









จ้างโค้ชบราซิล ปั้นนักเตะเยาวชน
นาย องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวของโครงการพัฒนาเยาวชนสู่ความเป็นเลิศ หรือ เซนเตอร์ ออฟ ดิ เอ็กเซลเลนจ์ ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่ตระเวนคัดเลือกนักฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปี จากทั่วประเทศ ให้เหลือ 40 คนเพื่อเอามาเข้าโครงการสร้างนักเตะสายเลือดใหม่เพื่อพัฒนาไปสู่ทีมชาติใน อนาคต ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการระยะยาว 12 ปีต่อเนื่อง
โดยล่าสุดสมาคมฟุตบอลฯได้เซ็นสัญญาว่าจ้างโค้ชชาวบราซิลวัย 25 ปี ที่เคยมีประสบการณ์ดูแลทีมฟุตบอลเยาวชนให้สโมสรฟลาเมงโก มาเป็นผู้ฝึกสอนหลักของโครงการนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้เปิดคัดเลือกนักเตะมาแล้ว ใน กทม. ภาคกลาง ภาคเหนือ และยังเหลืออีก 2 ภาค ในวันที่ 5 เม.ย. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปิดคัดพร้อมกันที่ จ.ขอนแก่น และอุบลราชธานี
ซึ่งทั้ง 2 จังหวัดจะใช้สนามที่โรงเรียนกีฬา จากนั้นในวันที่ 9 เม.ย. จะปิดท้ายที่ภาคใต้ ที่สนามกีฬากลาง จ.สุราษฎร์ธานี สนามเทศบาลกลาง จ.ตรัง และที่สนามสุระกุล จ.ภูเก็ต ส่วนรอบสุดท้ายจะมาคัดที่หนองจอกในวันที่ 22-23 เม.ย. เพื่อให้เหลือนักเตะ 40 คน ตามโควตาซึ่งโครงการกำหนดไว้ โดยนักเตะทั้งหมดจะเข้าเรียนชั้น ม.1 ที่โรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์ และจะเรียนฝึกซ้อม กินอยู่หลับนอนร่วมกันระยะยาว ซึ่งบิดามารดา และผู้ปกครองจะต้องเซ็นยินยอมให้สมาคมฟุตบอลฯเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบทั้งหมด
บิ๊กเปี๊ยก เผยต่อไปว่า ในอนาคตทางสมาคมฟุตบอลฯได้วางตัวให้ตะวัน ศรีปาน เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวหลักและเป็นผู้อำนวยการดูแลการพัฒนาเยาวชนของ โครงการนี้ โดยเตรียมที่จะส่งตะวันไปอบรมหลักสูตรโค้ชบอลเด็กที่อังกฤษและบราซิล ส่วนงบประมาณที่ตั้งไว้นั้นจะตกอยู่ปีละประมาณ 6 ล้านบาท ซึ่งทางสมาคมฯจะพยายามหาสปอนเซอร์เข้ามาช่วยสนับสนุนต่อไป
ด้าน นายกยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดเผยถึงข่าวคราวความขัดแย้งในวงการผู้ตัดสินโดยเฉพาะการตั้งประธาน พัฒนาผู้ตัดสินคนใหม่ ที่ขัดแย้งกันรุนแรงจนถึงขั้นมีข่าวจ้างวานสังหาร เปาอั๋น ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ ประธานเชิ้ตดำคนเดิมว่า เรื่องนี้คงต้องให้ทางตำรวจสืบสวนสอบสวนว่ามีมูลความจริงอย่างไร แต่ในส่วนตัวแล้วไม่เชื่อว่าวงการฟุตบอลของเราจะมีการโกรธเคืองเคียดแค้น หรือแย่งชิงผลประโยชน์ กันถึงขั้นจะเอาชีวิต อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์หน้าเรื่องของการตั้งประธานพัฒนาผู้ตัดสินจะมีความชัดเจนขึ้น โดยตนได้เตรียมที่จะตั้งคณะกรรมการจำนวน 9 คน ซึ่งมีทั้งวุฒิภาวะ ประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับในวงการเชิ้ตดำขึ้นมา เพื่อสรรหาบุคคลที่จะขึ้นมาเป็นประธาน ผู้ตัดสินคนใหม่ต่อไป
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |








|