HILIGHT NEWS

ลือสนั่น ! หลวงปู่เณรคํา หนีซุกสหรัฐฯ อยู่กับ พระยันตระ


พระยันตระ
พระยันตระ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก luangpunenkham.com, คุณ jone jond สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            หลวงปู่เณรคํา ถูกคนลือ ! หนีมากบดานอยู่กับพระยันตระที่สหรัฐฯ พบมีความสนิทสนมกัน ขณะที่ชาวเน็ตพากันแชร์คลิปเก่าของอดีตพระยันตระที่ยังคงใช้ชีวิตเป็นสงฆ์อยู่ที่สหรัฐฯ ให้ดูกันอีกรอบ เทียบเคียงคดีหลวงปู่เณรคํา

            เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี "หลวงปู่เรณคำ" หรือ พระวิรพล สุขผล ที่ขณะนี้ยังไม่กลับประเทศไทยมาชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าติดกิจนิมนต์อยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสว่า มีความเป็นไปได้ที่หลวงปู่เณรคำจะหลบหนีจากฝรั่งเศสไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว เนื่องจากพระครูภาวนาวรธรรมวิเทศ (ปานขาว) พระชาวลาว สัญชาติฝรั่งเศส ที่เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิญาณราม เมืองตวกหน่ง ประเทศฝรั่งเศส ไม่กล้ารับรองสถานะของหลวงปู่เณรคำ ทำให้หลวงปู่เณรคำต้องหลบหนีมาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

            ทั้งนี้ มีข้อมูลที่ได้รับการอ้างอิงจากเว็บไซต์ alittltebudhdha.com ระบุว่า มีชื่อ นายวิรพล สุขผล หรือ หลวงปู่เณรคำ เป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 32140 Ortega Hwy. Lake Elsinore CA 92530 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นได้ว่าหลวงปู่เณรคำจะเข้ามาอยู่ที่นี่แล้วขอใช้สิทธิลี้ภัยเหมือนกับอดีตพระรูปอื่น ๆ ที่หลบหนีความผิดจากประเทศไทยมา

            ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้ตรวจสอบพบลูกศิษย์ของหลวงปู่เณรคำมีความเคลื่อนไหวอยู่แถวรัฐฟลอริดา และลอสแอนเจลิส ซึ่งมีบ้านพักและสำนักสงฆ์สาขาของหลวงปู่เณรคำอยู่ นอกจากนี้ ยังทราบข้อมูลมาว่า หลวงปู่เณรคำมีความสนิทสนมกับอดีตพระยันตระ หรือนายวินัย ละอองสุวรรณ ที่เคยต้องอาบัติปาราชิก หลังจากไปล่วงละเมิดเมถุนธรรม และวิจารณ์ก้าวล่วงหมิ่นองค์สมเด็จพระสังฆราชฯ จนต้องหนีมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกาในฐานะผู้ลี้ภัย ตั้งแต่เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งลูกศิษย์ของอดีตพระยันตระก็เข้ามาอยู่ในกลุ่มเดียวกับกลุ่มลูกศิษย์ของหลวงปู่เณรคำด้วย จึงเกิดข่าวลือว่า หลวงปู่เณรคำหนีมากบดานอยู่กับอดีตพระยันตระแล้ว

            สำหรับคดีของอดีตพระยันตระนั้น ขณะนี้ได้ถูกยกขึ้นมาเทียบเคียงกับคดีของหลวงปู่เณรคำ จนทำให้คนในสังคมก็วิพากษ์วิจารณ์กันว่า คดีหลวงปู่เณรคำคงจะซ้ำรอยกับคดีของอดีตพระยันตระที่หลบหนีความผิดไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเป็นแน่ และขณะนี้ชาวเน็ตก็ได้นำคลิปอดีตพระยันตระที่ คุณ jone jond สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม เคยนำมาโพสต์ไว้ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2556 ที่ผ่านมา กลับมาแชร์ในโลกไซเบอร์อีกครั้ง เพื่อให้คนได้ทราบว่าชีวิตปัจจุบันของอดีตพระยันตระเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งจากคลิปจะเห็นว่า อดีตพระยันตระ ยังคงสวมจีวรคล้ายกับภิกษุ แต่ไม่ได้ปลงผมเหมือนพระ กลับไว้ผมเผ้ายาวและหนวดเครารุงรัง นั่งเทศนาธรรมให้ชาวพุทธบางส่วนที่ยังศรัทธาและนับถือได้ฟัง



