HILIGHT NEWS

เจาะข่าวเด่น ผศ.ดร.จักษ์ ปะทะ บก.ลายจุด ถกปิดกรุงเทพ

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<
เจาะข่าวเด่น



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ ThaiTV19 สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

        ผศ.ดร.จักษ์ ปะทะ บก.ลายจุด ในรายการ เจาะข่าวเด่น ฟังความคิดเห็นของทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับการปิดกรุงเทพฯ การเลือกตั้ง และการปฏิรูป

       การปิดกรุงเทพมหานครของกลุ่ม กปปส. ในวันที่ 13 มกราคม ถือเป็นประเด็นร้อนที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมมากมาย มีการถกเถียงและพูดถึงเรื่องนี้กันในวงกว้าง ซึ่งล่าสุด (9 มกราคม 2557) รายการเจาะข่าวเด่น ก็ได้นำ 2 ตัวแทนจากฝ่าย กปปส. คือ  ผศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร และ ผู้ที่ไม่เห็นด้วยอย่าง สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด มาร่วมพูดคุยกันในรายการ เพื่อตอบคำถามที่หลายคนสงสัย และร่วมเสวนาหาทางออกทางการเมืองที่ตีบตัน ณ เวลานี้

          จากคำถามที่ว่า เหตุใดจึงต้องมีการระดมคนออกมาปิดกรุงเทพ ผศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ให้เหตุผลว่า เรื่องนี้ถ้าไม่มีเหตุ คนจำนวนมหาศาลคงไม่เดินออกจากบ้านมาประท้วง มันมีที่มาที่ไปและก่อตัวมาอย่างช้านาน เป้าหมายคือกดดันรัฐบาลให้ลาออกและเข้าสู่กระบวนการปฏิรูป ทางเลือกอื่นมีแต่ทางกลุ่มมองว่าทางเลือกนี้ดีที่สุด เพราะไม่ว่าทาง กปปส. จะทำอย่างไร รัฐบาลก็ไม่ยอมออกจากการเป็นรัฐบาลรักษาการ ดังนั้นการปิดกรุงเทพฯ จึงเป็นการกดดันรัฐบาลในทางหนึ่ง

       ด้านสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด กล่าวว่า การชุมนุมในตอนแรกเหมาะสมพอดีในระดับหนึ่ง คือเรื่องนิรโทษกรรม แต่ตอนนี้การชุมนุมเลยเส้นมาไกลมากแล้ว ก่อนหน้านั้นที่ทำตนเองก็มองว่าเหมาะสม แต่ถึงขั้นที่จะสั่งปิดกรุงเทพฯ สั่งให้คนกรุงเทพฯ หยุดทำงาน สั่งคนนั้นคนนี้ ถือว่า กปปส. ทำดูแล้วเหมือนอันธพาล การที่ กปปส. เผยว่าไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง นี่ถือเป็นการเคารพ แต่เมื่อบอกว่าไม่ควรจะมีการเลือกตั้ง หรือไม่ให้ไปเลือกตั้ง ตนมองว่านี่เป็นการละเมิดสิทธิ์ คัดค้านไม่ว่า แต่อย่าขวางการเลือกตั้ง

         ผศ.ดร.จักษ์ ได้ชี้แจงที่ บก.ลายจุดบอกว่า การปิดกรุงเทพเป็นอันธพาล ว่า กลุ่ม กปปส. ออกมาปิดถนนจริง แต่มีการเปิดช่องทางให้รถสาธารณะได้สัญจร ถ้าอย่างนี้เรียกอันธพาล เหตุการณ์ปี 2553 เรียกว่าอะไร

         บก.ลายจุด แจงว่า หากคุณต้องการพื้นที่ที่จะแสดงออกทางการเมือง คุณก็มีพื้นที่แล้วที่ราชดำเนิน แต่การประกาศปิดเลย ทั้งการไล่คนที่ไม่เห็นด้วยให้ไปอยู่ที่อื่น หรือการปิดสถานที่ราชการ เกี่ยวไฟฟ้าลง ไล่เจ้าหน้าที่ไม่ให้ทำงาน อันนั้นคือการละเมิดสิทธิ์ หากอยากจะอยู่บนถนนแล้วเรียกร้องถือว่าทำได้ แต่ในปี 2553 ได้มีการเรียกร้องให้รัฐมนตรียุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ของตัวเอง แต่ครั้งนี้ กลุ่ม กปปส. จะไปขัดขวางการใช้อำนาจของประชาชนทำไม

