
ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่สังคมต่างเกาะติดกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีของ คุณปัณณณ์พัศ ศรีสวัสดิ์ หรือ ปันปัน ที่ออกมาร้องเรียนหลังไปเกาหลีใต้กับเพื่อนแต่ถูก ตม. กักตัวสอบสวน-ส่งกลับประเทศ ไม่ได้เที่ยวตามที่แพลนไว้ แต่ทว่ากลับมีชาวเน็ตบางส่วนตั้งข้อสงสัยจากการที่เธอคอมเมนต์คุยกับเพื่อนว่า ไปยกขาที่โน่น ไม่แสนไม่กลับ ทำไมถึงชวนให้คิดว่าไปทำอย่างอื่นมากกว่าไปเที่ยวธรรมดา ๆ แถมยังมีการเผยชื่อทริปครั้งนี้อีกว่า "เกาตรงกลางระหว่างหลี" (อ่านข่าว : เปิดชื่อทริปเที่ยวสาวประเภทสอง "เกาตรงกลางระหว่างหลี" แถมบอก...ไม่แสนไม่กลับ !)



1. คนไทยที่เดินทางไป..ไปกันอย่างไร ?
ในเฟซบุ๊กจะมีนายหน้าจัดหางานมากมายมาประกาศหาคนไปทำงานต่อเนื่อง นายหน้าส่วนใหญ่เป็นคนไทย เมื่อติดต่อนายหน้าแล้ว สิ่งที่ผีน้อยจะได้จากนายหน้าคือ การหาตำแหน่งงานและติดต่อนายจ้าง ติดต่อที่พัก อำนวยความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าทางสนามบินอินชอน กับสนามบินกิมแฮ
นอกจากนี้ นายหน้าบางเจ้ามีรอบเดินทางประกาศเป็นรอบ ๆ ด้วย เข้าใจว่าคงจะมีตั๋วกรุ๊ปอยู่ในมือแบบบริษัททัวร์ และบางเจ้าก็โฆษณาว่ามีคนคอยประกบอำนวยความสะดวกนั่งเครื่องไปด้วยจนถึงเกาหลีเลย ซึ่งคนที่ไปก็คงจะใช้ตั๋วหัวหน้าทัวร์



2. ต้องจ่ายเงินก่อนไปหรือไม่ และจ่ายเท่าไหร่ ?
ถ้าดูจากประกาศของนายหน้า ก็จะพบว่างานทั่วไปต้องจ่ายค่านายหน้าก่อนไป 25,000-35,000 บาท แล้วหักเงินเดือนเดือนแรกอีก 15,000-20,000 บาท ถ้าติด ตม. โดนส่งกลับจ่ายคืน 10,000 บาท ส่วนงานนวด และงานพิเศษ จ่ายก่อนไปประมาณ 5,000 บาท แล้วนายทุน หรือพ่อเล้า จะจ่ายค่าตั๋วเดินทางไปเกาหลีให้ก่อน แล้วหักค่าบริการจัดหางาน และค่าตั๋วจากเงินเดือนเดือนแรกทีหลัง
3. การผ่าน ตม.
นายหน้าส่วนใหญ่จะติวเข้มตัวต่อตัวในการตบตา ตม.เกาหลี ให้เป็นอย่างดี พร้อมเตรียมเอกสารต่าง ๆ ทุกอย่างที่นักท่องเที่ยวจะมาให้เรียบร้อย ติวเข้มไปถึงเรื่องการแต่งตัว การตอบคำถาม แต่ก็ขึ้นอยู่กับผีน้อยแต่ละคนว่าจะซึมซับได้มากน้อยขนาดไหน จะออกพิรุธให้ ตม. ไล่ต้อนหรือไม่
คนที่ผ่านบางทีมีการรายงานสดสถานการณ์ปัจจุบันไปที่กรุ๊ปไลน์ หรือเพจนายหน้าด้วย คนไหนผ่าน ตม. ไปแล้วก็จะมีการโพสต์ยกย่องเชิดชูกันครึกครื้นในเพจ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เพจให้ผีน้อยรุ่นหลังได้มีแรงบันดาลใจ และเป็นพอร์ตโฟลิโอของเอเย่นต์ไปด้วยในตัว



งานเกาหลีสำหรับผีน้อยเป็นงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะมาก และไม่ต้องใช้แรงงานหนัก งานเก็บเกี่ยวพืชผลเกษตรกรรม หรืองานโรงงานขนาดเล็ก




5. รายได้ดีไหม ?
สิ่งที่ดึงดูดใจให้คนไทยไปเป็นผีน้อยกัน คือ ค่าแรงที่สูงกว่าบ้านเรา 4-5 เท่า ทำงานวันละ 10-12 ชั่วโมง ถ้าเกินก็ได้เป็นโอที พักเดือนละ 2 วัน ซึ่งส่วนใหญ่งานที่ไม่ต้องใช้ทักษะมาก จะมีรายได้ 40,000-50,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ ยังพบว่ามีงานประเภทงานนวดที่เป็นแบบซอฟต์คอร์ และฮาร์ดคอร์ด้วย



จะมีศัพท์เฉพาะทางเรียกว่า "นวดตำ" "นวดแถมตำ" "นวดตำแตง" ส่วนฮาร์ดคอร์ก็ตามนั้นตรง ๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมมาก ผีน้อยไทยที่ไปทำงานพวกนี้มีรายได้มากกว่าไปทำงานเกษตรอื่น 3-6 เท่าเลยทีเดียว บางคนบอกว่าได้เบ็ดเสร็จหักนายหน้าแล้วได้เดือนละเฉียด 300,000 บาท
6. ความเป็นอยู่ สวัสดิการ
นายจ้างภาคเกษตรและอุตสาหกรรม จะจัดให้มีที่หลับที่นอน อยู่ห้องละ 2-4 คน มีค่าอาหารให้สัปดาห์ละ 600-900 บาท และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้อีก ถ้าไม่มีห้องพักให้ในโรงงาน ก็จะเช่าห้องข้างนอกให้ แต่จะมีการหักเงินเดือนด้วย

- สวัสดิการการรักษาพยาบาล
ถ้าแรงงานที่ไปแบบถูกกฎหมายก็คงจะพอมีสวัสดิการคุ้มครองอยู่ ผ่อนหนักเป็นเบาได้ แต่สำหรับผีน้อยนั้นไม่มีเลย ค่ารักษาพยาบาลที่เกาหลีก็แพงมาก ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาแล้วนายจ้างไม่ออกให้นี่ลำบากหนักแน่ ๆ เท่าที่เจ้าของกระทู้ตามอ่าน เวลาใครเจ็บป่วยก็จะฝืนทน ไม่บอกนายจ้าง เพราะถ้าหยุดก็ขาดรายได้ หรือไม่ก็รักษากันตามมีตามเกิด ยาที่เกาหลีก็ใช่จะหาซื้อกันได้ง่าย ๆ แบบบ้านเรา ก็เลยมีคนหิ้วยาไทยไปขายให้เหล่าผีน้อยเกาหลีทางไปรษณีย์

นอกจากนี้ หากเจ็บป่วยเล็กน้อยก็คงไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเป็นหนักมากถึงขั้นต้องหาหมอ เหล่าผีน้อยก็จะไปพึ่งโรงพยาบาลคริสต์เอกชนที่รับรักษาฟรีแล้วให้บริจาคตามจิตศรัทธา แต่ถ้าเป็นเคสที่หนักมากอาจจะไม่รับรักษา

อย่างไรก็ดี หลังจากหมดฤดูพืชผลแล้ว คนไทยหรือผีน้อยบางส่วนจะเดินทางกลับประเทศไทย โดยต้องจ้างเอเย่นต์ดำเนินการจองตั๋ว และรายงาน ตม. กรณีอยู่เกิน 90 วัน เพราะถ้าอยู่ไม่เกินก็สามารถเดินทางกลับแบบนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ แล้วปีหน้าก็มาลุ้นใหม่อีกครั้ง
รายได้ดีแบบนี้ ไปแบบถูกกฎหมายได้ไหม ?
คำตอบคือ ได้ ถ้าสามารถหานายจ้างที่รับรองการจ้างงานได้ก็สามารถผ่านขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อขอวีซ่าไปทำงานถูกกฎหมายได้ ก็จะได้ความคุ้มครองและสวัสดิการตามกฎหมายเกาหลีกำหนด หรือกรมการจัดหางานเองก็มีโควตางานเกาหลีถูกกฎหมายมาอยู่เป็นประจำ แต่ปัญหาคือ ไปแบบถูกกฎหมายใช้เวลามาก ต้องเรียนต้องสอบภาษาเกาหลีให้ได้ถึงระดับก่อน
ถูกหลอก ถูกโกง ถูกจับ มีไหม ?
มีแน่นอน บางคนก็เจอนายจ้างแย่ ๆ เจอเถ้าแก่แย่ ๆ ถูกเบี้ยวค่าจ้าง แล้วถ้าโวยวายก็จะเรียกตำรวจจับ ตัวเองมีชนักปักหลังฐานหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายอยู่ก็หมดสิทธิ์ต่อรอง บางคนโดนยึดพาสปอร์ตระหว่างทำงานด้วย จะหนีไปไหนก็ไม่ได้ เลยเป็นที่มาของบริการจากชุมชนผีน้อย "แท็กซี่หนีเถ้าแก่" และยังมีบริการ "แจ้งพาสหาย-ทำพาสใหม่" อีกด้วย โดยจะช่วยประสานงานกับสถานทูตไทย


บริการแปลก ๆ ของชุมชนผีน้อย คนไทยในเกาหลี
นอกจากนี้ยังมีบริการแปลก ๆ ที่โพสต์ในเพจกันอยู่เรื่อย ๆ เช่น บริการ "จดทะเบียนหย่า" "ทำใบโสด" และยังมีคนแชร์ว่า ผีน้อยบางคู่จะจดทะเบียนสมรสกันไปตั้งแต่ที่ไทย เพื่อตบตา ตม.เกาหลี ว่าเป็นคู่สามีภรรยา พอผ่าน ตม. ไปแล้วค่อยจดทะเบียนหย่ากันทีหลัง หรือไม่ก็จดทะเบียนสมรสกับคนเกาหลีที่รับจ้าง พอได้วีซ่าคู่สมรสแล้วก็ค่อยหย่ากันทีหลัง

จากข้อมูลดังกล่าว ก็สอดคล้องกับที่ นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า กรณีการปฏิเสธให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าประเทศเกาหลีใต้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการเตรียมเอกสารไม่ครบ แต่ละปีมีคนไทยถูกส่งกลับประเทศถึง 20,000 คน เนื่องจากหลบหนีเข้าเมือง พำนักเกินเวลา และเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยวแต่ไปทำงาน
ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศถึงเดือนมีนาคม 2560 พบว่ามีคนไทยพำนักอยู่ที่เกาหลีใต้ 101,000 คน เป็นคนไทยที่พำนักเกินเวลากว่าครึ่งหนึ่ง คือ 57,490 คน จึงมีการตั้งคำถามว่า สาเหตุนี้หรือเปล่า ที่ทำให้คนไทยที่ไปเที่ยวเกาหลีถูกจับตามอง และถูกส่งกลับเป็นจำนวนมาก
ภาพและข้อมูลจาก คุณ Ethanol สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม