วัลลี บุญเส็ง ประวัติ เด็กยอดกตัญญู ตัวอย่างของคนดีในสังคมไทย

 
01
วัลลี บุญเส็ง

pic

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @TNAMCOT , สปริงนิวส์

                      วัลลี บุญเส็ง ประวัติ จากเด็กยอดกตัญญู ที่ต้องสู้มาตลอดชีวิต กับล่าสุดกรณีคนเอาชีวิตวัยเด็กมาล้อ จนต้องเข้าแจ้งความ

                      หากย้อนไปเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก วัลลี บุญเส็ง หรือ วัลลี ณรงค์เวทย์ เด็กหญิงยอดกตัญญู ที่ต้องวิ่งกลับบ้านไปป้อนข้าวแม่ที่ป่วยและยายที่ตาบอด ทั้งที่ในตอนนั้นเธอมีอายุแค่ 12 ปี ซึ่งเรื่องราวของเธอถูกเล่าขานและกลายเป็นที่ยกย่องในความกตัญญูกตเวที จนกลายมาเป็นบุคคลต้นแบบในสังคมไทยอยู่ช่วงหนึ่ง และมีการนำเรื่องราวชีวิตของวัลลี มาทำเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ ทว่า เมื่อไม่นานมานี้ วัลลีได้ออกมาโทรทัศน์อีกครั้ง พร้อมร้องขอความยุติธรรมหลังจากที่มีคนนำเรื่องราวของเธอไปทำเป็นเรื่องตลกเสียดสี และวันนี้ กระปุกดอทคอม ก็จะมาเปิดประวัติของ วัลลี บุญเส็ง ให้ได้ทราบกันค่ะ

ประวัติ วัลลี บุญเส็ง

                      วัลลี บุญเส็ง หรือชื่อเดิมคือ วัลลี ณรงค์เวทย์ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2511 ที่ จ.สมุทรสาคร ปัจจุบัน วัลลีแต่งงานกับ พ.ต.ท. ธนพัฒน์ บุญเส็ง สว.ฝอ.3 ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม (ขณะนั้นชื่อว่า ส.ต.ท.บุญเรือน บุญเส็ง) และมีบุตร 2 คนคือ บุญรัตน์ บุญเส็ง และณรงค์เวทย์ บุญเส็ง

วัลลี บุญเส็ง ในวัยเด็ก และความโด่งดังจนได้ฉายา วัลลี ยอดกตัญญู

                      วัลลี บุญเส็ง โด่งดังจากการที่เธอได้เลี้ยงดูนางวิไล ณรงค์เวทย์ มารดา และคุณยายของเธอตามลำพัง ทั้งที่ในตอนนั้น วัลลีเพิ่งมีอายุเพียง 12 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนวัดโรงธรรม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เธอต้องแบกรับภาระ วิ่งไปมาระหว่างบ้านและโรงเรียนเป็นเวลา 8 กิโลเมตรทุก ๆ วัน เพื่อที่จะป้อนข้าวป้อนน้ำให้แม่และยาย

                      จากนั้น ครูที่โรงเรียนวัดทรงธรรม ได้ทราบถึงความกตัญญูของวัลลี ครูจึงพยายามช่วยเหลือ และเรื่องราวของเธอ จึงได้ไปปรากฏในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และทำให้มีหลายหน่วยงานเข้ามาให้ความช่วยเหลือ พร้อมกับนำเรื่องราวราวของวัลลี ไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ โดยเฉพาะภาพยนตร์เรื่อง วัลลี ที่ส่งผลให้ สมฤดี นุ่มอำพันธ์ ผู้รับบทวัลลี โด่งดังและมีงานเข้ามามากมาย และทำให้วัลลี บุญเส็ง ได้รับฉายาว่า วัลลี ยอดกตัญญู

pic

02

วัลลี บุญเส็ง กับชีวิตแต่งงาน และความลำบากอีกทอดของชีวิต

                      วัลลี ได้รับทุนการศึกษา จนสามารถเรียนจบชั้น ปวช. ที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม  แต่เนื่องจากปัญหาสุขภาพของยาย ทำให้วัลลีตัดสินใจไม่เรียนต่อที่กรุงเทพมหานคร แต่เลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และได้พบรักกับสามีคนปัจจุบัน ซึ่งวัลลียอมรับว่า เธอเองเรียนไม่จบ เนื่องจากต้องเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เธอเริ่มทำงานธนาคารตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 และแต่งงานในปี พ.ศ. 2535 เมื่อทำงานได้ 8 ปี ก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายบริหาร มาลงทุนในธุรกิจส่วนตัว เนื่องจากในตอนนั้นเธอกำลังมีลูก โดยในเริ่มแรกวัลลีประกอบอาชีพค้าส่งข้าวสาร แล้วจึงหันมาทำธุรกิจอาหารทะเลเมื่อปี 2544