เจาะข่าวเด่น

         ผศ.ดร.จักษ์ กล่าวว่า เมื่อถามถึงเรื่องวิธีการ ตนก็ตอบเรื่องวิธีการ แต่คุณ บก.ลายจุด กลับพูดถึงเรื่องเป้าหมาย ที่ถือเป็นคนละประเด็นกัน ส่วนที่บอกว่าไล่คนไม่เห็นด้วยออกจาก กทม. นั้น ถือเป็นการบิดเบือนคำพูด เพราะบอกว่า หากใครเดือดร้อนหรือไม่เห็นด้วยกับทางกลุ่ม กปปส. ให้ออกไปข้างนอกก็ได้ นี่ไม่ถือเป็นการไล่ แต่คือการเสนอแนะ ถ้าไล่คือการใช้อารมณ์ บนเวทีบอกชัดเจนว่า ถ้าใครลำบาก ให้ไปพักผ่อนข้างนอก แต่ไม่ได้ไล่

        ด้าน  บก.ลายจุด กล่าวว่า แล้วใครทำให้ลำบาก เพราะวันจันทร์เป็นวันทำงาน วันหนึ่งมาปิดเส้นทาง 7 จุดจากที่ขู่ 20 จุด และหน่วยราชการไม่ต้องทำงาน จะไปล้อมหรือดับไฟ ไปบุกบ้านนายกฯ โดยคอมมอนเซนส์ นี่คือพฤติกรรมของคนดีจริงหรือ

       ผศ.ดร.จักษ์ แจงว่า การตัดน้ำตัดไฟ ผู้ที่เสียหายคือผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับประชาชน แต่เมื่อเปิดไฟมาใช้ได้เหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นการเผาบ้านเผาเมือง มันคือกลับมาไม่ได้เลย แต่ บก.ลายจุด ก็ออกมาแย้งว่า ปี 2553 นั้น เกิดจากการที่รัฐบาลในเวลานั้น ถูกเรียกร้องให้ยุบสภาแต่ไม่ยอมยุบสภา เลยใช้กองกำลังทหารเข้ามาปราบจลาจล ถามว่าเป็นไปได้ไหมที่เสื้อแดงจะทำ ก็ต้องบอกว่าเป็นไปได้ แต่ในคดีเช่น เซ็นทรัลเวิลด์ ศาลชั้นต้นได้ยกคำร้องหมด และมีข้อสงสัยเต็มไปหมด ณ วันนี้ คดีความทั้งหมดหลุดหมดแล้ว สมมุติมันเกิดการปะทะกัน คุณจะไม่ก่อเหตุอะไร เช่น สมัยพฤษภาทมิฬ ถือเป็นธรรมชาติของจลาจล แต่ตอนนี้ รัฐอยู่ในที่ตั้ง เช่นเหตุการณ์ที่สนามไทย ญี่ปุ่น ดินแดง คำถามคือเราจะไม่เผชิญหน้าแบบนั้นได้ไหม แล้วใช้พื้นที่บนถนนในการแสดงออกได้ไหม ในปี 2553 นั้น ทางกลุ่มผู้ชุมนุม ชุมนุมกันอยู่ที่ราชประสงค์ แต่ทางรัฐกลับใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม แต่ในตอนนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนตัวไปมา ก่อความวุ่นวาย ปิดกรุงเทพมหานคร ปี 2553 ถือเป็นการจลาจล และการจลาจลทั่วโลกก็เป็นแบบนี้

         ผศ.ดร.จักษ์ กล่าวว่า ทำไม่ต้องคิดว่าเหตุการณ์ปี 2553 จะเกิดกับกลุ่ม กปปส เมื่อแกนนำนั้นเป็นคนละกลุ่มกัน ผู้เข้าร่วมก็คนละแบบกัน ซึ่งการเคลื่อนไปเป็นการไปโดยสันติ ไม่จำเป็นต้องคิดว่ามันจะเกิดความรุนแรง บก.ลายจุด ก็แย้งว่า ก่อนหน้านั้นมีการปะทะกัน เช่นการไปบุก บชน. จนมีผู้เสียชีวิต หรือเหตุการณ์ที่ไทย-ญี่ปุ่น ผศ.ดร.จักษ์ จึงแย้งว่า ก่อนหน้านี้เหตุการณ์ ปี 2553 นั้น บก.ลายจุดบอกให้เป็นกระบวนการของศาลไป แต่ตอนนี้กลับเห็นแล้วเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์มันยังไม่เกิดขึ้น

         บก.ลายจุด จึงกล่าวต่อว่า การที่ กปปส. บุกเข้าไปทุกที่ บุกไปทุกกระทรวง การกระทำแบบนี้ถือว่าสุ่มเสี่ยง แต่ถ้าอยู่บนถนนราชดำเนินแล้ว มีพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นแล้ว อยากทราบว่าจะเคลื่อนไปทำไม

         ผศ.ดร.จักษ์ กล่าวว่า ถ้าเกิดคนในกรุงเทพฯ ไม่พอใจที่ทำให้เดือดร้อน คนในกรุงเทพคงออกไปต่อต้าน แต่วันนี้มีคนหยิบยื่นทุกสิ่งให้ ที่ผ่านมาเขาเดือดร้อนมานานกับรัฐบาลแบบนี้ ครั้งนี้คนกรุงเทพฯ เดือดร้อนบ้างจะได้ไหม การชุมนุมมันต้องชุมนุมที่กรุงเทพอยู่แล้ว บก.ลายจุด จึงกล่าวว่า ตนเองยอมรับที่มีคนกรุงเทพฯ เห็นด้วยกับแนวทางของ กปปส. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่เห็นด้วย แต่แสดงออกอย่างลำบาก เช่น การไปแสดงออกว่าไม่เห็นด้วย มันอาจจะไม่ปลอดภัย อาจารย์อาจจะไม่เห็นว่า คนที่ไม่เห็นด้วยกับ กปปส. นั้น มากมายเพียงใด

         ผศ.ดร.จักษ์  จึงกล่าวว่า หากมองในมุมกลับแล้ว เหตุการณ์การชุมนุมของ นปช. ก็มีคนที่ไม่เห็นด้วย และไม่กล้าที่จะแสดงออกเหมือนกัน

เจาะข่าวเด่น

         บก.ลายจุด จึงถามว่า โดยหลักการแล้ว เรามีสิทธิอะไรที่จะไปคุกคามชีวิตของคนกรุงเทพฯ ผศ.ดร.จักษ์ จึงกล่าวว่า เรื่องนี้ผู้ที่เดือดร้อนสามารถฟ้องร้องได้ตามเนื้อผ้า เราไม่ได้บอกว่าเราไม่ยอมรับการแจ้งความ หากวันนี้ตนเดินออกไปแล้วมีข้อหากบฏติดตัว ตนเองก็พร้อม บก.ลายจุดจึงเผยว่า คุณสุเทพบอกว่า ถ้าเขาชนะก็จะเป็นรัฏฐาธิปัตย์  เหมือนกับการรัฐประหารโดยทหาร ที่คดีความต่าง ๆ ที่ฟ้องร้องมาจะหมดไป ลองประกาศดูว่า ถ้าเกิดคุณสุเทพชนะ อาจารย์และคนอื่น ๆ บนเวที จะไม่ยอมรับการนิรโทษกรรม

       ผศ.ดร.จักษ์ จึงบอกว่า เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่คิดไปเอง ตั้งแต่ที่ตนฟังมา ไม่เคยได้ยินคุณสุเทพบอกว่าจะเป็นรัฏฐาธิปัตย์ รัฏฐาธิปัตย์ในมุมมองของตนเองนั้น คือคนที่มีอำนาจรัฐ ควบคุมอำนาจรัฐ ซึ่งการตีความหมายนั้นก็ไม่เหมือนกัน ตนเองขอสาบานว่า ไม่ว่าจากนี้ไปจะแพ้หรือชนะ ตนไม่ขอหนีกระบวนการยุติธรรม นี่คือสัจจะ ไม่รับนิรโทษกรรม การเคลื่อนที่นั้นก็เพื่อที่จะเพิ่มความกดดัน ไม่มีทางเลือกอื่น และอยากให้รัฐบาลเห็นว่า มีปริมาณคนที่ไม่เห็นด้วยเยอะมาก อยากให้รัฐบาลทบทวนว่า 15 ล้านเสียงนั้นมันจริงไหม ทุกวันนี้ไม่ว่าจะมีข่าวอะไรที่ไม่ดีออกมา รัฐบาลไม่เคยยอมรับและไม่เคยมองด้วยซ้ำไป จึงต้องแสดงออกอย่างให้ชัดเจน เพื่อให้โลกและรัฐบาลได้เห็น

         บก.ลายจุด จึงกล่าวว่า ตนเองมีวิธีการที่เป็นสากล เป็นวิทยาศาสตร์ จับต้องได้ นั่นคือการเลือกตั้ง และทั่วโลกก็ทำแบบนี้ ทุกคนอ้างว่าเราคือเสียงส่วนใหญ่ แล้วทำไมไม่ออกไปเลือกตั้ง ผศ.ดร.จักษ์ จึงแย้งว่า การเลือกตั้งคือการเลือกผู้แทน เลือกรัฐบาล ไม่ใช่บอกว่าจะเอาปฏิรูปหรือไม่ มันคือคนละเรื่องกัน เราขัดแย้งกันในเรื่องปฏิรูป ไม่ใช่ตัว ส.ส. คนละความหมาย การเลือกตั้งไม่สามารถสะท้อนความต้องการได้

