
แฉ! เล่ห์โรงพยาบาลดูดเงินคนไข้ ตรวจถี่ยิบเกินอาการ
สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ความขัดแย้งระหว่างแพทย์กับผู้รับการรักษามีมากขึ้นในปัจจุบัน ไม่เฉพาะแต่โรงพยาบาลรัฐเท่านั้น แม้แต่โรงพยาบาลเอกชนเองก็เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ จากการสอบถามข้อมูลจากผู้เสียหายทางการแพทย์ ที่ประสบปัญหากับโรงพยาบาลเอกชนหลายกรณี ซึ่งส่วนใหญ่ร้องเรียนไปยังแพทยสภาสามารถสรุปได้ว่ามี 3 กลยุทธ์ ที่แพทย์โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งใช้หาผลประโยชน์เพิ่มจากคนไข้คือ
1. เทคนิคการตรวจรักษาเกินความจำเป็น (Over Treatment) หรือการแนะนำให้คนไข้ใช้เครื่องมือคอมพิวเตอร์ที่มีราคาแพง เช่น เครื่องตรวจด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (MRI Scan) เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เครื่องอัลตราซาวนด์ 4 มิติ ฯลฯ ซึ่งค่าตรวจแต่ละครั้งมีราคาตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท หากคนไข้ต้องผ่าตัดก็จะแนะนำให้ใช้แพทย์หลายสาขาเข้าไปในห้องผ่าตัดพร้อมกัน
2. เทคนิคการรักษาแบบเลี้ยงไข้ (UNDER TREATMENT) หรือการรักษาแบบไม่วินิจฉัยโรคให้แน่ชัดแต่แรก แต่จะใช้วิธีเกลี้ยกล่อมให้คนไข้แอดมิท (ค้างคืน) ที่โรงพยาบาล เพื่อดูอาการโดยละเอียด หรือแนะนำคนไข้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ทั้งที่คนไข้เป็นโรคขั้นพื้นฐาน เช่น ไทฟอยด์ กระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ ฯลฯ
3. เทคนิคการรักษาแบบลูกโซ่ (Over Admitting) หรือการเกลี้ยกล่อมให้ผู้ป่วยไปตรวจรักษาโรคอื่นเพิ่มเติมจากโรคที่ตั้งใจมารักษา เช่น แนะผู้ป่วยเบาหวานรักษาโรคหัวใจ หรือกรณีผู้มารักษาอาการปวดประจำเดือน แต่แพทย์แนะนำให้ผ่าตัดไส้ติ่ง ฯลฯ
ทั้งนี้ อดีตแพทย์ศัลยกรรมพิเศษโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังหลายแห่ง เปิดเผยว่า ตามปกติแล้วโรงพยาบาลเอกชน จะมีนโยบายแบ่งรายได้ให้แพทย์ทุกคน แบ่งเป็นเงินพิเศษสำหรับคนไข้นอกและคนไข้แอดมิท สำหรับคนไข้นอกจะมีส่วนแบ่งรายได้จากค่ารักษาทั่วไปของแพทย์ ซึ่งจะแยกรายการชัดเจนในใบเสร็จรับเงิน, ค่ายา ซึ่งได้เป็นเปอร์เซ็นต์ โรงพยาบาลแต่ละแห่งจะให้ไม่เท่ากัน แต่ต้องไม่น้อยกว่า 10% จากยาที่สั่งแต่ละครั้ง หากสั่งให้ใช้เครื่องตรวจเอกซเรย์หรือเครื่องมือตรวจคอมพิวเตอร์ก็จะได้ส่วนแบ่งอีกต่างหาก
นอกจากนี้ โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งแบ่งเปอร์เซ็นต์ค่าห้องผู้ป่วยด้วย เช่น ค่าห้องคืนละ 2,000 บาท จะได้ 500 บาท เช่นเดียวกับค่าเยี่ยมไข้อีกครั้งละ 500 บาท ส่วนค่าตรวจรักษาค่าผ่าตัดก็จะได้ต่างหาก
อดีตนายแพทย์พิเศษโรงพยาบาลเอกชนยังเปิดเผยอีกว่า โรงพยาบาลเอกชนเกือบทุกแห่งจะมีการประเมินผลงานหารายได้ของหมอ หากหมอที่ทำยอดรายได้มาก มีการสั่งเจาะตรวจโน่นตรวจนี่ทำยอดกำไรให้โรงพยายาลสูงก็จะไม่มีปัญหา ส่วนหมอที่ผลงานไม่ดี ไม่มีรายได้เสริมให้โรงพยาบาลจะถูกประเมินไม่ค่อยดีนัก สร้างความอึดอัดใจให้กับหมอที่มีคุณธรรมไม่ต้องการให้ผู้ป่วยสิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุเป็นอย่างมาก