คลิป พระยันตระ อมโร โพสต์โดย คุณ jone jond



คลิป พระยันตระ อมโร 2 โพสต์โดย คุณ jone jond




หลวงปู่เณรคำ หมดสิทธิ์ห่มผ้าเหลือง หลังเที่ยงคืนวันนี้

หลวงปู่เณรคํา


            ดีเอสไอ บอกรู้ผลทายาท เณรคำ พรุ่งนี้ หลังได้ดีเอ็นเอของญาติมาตรวจสอบ คาดจับสึกได้ 15 ก.ค. นี้แน่นอน ก่อนออกหมายจับดำเนินคดีต่อไป ด้านสำนักศิลปากรยัน พระแก้วมรกต เณรคำ ทำจากหิน ไม่ใช่หยก ด้านเจ้าคณะขับไล่หลวงปู่เณรคำแล้ว บอกหลังเที่ยงคืนวันนี้ หมดสิทธิ์ห่มผ้าเหลือง

            วันนี้ (12 กรกฎาคม 2556) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอังศุเกติ์ วิสุทธิวัฒนศักดิ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและวิเคราะห์คดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดในการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีของพระเณรคำ ฉัตติโก ว่า ทางมารดาของพระเณรคำยังไม่ยอมให้ตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อลูกของเด็กชายวัย 11 ขวบ ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่กังวลในประเด็นนี้ เนื่องจากได้ตรวจดีเอ็นเอของญาติพระเณรคำไปแล้ว ซึ่งประเด็นนี้ในวันที่ 13 กรกฎาคมจะทราบผลตรวจและทุกอย่างจะชัดเจน โดยไม่ต้องรอตรวจมารดาที่ไม่ยอมให้ตรวจอีกแล้ว

            ส่วนการขอศาลออกหมายจับในฐานความผิด 8 ข้อหา พระเณรคำ ที่รับเป็นคดีพิเศษแล้วนั้น ต้องรอให้จัดการทางสงฆ์ให้เรียบร้อยก่อน กล่าวคือ ต้องให้พ้นจากความเป็นสมณเพศสมบูรณ์ก่อน ซึ่งในวันนี้จะเข้าพบเจ้าคณะ จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี เพื่อสรุปในการขับพ้นสมณเพศ และคาดว่าในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ พระเณรคำ จะถูกจับสึกได้อย่างแน่นอน ต่อจากนั้น จึงจะได้ขอศาลออกหมายจับเพื่อไม่ให้กระทบต่อพระพุทธศานาต่อไป

            อย่างไรก็ตาม ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เดินทางไปพบกับ พระราชธรรมโกศล (สวัสดิ์ ทัสสนีโย) เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ฝ่ายธรรมยุต เพื่อยื่นหนังสือขอส่งแจ้งข้อมูลพฤติกรรมของหลวงปู่เณรคำแล้ว โดยเอกสารประกอบไปด้วย ผลการวิเคราะห์ตรวจสอบภาพของหลวงปู่เณรคำ, รายงานรถยนต์มีการจัดซื้อในนามของหลวงปู่เณรคำ และผู้ใกล้ชิด เพื่อให้เจ้าคณะจังหวัดอุบลฯ ได้ใช้ประกอบการพิจารณา

            ทั้งนี้ พระราชธรรมโกศล เจ้าคณะจังหวัดอุบลฯ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วตนได้สั่งการให้หลวงปู่เณรคำมารายงานตัวด้วยตนเอง ภายในวันนี้ และได้นำเรื่องดังกล่าวประชุมร่วมกันเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษแล้ว โดยในส่วนของคดีความคงต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ในส่วนเรื่องวินัยสงฆ์นั้น ทางตนได้สั่งการไปแล้ว กล่าวคือ หลวงปู่เณรคำจะหมดสิทธิ์ห่มผ้าเหลืองในวันนี้เวลาเที่ยงคืน เป็นต้นไป

            เจ้าคณะจังหวัดอุบลฯ กล่าวว่า ในเบื้องต้นตนได้เรียกตัวพระอุปัชฌาย์มาดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งการที่พระสึกต้องเป็นหน้าที่ของพระอุปัชฌาย์เท่านั้น แม้เจ้าตัวไม่อยู่ก็สามารถสั่งการได้ทางเอกสาร แต่ต้องผ่านพระอุปัชฌาย์ไปก่อน จากนั้นจะส่งเรื่องให้เจ้าคณะภาค มหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และดีเอสไอต่อไป

             นอกจากนี้  พระราชธรรมโกศล ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่พระถูกขับออกจากวัดว่า พระดังกล่าวจะไม่มีสังกัดและกลายเป็นพระเร่รอน ซึ่งหากไม่มีที่อยู่ภายใน 3 วัน ถ้าเจ้าหน้าที่พบเห็นที่ใดก็สามารถดำเนินการจับกุมได้ทันที ส่วนสาเหตุที่พระถูกขับไล่ออกจากวัดมีด้วยกัน 3 ข้อ ได้แก่

