
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง กรณีข่าว องค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์ แห่งโลกจัดการประชุม Chairman of Standing Committee of The World Fellowship of Buddhist Youth (WFBY) ครั้งที่ 78 ระหว่างวันที่ 21-25กุมภาพันธ์ 2560 ณ วัดฮงปอบซา จังหวัดปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีผู้นำองค์กรพุทธ พร้อมเครือข่ายผู้นำองค์กรพุทธได้ร่วมประชุมกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกการใช้มาตรา 44 ต่อวัดพระธรรมกาย นั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงเพิ่มเติม ดังนี้
อย่างไรก็ดี ในที่ประชุม ฝ่ายผู้แทนและวัดของเกาหลีใต้เห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องภายในของประเทศไทย การดำเนินการต้องเคารพและเป็นไปตามกระบวนการและกฎหมายของประเทศไทย ซึ่งการหารือดังกล่าวเป็นการหารือสั้น ๆ และไม่ได้มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ หลังจบการประชุมแต่อย่างใด ซึ่งการประชุมสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ ผ่านมา และผู้เข้าร่วมการประชุมได้เดินทางกลับประเทศหมดแล้ว
2. ส่วนประเด็นที่มีการระบุผ่านเฟซบุ๊กของ WFBY เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่ามีการสวดมนต์ที่วัดฮงปอบซา วิงวอนให้มีการยุติข้อขัดแย้ง (end conflicts and protect Buddhism in Thailand) นั้นว่า ตามปกติของวัดฮงปอบซาจะมีการร่วมสวดมนต์เป็นพิเศษทุกวันที่ 1 ของปฏิทินจันทรคติ ซึ่งตรง กับวันที่ 26 กุมภาพันธ์ จึงมีการรวมตัวของพุทธศาสนิกชนเป็นจานวนมากเพื่อสวดมนต์และร่วมฟัง พระธรรมเทศนาเป็นปกติ และจากการตรวจสอบทราบว่า ไม่ได้มีการเทศน์หรือสวดมนต์วิงวอนให้มีการยุติข้อขัดแย้งตามที่ปรากฏแต่อย่างใด
3. ทั้งนี้สถานเอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงโซล ได้มีหนังสือชี้แจงถึงมูลนิธิ Paramita Foundation วัดฮงปอบซา และวัดโชเกซา ซึ่งเป็นวัดหลักของนิกายโชเก ซึ่งเป็นนิกายมหายานที่ใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเกาหลีด้วยแล้วซึ่งมูลนิธิและวัดดังกล่าวมีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่าเป็นการดำเนินการตามกฎหมายภายในของไทยเพื่อนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม
โดยได้ขอให้ที่ประชุมเห็นชอบ และกดดันรัฐบาลไทย ให้เลิกเลิกการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ต่อวัดพระธรรมกาย ซึ่งผู้แทนฆราวาสและสงฆ์ในที่ประชุม เห็นว่าเป็นเรื่องภายในของประเทศไทย จึงควรให้ความเคารพ และเป็นไปตามกระบวนการภายใน และกฎหมายของไทย
ภาพจาก เฟซบุ๊ก สดจากวัด Live from Wat
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