                      วัลลีตัดสินใจใช้บ้านเดิมของตัวเองเป็นสำนักงานในเรื่องการทำอาหารทะเล และสร้างโรงเรือนข้างบ้าน แต่เนื่องจากบ้านหลังนั้นติดบ้านคนอื่น และการขนส่งไม่สะดวก จึงตัดสินใจย้ายไปสร้างโรงเรือนมาที่ที่ดินแปลงหนึ่งขนาด 100 ตารางวา ที่ซื้อไว้ตั้งแต่ทำงานธนาคาร ซึ่งในตอนแรก ธุรกิจของวัลลีก็ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ลองผิดลองถูกมาตลอด ในช่วงปี 2548 ก็มีชายฉกรรจ์บุกเข้าไปในโรงงาน และข่มขู่ลูกจ้างที่ทำงานอยู่ว่า ให้ระวังตัวไว้ หลังจากที่เคยมีกรณีเช่นนี้ก่อนหน้าแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อถึงช่วงปี 2549 ชาวบ้านก็ร้องเรียนว่า โรงงานของวัลลีปล่อยน้ำเสียลงในคลอง แม้ว่าเธอเองจะมีการปรึกษากับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข และลงทุนทำบ่อบำบัดน้ำเสียถึง 4 บ่อแล้วก็ตาม

                      นอกจากนี้ ชาวบ้านในละแวกนั้นยังมักจะมองว่า เธอหยิ่ง ไม่สุงสิงกับใคร และมองว่าตัวเองเป็นคุณนายนายตำรวจ ซึ่งเธอบอกว่า เธอเองไม่ได้หยิ่ง แต่ทำงานหนักมาทั้งวันก็อยากจะพักผ่อน และที่คนมองว่าสามีของเธอเป็นนายตำรวจยศใหญ่นั้น จริง ๆ แล้วนั้นไม่ใช่

                      เป้าหมายของวัลลีในตอนนี้ คือการเลี้ยงดูลูกด้วยความรัก และสอนให้ลูกเป็นคนดี เธอเชื่อว่าวันนี้เธอยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็พ้นจากความลำบากมาแล้ว และชีวิตนี้ก็คงจะประกอบอาชีพทำธุรกิจส่วนตัวต่อไปเรื่อย ๆ

วัลลี บุญเส็ง และคดีความฟ้องรายการดัง เอาชีวิตไปล้อเลียน

                      เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2558 วัลลี บุญเส็ง ได้เข้าพบตำรวจ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีที่รายการโทรทัศน์ 3 รายการ นำชีวิตของเธอไปล้อเลียน ทั้งเรื่องความพิการของยายและแม่ การพูดกับแม่ไม่ดี มีฉากเอาช้อนยัดปากแม่ เรื่อยไปจนถึงขั้นกระทืบบุพการี พร้อมเรียกร้องให้เกิดการตรวจสอบจรรยาบรรณของผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ จนทำให้ ตุ๊กกี้ ดาราตลกชื่อดัง เป็นตัวแทนของบริษัทเวิร์คพอยท์ ได้เข้ามาขอโทษวัลลี และพร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนวัลลีเองก็ไม่ติดใจเอาความ และถอนแจ้งความในที่สุด

                      วัลลี บุญเส็ง ถือเป็นแบบอย่างของความกตัญญู และสู้ชีวิต ไม่ว่าในตอนเด็กที่เธอจะต้องเผชิญหน้ากับความยากจน หรือโตมาก็ต้องเจอกับเรื่องที่สังคมมองเธอผิดไป แต่วัลลีก็ยืนยันว่าตราบใดที่ยังมีลมหายใจ เธอก็จะไม่มีวันท้อถอยอย่างแน่นอน





อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก 











เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วัลลี บุญเส็ง ประวัติ เด็กยอดกตัญญู ตัวอย่างของคนดีในสังคมไทย โพสต์เมื่อ 20 มกราคม 2558 เวลา 14:50:18 40,860 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP