐบาลที่แล้วทำ ก็เริ่มต้นจากว่า มีโรงเรียนดีประจำอำเภอ จะพยายามกระทำไปถึงระดับตำบล เพื่อสามารถที่จะดึงดูดให้ชุมชนนั้นมีความรู้สึกอยากจะเอาลูกมาเข้าที่โรงเรียนนั้น นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ต้องทำ
 
            อีกเรื่องหนึ่งคือ การจัดระบบการขนส่งเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะต้องทำงานร่วมกับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือเทศบาล ก็สามารถจัดระบบรถโรงเรียนได้ เพราะฉะนั้นถ้ารัฐมนตรีเอาหลัก ๆ ง่าย ๆ มาจับเสียก่อน ดังนี้
 
            1. ไม่ยุบโรงเรียนห่างไกล
            2. ถ้าโรงเรียนเขาคุณภาพดีไม่ต้องไปยุบเขา
            3. กรณีที่ไปยุบนี้ไม่ควรไปส่งสัญญาณในลักษณะว่า ไปยุบซะ 7,000 โรงเรียน หรือ 10,000 โรงเรียนหรืออะไร แต่ต้องไปส่งเสริมให้มันมีเงื่อนไขที่ทำให้ชุมชนนั้นเขาอยากจะเอาลูกไปอยู่โรงเรียนอื่น แล้วค่อยดำเนินการ เป็นต้น
 
            นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าตัวรัฐมนตรีเอง ก็คงได้รับการรายงานในลักษณะนี้ แต่พอส่งสัญญาณออกมาทำนองว่าจะยุบโรงเรียนขนาดเล็กอย่างเดียว มันเลยกลายเป็นปัญหาขึ้นมา เพราะมาตรการรองรับอื่น ๆ ยังไม่ชัดเจน  ดังนั้นจึงไปเหมารวมไม่ได้ ต้องทำให้เป็นขั้นเป็นตอน
 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก








 
เรื่องอื่นๆ
  1. Bone Battle เกมบนสมาร์ทโฟนจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
  2. สหรัฐฯ ยก ชาร์ลส์ แรมซีย์ เป็นฮีโร่ หลังช่วยเหยื่อถูกลักพาตัว
  3. นักเรียนจีนช็อก! พบซากหัวหนู อยู่ในจานข้าวที่ซื้อในโรงอาหาร
  4. ก่อแก้ว ขอประกันตัวรอบ 3 ยันสำนึก แต่ไม่ขอโทษตุลาการ
  5. กทม. ขู่ใช้กฎหมาย บีบม็อบพ้นสนามหลวงก่อนวันพืชมงคล
  6. ร.ฟ.ท. ระบุ ผู้จองตั๋วล่วงหน้าต้องแสดงบัตรประชาชน เริ่ม 16 พ.ค.
  7. ล่าหนุ่มพม่าสุดโหด! ขอร่วมเพศ แต่สาวไม่ยอม คว้ามีดฟันหน้า-จับโยนน้ำ
  8. 106 ปียังไม่สาย! ทวดออสซี่พบรักแท้กับคุณปู่วัย 73
  9. ครม. หนุน กัญชง เป็นพืชเศรษฐกิจ - นักวิจัยชี้ มีประโยชน์มหาศาล
  10. อีกแล้ว! เด็กมะกัน 3 ขวบ ยิงตัวตาย หลังพบปืนในกระเป๋าลุง

เรื่องน่าสนใจ