HILIGHT NEWS

น้ำป่า-โคลนถล่มน้ำตกที่จ.ตรัง พบแล้ว23ศพ สูญหายอีกเพียบ

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<



น้ำป่า-โคลนถล่มน้ำตกที่จ.ตรัง พบแล้ว23ศพ สูญหายอีกเพียบ 

          น้ำป่าถล่มน้ำตก จ.ตรัง หลายจุด นักท่องเที่ยวหนีตายจ้าละหวั่น พบศพแล้ว 23 สูญหายอีกเพียบ ระดมเจ้าหน้าที่กว่า 300 ค้นห
า พร้อมสั่งห้ามขึ้นน้ำตกทุกจุดในช่วงนี้ เผยนาทีระทึก นักท่องเที่ยวเล่นน้ำตกกลับเจอน้ำป่า-โคลนถล่มไม่รู้ตัว อุตุฯเตือน เที่ยวน้ำตกทุกแห่งช่วงนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ

          น้ำป่าไหลหลากถล่มน้ำตกดังใน จ.ตรัง ครั้งนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 14 เมษายน ระหว่างที่นักท่องเที่ยวนับร้อยคน กำลังเดินทางไปท่องเที่ยวกันที่บริเวณน้ำตกสายรุ้ง และน้ำตกไพรสวรรค์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว เนื่องจากตรงกับช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2550 ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากลงมาอย่างรุนแรง และรวดเร็ว จากบริเวณเทือกเขาบรรทัด ซึ่งตั้งอยู่เขตรอยต่อระหว่างจังหวัดตรัง กับพัทลุง ขณะที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน จึงถูกกระแสน้ำพัดพาร่างลงสู่เบื้องล่าง กระแทกเข้ากับโขดหินจนจมน้ำสูญหายไปเป็นจำนวนมาก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดฝนตกอย่างหนักตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา บริเวณน้ำตกสายรุ้ง หมู่ 4 ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงจนเกิดความชุลมุนวุ่นวายอย่างมาก โดยเจ้าหน้าที่ระดมกำลังช่วยเหลือและอพยพนักท่องเที่ยวจำนวนมากออกไปอยู่ในจุดปลอดภัยท่ามกลางความโกลาหล โดยเมื่อเวลา 18.30 น. พบผู้เสียชีวิตแล้ว 17 ศพ

          ขณะเดียวกันที่น้ำตกไพรสวรรค์ หมู่ 4 บ้านโคกทราย อ.ย่านตาขาว อยู่ห่างจากน้ำตกสายรุ้งประมาณ 4 กิโลเมตร ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากและโคลนถล่มเช่นกัน ซึ่งจุดนี้เจ้าหน้าที่สามารถค้นหาผู้เสียชีวิตได้แล้วจำนวน 4 ศพ แต่ยังไม่ทราบชื่อ นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิตที่น้ำตกลำปลอก ม.10 ต.ปะเหลี่ยน อ.ปะเหลียน อีก 2 ศพ

          สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตที่ทราบชื่อแล้ว 6 คน คือ 1.นางจิรนันท์ โต๊ะไดย์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/16 หมู่ที่ 9 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา 2.นายพิชัย โต๊ะไดย์ อายุ 39 ปี บ้านอยู่ที่เดียวกับนางจิรนันท์ 3.นายสุริยา กุลสุข อายุ 19 ปี ที่อยู่ บ้านคลองชี ต.วังมะปราง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง และ 4.นางพงษ์ยุพา จันทร์ประกอบ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.8 ต.นาวงศ์ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง 5.น.ส.ศศิภาภร นิลพันธุ์ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 184 ม.2 ต.วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง และ6.นางหทัยทิพย์ ชูทอง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม.3 ต.กันตังใต้ อ.กันตัง จ.ตรัง นอกจากนี้ยังพบศพผู้หญิงไม่ทราบชื่ออีก 7 คน และเด็กชายไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 10 ขวบ อีก 1 ตน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำตกที่เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก และโคลนถล่มครั้งนี้ มี 4 แห่งคือ 1.น้ำตกสายรุ้ง 2.น้ำตกไพรสวรรค์ ซึ่งทั้งสองแห่งนี้อยู่ใน อ.ย่านตาขาว 3.น้ำตกลำปลอก และ 4.น้ำตกโตนเต๊ะ อยู่ในเขต อ.ปะเหลียน โดยในส่วนของน้ำตกโตนเต๊ะ ยังไม่ได้รับรายงานผู้เสียชีวิต

          หลังเกิดเหตุนายอานนท์ มนัสวานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยพล.ต.ต.เขจร ศิริวรรณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง มีคำสั่งด่วนไปยังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่มูลนินิกุศลสถานตรัง เจ้าหน้าที่มูลนิธิห้วยยอด แพทย์ และพยาบาล จากโรงพยาบาลตรัง โรงพยาบาลนาโยง และโรงพยาบาลย่านตาขาว อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายผลเรือน (อป.พร.) ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านพื้นที่ จำนวนนับร้อยๆ คน ระดมกำลังพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ไปยังสถานที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยชีวิตเหลือบรรดานักท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน

          ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สั่งห้ามนักท่องเที่ยวและประชาชนทุกคน เดินทางขึ้นไปบนน้ำตกทุกแห่งอย่างเด็ดขาด รวมไปถึงน้ำตกอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง เช่น น้ำตกช่อง อ.นาโยง น้ำตกโตนเต๊ะ และน้ำตกลำปลอก อ.ปะเหลียน ซึ่งล้วนเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางไปเล่นน้ำตกเพื่อคลายร้อน อย่างไรก็ตาม ทันทีที่บรรดานักท่องเที่ยวทราบข่าวร้าย ได้เกิดความโกลาหลอย่างหนัก เพราะต่างก็พยายามหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ได้อพยพนักท่องเที่ยวลงมาอยู่ที่บริเวณลานจอดรถ และไม่อนุญาตให้เดินทางไปไหน เนื่องจากจำเป็นต้องปิดถนนเส้นทางเข้าออกบริเวณน้ำตกทั้ง 2 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับรถของเจ้าหน้าที่ ทำให้สภาพจราจรติดขัดอย่างหนัก

          นายประสิทธิ์ สมบัติทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นาชุดเห็ด อ.ย่านตาขาว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตั้งของ น้ำตกที่เกิดเหตุ กล่าวว่า มีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกลงมาแค่เล็กน้อย ท้องฟ้ามีสภาพมืดครึ้มแต่ไม่มากนัก มีชาวบ้านแถวนั้นสังเกตความผิดปกติ เพราะน้ำตกมีสภาพขุ่นข้น จึงเตือนให้นักท่องเที่ยวรีบขึ้นจากน้ำตก แต่นักท่องเที่ยวบางส่วนไม่เชื่อ จึงถูกน้ำป่าพัดพาร่างสูญหายไปในที่สุด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก จนนักท่องเที่ยวไม่สามารถวิ่งหนีไปได้ทัน

          ส่วนสาเหตุนั้น นายประสิทธิ์ กล่าวว่า น่าจะเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก บนเทือกเขาบรรทัดติดต่อกันหลายวัน ในที่สุดก็มีน้ำสะสมเป็นปริมาณมากจนรับไม่ไหว และทะลักลงมาเป็นน้ำป่าสู่พื้นที่ด้านล่าง

          นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เดิมทีบนน้ำตกสายรุ้งจะมีชาวบ้าน ในนามของชมรมรักษ์สายรุ้ง คอยดูแลนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำตก แต่ในช่วงหลังมาชมรมดังกล่าวได้ถูกยุบไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่ยินยอม ทำให้ไม่มีใครมาดูแลนักท่องเที่ยว ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเวลามีฝนตกหนัก หรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดน้ำป่าไหลหลาก คนของชมรมรักษ์สายรุ้งจะคอยแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวให้อพยพขึ้นมาอยู่ในจุดที่ปลอดภัย

          ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเล่าว่า ระหว่างที่นักท่องเที่ยวซึ่งมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ประมาณ 40-50 คน ลงเล่นในน้ำตก ทันใดนั้นก็มีน้ำป่าไหลถล่มพร้อมดินโคลนลงมาอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่สัญญาณใดๆ บอกเหตุ ทำให้คนที่เล่นน้ำตกต่างหนีตายกันจ้าละหวั่น แต่เนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ประกอบกับโคลนที่พัดมาด้วย ทำให้หลายคนถูกกระแสน้ำพัดกระแทกกับโขดหิน

          นายสมปอง ขาวดี เจ้าหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในพื้นที่ประมาณ 300 นาย เข้าช่วยเหลือ ซึ่งนอกจากผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่งที่รอการช่วยเหลือเพราะติดอยู่ตามเกาะแก่ง และต้นไม้ โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งมือช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

          นายสมปอง กล่าวว่า จากการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพบว่า ขณะเกิดเหตุบริเวณน้ำตกทั้ง 2 แห่งไม่มีฝนตกแต่อย่างใด อากาศทั่วไปปกติ ทำให้มีนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นคนนอกพื้นที่ และส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัวได้เข้ามาเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์มากกว่าปกติ และเป็นจังหวะเดียวกับที่ได้เกิดฝนตกหนักบริเวณต้นน้ำตั้งแต่เวลา 11.00 น. และในช่วงเวลา 14.00 น.เป็นต้นมาน้ำตกเริ่มเปลี่ยนสีจากใสเป็นขุ่นแดง แต่ไม่มีใครสนใจเพราะบริเวณจุดที่ผู้คนเล่นน้ำตกอยู่อย่างสนุกสนานกลับไม่มีฝนตก จึงไม่มีใครสงสัย กระทั่งน้ำป่าทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็วทำให้วิ่งหนีไม่ทัน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น. นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.จังหวัดตรัง ได้เดินทางมาที่น้ำตกสายรุ้ง เพื่อสอบถามและอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดย นายชวน ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวญาติผู้เสียชีวิต พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือรัฐบาลในการหามาตรการป้องกันภัยธรรมชาติอย่างเข้มแข็ง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

          อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจ.ตรัง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ยุติการค้นหาเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. เนื่องจากในพื้นที่ยังมีน้ำไหลเชี่ยวกราก ประกอบกับไม่มีไฟฟ้า ทำให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก และเสี่ยงอันตราย โดยจะเริ่มค้นหาผู้สูญหายอีกครั้งในวันที่ 15 เมษายน เวลา 08.00 น. พร้อมกันนี้ได้ตั้งชุดเฉพาะกิจประจำจุดน้ำตกสายรุ้งตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับแจ้งคนสูญหายในเหตุการณ์ครั้งนี้

          จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังกรมอุตุนิยมวิทยา โดยนายคทาวุฒิ มาลัยโรจน์ศิริ หัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศ กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากตามน้ำตกต่างๆ ในพื้นที่ จ.ตรัง ขณะนี้เกิดจากกระแสลมพัดเสาะตามแนวเขาบริเวณเทือกเขาบรรทัด ทำให้เกิดเมฆฝนตามเนวสันเขา ซึ่งจากการตรวจสอบของสถานีตรวจอากาศที่สนามบิน จ.ตรัง พบว่าปริมาณฝนในพื้นที่มีเพียง 33 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากอาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากปริมาณน้ำที่สะสมอยู่ตามสันเขามีมาก ขณะที่ป่าไม้ในพื้นที่ถูกทำลายจึงทำให้ดินไม่สามารถอุ้มน้ำเอาไว้ได้ จึงเกิดพังทลายลงมากับกระแสน้ำ

          นายคทาวุฒิ กล่าวต่อว่า ระหว่างวันที่ 14-17 เมษายน ขอให้ประชาชนที่เดินทางไปท่องเที่ยวตามน้ำตกต่างๆ ที่อยู่รายรอบเทือกเขาสันกาลาคีรี เทือกเขานครศรีธรรมราช เทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาถนนธงชัย เทือกเขาบรรทัด รวมถึงเขาใหญ่ และน้ำตกต่างๆ ใน จ.กาญจนบุรี ระมัดระวังอันตรายจากน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากระยะนี้อากาศร้อนทำให้เกิดกระแสลมพัดเสาะตามแนวเขา ทำให้เกิดฝนตกตามสันเขา อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากได้ทุกเมื่อ

          "สภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนเพราะภาวะโลกร้อน ประกอบกับป่าไม้ในประเทศไทยถูกทำลายไปมาก ทำให้ทุกครั้งที่เกิดฝนตกหนัก ดินไม่สามารถอุ้มรับน้ำไว้ได้ จึงเกิดพังทลายลงมา กลายเป็นน้ำป่า และโคลนถล่ม ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกที่ จึงอยากเตือนประชาชนที่ไปเที่ยวตามน้ำตกทุกแห่งระมัดระวังเป็นพิเศษ" นายคทาวุฒิ กล่าว

          ด้านนายวรวุฒิ ตันติวนิช ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ลำธารที่เป็นต้นน้ำของน้ำตกต่างๆ ในพื้นที่ มีเศษไม้หรือเศษดินเศษหินขวางแนวทางน้ำกลายเป็นเขื่อนธรรมชาติ เมื่อมีฝนตกมาใหม่ๆ กระแสน้ำจะถูกเขื่อนธรรมชาติดังกล่าวกั้นไว้ เมื่อปริมาณน้ำมีจำนวนมากจึงทำให้เกิดแรงดันมหาศาลทำให้เขื่อนธรรมชาติดังกล่าวพังลงมาทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากขึ้น

          "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้คล้ายกับกรณีที่เกิดขึ้นที่น้ำตกวังตะไคร้เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งอยากเตือนให้ประชาชนที่เข้าไปเที่ยวบริเวณน้ำตกในระยะนี้ระมัดระวัง เพราะฝนที่ตกตามสันเขาอยู่ในป่าลึก ประชาชนที่อยู่ตามน้ำตกต่างๆ จะไม่ทราบ ซึ่งเมื่อปริมาณน้ำในสันเขามีจำนวนมากอาจไหลหลากมายังน้ำตกได้ทุกเมื่อ" นายวรวุฒิ กล่าว 
 

ข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องอื่นๆ
  1. พิลึก"ใบมะม่วง" ใหญ่เท่าใบกล้วย
  2. "จุ๋ย" ติดกับดัก "มายา" หลงเสน่ห์ "แสดง"
  3. "ดัง" หมดแรง... ร้อง "คนที่ดีก็ไม่รักฯ" ใช้พลังเยอะ
  4. สาวทะลักลูกแฝด 3 ตาย 2 รอด 1
  5. อุตุเตือนฝนตกต่อเนื่อง ระวังน้ำป่าหลาก
  6. ปชช.กว่าพันคนร่วมสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์
  7. วธ.พอใจสงกรานต์ มีสาวเต้นโคโยตี้ยั่วยวนแค่ 3 จังหวัด
  8. "เป้ย" ขยายไซซ์ จากไข่ดาวเป็นบอลลูน
  9. ผีดุถล่มแตนเละเทะ 4-1 รอชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ
  10. คนหลายพันล้านจะเผชิญกับภัยพิบัติโลกร้อน

เรื่องน่าสนใจ