
เปิดสถานธนานุเคราะห์(โรงรับจำนำของรัฐ) สาขาที่ 10 แห่งใหม่!!!
ดึงเทคโนโลยีทันสมัย พัฒนารูปแบบการให้บริการ
รองรับความต้องการและช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยอย่างทั่วถึง
คาดจะมีผู้ใช้บริการไม่น้อยกว่า 8,000 ราย มูลค่า100 ล้านบาทในปีแรก
ให้ราคาสูง ดอกเบี้ยต่ำ เก็บทรัพย์อุ่นใจ
สำนักงานธนานุเคราะห์ (โรงรับจำนำของรัฐ) ภายใต้การดูแลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ประสบปัญหาเฉพาะหน้าด้านการเงิน การดำรงชีพและการประกอบอาชีพ นับเป็นสถาบันการเงินทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินของภาครัฐ ลดความเหลื่อมล้ำ ลดปัญหาการกู้เงินนอกระบบ พึ่งพาตนเองได้ นำมาสู่การสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต และดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประจำปี 2560 จึงได้กำหนดให้มีการขยายสาขาสถานธนานุเคราะห์ไปสู่ภูมิภาค เพื่อเพิ่มช่องทางบริการรับจำนำของภาครัฐ จำนวน 3 แห่ง คือ สาขาที่ 37 จังหวัดสุราษฏร์ธานี สาขาที่ 38 จังหวัดอุดรธานี และสาขาที่ 39 จังหวัดพิษณุโลกโดยการเปิดให้บริการทั้ง 3 แห่งคาดว่าจะช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ไม่น้อยกว่า 15,000 ราย มีมูลค่าการรับจำนำรวมทั้งสิ้นประมาณ 250 ล้านบาท ในขณะเดียวกันการจัดตั้งสถานธนานุเคราะห์ (โรงรับจำนำของรัฐ) สาขา 10 แห่งใหม่ เนื่องด้วยสถานที่เดิมบริเวณเชิงสะพานดาวคะนองถูกเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง สำนักงานธนานุเคราะห์ได้เล็งเห็นว่าพื้นที่แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพฯ เหมาะสมกับการตั้งสถานธนานุเคราะห์ 10 แห่งใหม่นี้ เนื่องจากเล็งเห็นพื้นที่เขตหนองจอกเป็นแหล่งชุมชนที่มีประชากรหนาแน่น ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย ที่อาจมีความต้องการเงินทุนไปใช้ในการประกอบอาชีพ จึงได้ดำเนินการจัดตั้งสถานธนานุเคราะห์สาขาที่ 10 แห่งใหม่ เขตหนองจอก เพื่อรองรับความต้องการและช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยในท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึง
นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ประธานพิธีเปิดสถานธนานุเคราะห์ สาขาที่ 10 แห่งใหม่ กล่าวว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ประสบปัญหาเฉพาะหน้าด้านการเงิน การดำรงชีพและการประกอบอาชีพ นับเป็นสถาบันการเงินทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินของภาครัฐ ลดความเหลื่อมล้ำ ลดปัญหาการกู้เงินนอกระบบ พึ่งพาตนเองได้ นำมาสู่การสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต และดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
ปัจจุบัน สถานธนานุเคราะห์ มีสาขาทั้งสิ้น 36 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ จำนวน 29 แห่ง ปริมณฑล 4 แห่ง ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และส่วนภูมิภาค 3 แห่ง ได้แก่ จังหวัดระยอง 2 แห่ง และจังหวัดลำพูน
ทั้งนี้ สถานธนานุเคราะห์ มีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ซึ่งนับว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง และได้มีการปรับภาพลักษณ์ เปลี่ยนโฉมการบริการใหม่ ตั้งแต่เรื่องภาพลักษณ์ภายนอก ให้ดูมีความสะดวกสบายมากขึ้น คล้ายคลึงสถาบันการเงินต่าง ๆ ตลอดจนการนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว และมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาใช้บริการ ดังสโลแกนที่ว่า ให้ราคาสูง ดอกเบี้ยต่ำ เก็บทรัพย์อุ่นใจ
ทั้งนี้ สถานธนานุเคราะห์ มีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ซึ่งนับว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง และได้มีการปรับภาพลักษณ์ เปลี่ยนโฉมการบริการใหม่ ตั้งแต่เรื่องภาพลักษณ์ภายนอก ให้ดูมีความสะดวกสบายมากขึ้น คล้ายคลึงสถาบันการเงินต่าง ๆ ตลอดจนการนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว และมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาใช้บริการ ดังสโลแกนที่ว่า ให้ราคาสูง ดอกเบี้ยต่ำ เก็บทรัพย์อุ่นใจ









