ลูกหนี้แบล็กลิสต์พุ่งเท่าตัว กมธ.คลังเล็งแก้กม.เครดิตบูโร

ลูกหนี้แบล็กลิสต์พุ่งเท่าตัว กมธ.คลังเล็งแก้กม.เครดิตบูโร
นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการคลัง กล่าววานนี้ (11 เม.ย.) ว่า กมธ.การคลัง มีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องการขึ้นบัญชีดำในกฎหมายเครดิตบูโร เพราะเห็นว่ากฎหมายดังกล่าว ส่งผลต่อประชาชนโดยทั่วไปแบบเกินขอบเขต เหมือนกับว่าเป็นผู้มีประวัติอาชญากรรมหรือติดคุก จนทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตในอนาคต ทั้งที่เป็นหนี้บัตรเครดิตด้วยเงินไม่กี่บาท
กมธ.จะจัดสัมมนาเรื่องกฎหมายเครดิตบูโร ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ เพื่อระดมความคิดเห็นและแนวทางแก้ไข เพื่อช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในบัญชีดำ หรือแบล็กลิสต์เหล่านี้ ให้ได้รับความยุติธรรม โดยเห็นว่าปัจจุบัน มีลูกหนี้บัตรเครดิตและลูกหนี้สถาบันการเงินโดยทั่วไปที่ถูกขึ้นเป็นแบล็กลิสต์ ของสถาบันการเงินเป็นจำนวนมาก และแม้ว่ากฎหมายจะกำหนดระยะเวลาของการขึ้นบัญชีดำไว้เป็นเวลา 3 ปี แต่ในทางปฏิบัติแล้ว แม้ว่าสถาบันการเงินจะลบรายชื่อออกจากแฟ้มประวัติเครดิตบูโร แต่สถาบันการเงินอื่นก็ไม่ยอมรับ และเห็นว่า เป็นผู้ที่มีประวัติเสีย ทั้งที่ลูกหนี้เหล่านี้ อาจมีปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจ ไม่ได้เกิดจากความประพฤติด้วยซ้ำไป ประธานคณะกรรมาธิการการคลัง กล่าว
นายสังศิต กล่าวอีกว่า จากการศึกษาข้อมูลรายละเอียดของ กมธ.การคลัง พบว่า ปัจจุบันจำนวนลูกหนี้ที่มีรายชื่ออยู่ในเครดิตบูโรนั้นมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในปี 2549 ที่ผ่านมา ที่เพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่า จากเดิมที่มีอยู่ เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ หากยังปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้อีก โดยไม่มีใครแก้ไข อาจทำให้คนเหล่านี้มีปัญหา กลายเป็นปัญหาและภาระกับสังคมต่อไปอีกในอนาคต
ในการจัดสัมมนาในวันที่ 14 พ.ค.นี้ กมธ. จะเปิดเผยรายละเอียดผลกระทบของลูกหนี้ที่ได้รับจากกฎหมายเครดิตบูโร ให้สาธารณชนรับทราบว่า ต้องได้รับความเดือดร้อนมากเพียงใด เพราะเมื่อมีประวัติติดอยู่ในเครดิตบูโร แล้วไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ต่อไปได้อีกเลย แม้ว่าจะมีเงินเดือน มีชีวิตฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถหันไปกู้เงินจากแบงก์มาซื้อบ้านได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม และเพิ่มพูนขึ้นตลอดเวลา นายสังศิต กล่าว
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