         บก.ลายจุด จึงแย้งว่า ตนเองได้ยินจากเวที กปปส. ว่า การปฏิรูปนี้ เพราะว่ารัฐบาลมีปัญหาเรื่อง ส.ส. นักการเมือง เลยต้องปฏิรูป แต่การเลือกตั้งสามารถรณรงค์ได้จนมีนัยยะสำคัญ การไปโหวตจะสะท้อนแนวทางการรณรงค์ และจับต้องได้แบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะมีประชาชนบนถนน และประชาชนที่ไม่ได้ออกมา ที่สามารถนับได้ ระหว่างประชาชนบนถนน กับประชาชนที่โหวต สิ่งไหนที่เป็นวิทยาศาสตร์มากกว่ากัน  ผศ.ดร.จักษ์  จึงแย้งว่า ถ้าตาชั่งไม่ตรง ชั่งอย่างไรก็ไม่ตรง อย่างไรทางกลุ่มก็ต้องการให้มีการเลือกตั้ง ตนเองกำลังพูดถึงการเลือกตั้ง ตาชั่งนี้คือการปฏิรูปการเมืองที่เราก็ตอบไม่ได้ ตาชั่งของการเลือกตั้งคือการวัดว่าใครจะเข้าไปเป็น ส.ส. แต่ตนเองต้องการได้ตาชั่งที่เป็นตัววัดว่า เราต้องการปฏิรูป บก.ลายจุด จึงแย้งว่า หรือไม่อย่างนั้นก็ควรลงมาเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งสามารถสะท้อนสิ่งนี้ได้

        เมื่อถามว่า ทำไมจึงต้องการปฏิรูป ผศ.ดร.จักษ์  เผยว่า เรายอมรับไหมว่ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และมันเกิดทุกพื้นที่ด้วย ระบบการเงินเข้ามาจัดการกับระบบการเลือกตั้ง มากกว่าความรู้สึกที่แท้จริงของผู้เลือกตั้ง ทุกวันนี้พรรคการเมืองเป็นเหมือนบริษัทที่จ้าง ส.ส. เข้ามา แล้วเราก็พิสูจน์มาแล้วว่ารูปแบบนี้ทำกี่ทีก็มีปัญหา การปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งก็เพื่อให้การเลือกตั้งสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

        บก.ลายจุด จึงแย้งว่า จากงานวิจัยของ อ. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล เกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งล่าสุด มีเพียง 4.5-4.7 เปอร์เซ็นต์ ที่เรื่องของเงินเข้ามามีบทบาทในการลงคะแนนเสียง การใช้เงินในการเลือกตั้งมีผลน้อยลงทุกที ไม่มีนัยยะสำคัญด้วย




คลิป เจาะข่าวเด่น 9 ม.ค. 57 เครดิตรายการ เจาะข่าวเด่น โพสต์โดยคุณ ThaiTV19 สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม


 ติดตามข่าว ปิดกรุงเทพ แบบอัพเดททั้งหมด คลิกเลย

 เกาะติดชุมนุม กปปส. แบบอัพเดททั้งหมด คลิกเลย

 ติดตามข่าว ม็อบสุเทพ เทือกสุบรรณ แบบอัพเดททั้งหมด คลิกเลย






เรื่องอื่นๆ
  1. คมนาคม เปิด 38 จุดจอดรถฟรี รับมือม็อบปิดกรุงเทพฯ 13 ม.ค.นี้
  2. หลินฮุ่ย ไม่ได้ท้องเทียม อัลตร้าซาวด์พบตัวอ่อนในมดลูก
  3. แนะนำหนังสือน่าอ่าน ประจำวันที่ 11-12 มกราคม 2557
  4. ศอ.รส. แถลงปืนหาย 27 กระบอก หลังม็อบบุกสนามไทย-ญี่ปุ่น
  5. อากาศโลกสุดแปรปรวน อเมริกาหนาวจัด-อาร์เจนฯ ร้อนระอุ
  6. ปริญญา-จรินทร์ ธรรมวัฒนะ ปัดข้อกล่าวหาโกงทรัพย์ตลาดยิ่งเจริญ
  7. สะพานกรุงเทพฯ เปิดให้เรือรบแล่นผ่านอีกครั้ง วันนี้ (9 ม.ค. 57)
  8. ชาววงเวียนใหญ่มอบนกหวีดล้อมเพชร ให้สุเทพ ขอบคุณที่สู้เพื่อชาติ
  9. ธ.ก.ส. แถลงค้าน รัฐฯ ใช้เงินฝากประชาชน 5.5 หมื่นล้าน สำรองจ่ายจำนำข้าว
  10. อดีตครูปัตตานีวัย 69 ปี ปั่นจักรยานทั่วไทย ถวายพระพรในหลวง

เรื่องน่าสนใจ