           1. ไม่มารายงานตัวตามเวลาที่กำหนด
           2. ไม่เอื้อเฟื้อในพระอุปัชฌาย์
           3. ขัดคำสั่ง และการประพฤติผิดจริยธรรมของพระภิกษุ

           โดยหลังจากหลวงปู่เณรคำโดนขับออกจากวัดแล้ว จะต้องหาสังกัดวัดใหม่ภายใน 3 วัน แต่อย่างไรก็ดี หากเจ้าอาวาสวัดใดที่รับเข้าสังกัดก็จะมีความผิดด้วย เพราะเป็นที่รู้ ๆ กันว่า หลวงปู่เณรคำมีคดีติดตัว ส่วนกรณีที่หลวงปู่เณรคำอยู่ในต่างประเทศ ก็สามารถจับสึกได้ทันทีและแจ้งมายังเจ้าอาวาสต้นสังกัดให้รับทราบ

         ท้ายนี้ พระราชธรรมโกศล ยังกล่าวถึงกรณีที่หลวงปู่เณรคำได้ให้คนเอารถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ราคาประมาณ 1.2 ล้านบาท มาถวายนั้น เป็นเรื่องจริง แต่ปัจจุบันตนได้ขายรถคันนี้ไปนานแล้ว



สำนักศิลปากรยัน พระแก้วมรกต เณรคำ ทำจากหิน ไม่ใช่หยก


พระแก้วมรกต หลวงปู่เณรคํา ทำจากหิน ไม่ใช่หยก


            สำนักศิลปากร ยืนยัน พระแก้วมรกตจำลอง ของหลวงปู่เณรคำ ทำจากหิน ไม่ใช่หยก ชี้หยกแท้จะต้องโปร่งใส เนื้อเย็น เตรียมส่งพิสูจน์เพื่อชี้ชัดอีกครั้ง

            เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายขจร มุกมีค่า ผอ.สำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบวัสดุที่ใช้ก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองที่สำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมว่า หลังได้เก็บเศษวัสดุที่ใช้สร้างพระแก้วมรกตจำลองมาจำนวนหนึ่งมาตรวจสอบ จากประสบการณ์การทำงานเมื่อตรวจสอบด้วยสายตาในเบื้องต้นเห็นว่าวัสดุดังกล่าวเป็นเพียงหินชนิดหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่หยก เพราะลักษณะของหยกแท้เมื่อดูด้วยตาจะมีความโปร่งใสชัดเจน มองทะลุผ่านได้ เมื่อสัมผัสเนื้อจะรู้สึกเย็น แต่วัสดุที่ได้มาจากสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมเมื่อมองแล้วมีลักษณะทึบ เป็นแผ่นเล็ก ๆ เท่ากับกระเป๋าเงินแล้วนำมาต่อกันเป็นแผ่น ๆ

            อย่างไรก็ตาม เพื่อความชัดเจนจะส่งไปตรวจพิสูจน์ด้วยเทคนิควิธีทางวิทยาศาสตร์ที่สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีอีกครั้ง ส่วนเรื่องการขออนุญาตสร้างพระแก้วมรกตจำลองซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ปรากฏตามบัญชีแนบท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติและการจำลองพระพุทธรูปสำคัญ พ.ศ. 2520 นั้น จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมแต่อย่างใด



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




เรื่องอื่นๆ
  1. ภราดร ยันมาเลเซีย แถลง BRN ยุติรุนแรงรอมฎอน วันนี้
  2. ตำรวจปล่อยตัว ผู้กองปูเค็ม แล้ว-เจ้าตัวลั่นถูกแกล้ง
  3. วาทะเด็ด ! ประยุทธ์ ไม่ขอเคลียร์ ทักษิณ บอกคนร้ายต้องทำตามกฎหมาย
  4. อินโดนีเซียสั่งถอนหนังสือเรียนประถม หลังพบเนื้อหาอีโรติก
  5. เร่งล่าตัวโจรโรคจิตฉกชั้นในสาว ๆ ตามหอพักในเมืองภูเก็ต
  6. ศาลให้ประกันตัว หมอสุพัฒน์ ตั้งเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ
  7. สมาคมข้าวถุง เตรียมฟ้องคนโพสต์โจมตีข้าวเน่า ชี้กระทบการค้า
  8. หนุ่มสวีเดนโทรแจ้งสถานทูต บอกจะฆ่าตัวตาย ก่อนใช้ถุงดำคลุมหัว-ผ้ารัดคอ
  9. ยามก็อต มช. ฮอตสุด ๆ มาอัดรายการที่ กทม. สาวดักกรี๊ดเพียบ !
  10. พันธุ์ศักดิ์ มงคลศิลป์ ถูกรวบ คดีอุ้ม ชัยชนะ หมายงาน เสี่ยชื่อดังโรงเกลือ

เรื่องน่าสนใจ