Hilight > ข่าวอุบัติเหตุ

อ่านเรื่องเล่า รถพลิกคว่ำรถตะแคงข้าง แต่เด็ก 4 เดือนรอดมาได้เพราะคาร์ซีท

| 15,830 อ่าน
แชร์ให้เพื่อน
แชร์ให้เพื่อน

 

        สาวเล่าอุทาหรณ์การขับรถเกิดอุบัติเหตุ รถตะแคงข้างท้องชี้ฟ้า แต่รอดมาได้เพราะการคาดเข็มขัดนิรภัย และให้ลูกน้อย 4 เดือนนั่งคาร์ซีท

 

        เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 เฟซบุ๊ก Siriyakorn Mintirat ได้มีการเขียนเล่าประสบการณ์การขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักตกข้างทาง แต่เป็นเพราะการรัดเข็มขัดนิรภัยกับการนำลูกน้อยวัย 4 เดือนนั่งคาร์ซีท ทำให้รอดชีวิตมาได้ มีรายละเอียดทั้งหมด ดังนี้

 

        ขอเรียกทุกความโชคดีที่เกิดขึ้นว่า...ปาฏิหาริย์ความรัก...??


        (ขอบคุณทุกความห่วงใยจากทุกคนทั้งที่มาเยี่ยม และโทร. หาเป็นหลายร้อยสาย ทั้งอินบ็อกซ์ ไลน์ เฟซบุ๊ก เข้ามาถามไถ่)

 

        จึงขอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เพื่อให้ทุกคนที่เป็นห่วงได้ทราบข่าว


        เมื่อวันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560 เวลาประมาณ 15.45 น. ครอบครัว (หนุ่ม เอ๋ วีเทค วีซ่า) หลังจากพาลูกไปฉีดวัคซีนที่ร้อยเอ็ด และกำลังนั่งรถยนต์ ปาเจโร่ กข1313 กลับบ้านสวนที่ อ.ปทุมรัตต์ โดยขับมาตามถนนสายร้อยเอ็ด-จตุรพักตรพิมาน ผ่านเขต อ.เกษตรวิสัย กำลังจะเข้าเขต อ.ปทุมรัตต์ ได้เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักลงข้างทาง ด้วยการมีสติของสามีจึงประคองพวงมาลัยดึงรถขึ้นถนนทำให้รถหมุนกลับมาอีกฟากเลน ซึ่งริมทางเป็นทุ่งนามีความลึกจากถนนประมาณ 10 เมตร ด้วยความโชคดี ข้างทางตรงนั้นมีต้นไม้ยูคาเพียงต้นเดียว (ย้ำว่าต้นเดียว) และต้องชื่นชมสามีที่มีสติตลอดการขับรถและประคองรถจนในที่สุดรถไปชนกับต้นไม้ แอร์แบ็กคู่หน้าทำงานและแตกทันทีด้วยแรงกระแทก และรถได้ตะแคงคว่ำหันหน้ามาทางร้อยเอ็ด เอ๋ วีเทคนั่งอยู่ฝั่งซ้ายของรถซึ่งตะแคงติดพื้น ส่วนหนุ่มและวีซ่านั่งอยู่ฝั่งขวาคือลอยติดเบาะด้านบน (วีซ่าอายุเพียง 4 เดือน คอยังไม่แข็ง หัวห้อยลงมาเพราะรถตะแคงคว่ำ) โชคดีที่ลูกทั้ง 2 นั่งคาร์ซีทเด็ก เบาะช่วยเซฟรัดตัวเด็กได้ดีจึงไม่กระเด็นตกลงมา และตอนนั้นเอ๋ยังพอมีสติ รู้ว่าศีรษะโขกกับกระจกด้านหน้า ตัวและคอพาดสายเบลท์ และหัวฟุบคาคอนโซล แล้วมีเลือดไหลอาบลงมาเต็มเสื้อ เสียงสามีเรียกชื่อเราตลอด เอ๋ เอ๋ อย่าเป็นไรนะ มือซ้ายเอ๋ยังถือโทรศัพท์ ทันใดนั้นพี่ชายได้โทร. เข้ามาพอดี จึงรับแล้วบอกกับพี่ว่า "เอ๋รถชน"

 

        ช่วงเวลาที่เหตุเกิดไม่กี่นาที ต้องขอชื่นชมสามีที่มีสติ และเป็นคนไม่ดื่มเหล้า ร่างกายแข็งแรงเพราะชอบเล่นกีฬาฟุตบอล ทั้งที่หนุ่มก็เจ็บและมีแผลจากแรงกระแทก แต่ด้วยความรัก ห่วงภรรยาและลูก และในตอนนั้นเริ่มมีควันที่ตัวเครื่อง รถล็อกอัตโนมัติ หนุ่มจึงพยายามใช้มือทุบกระจก เท้าถีบ เท้ายันให้กระจกหลุดแล้วใช้มือเปล่าดึงกระจกออกเพื่อพาลูกเมียออกไปจากรถให้ได้ หนุ่มรีบปลดเบลท์วีซ่าให้ลูกหลุดจากเบาะ วีซ่าเลือดอาบเต็มหน้าร้องไห้ตลอดเวลา หนุ่มรีบพาตัววีซ่าออกไปเป็นคนแรกแล้ววางลูกไว้ริมถนน แล้วรีบกลับมาในรถนำตัววีเทคออกไปยืนข้างน้อง แล้วรีบมาดึงตัวภรรยาออกไปจากรถเป็นคนสุดท้ายในเวลารวดเร็ว

 

        แล้วหนุ่มก็คลานลากเข่าแตกด้วยเลือดไปกลางถนนเพื่อโบกรถ ร้องไห้ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของลูก ๆ และเสียงครวญครางเจ็บปวดของภรรยา...ช่วยลูกเมียผมด้วย ๆๆๆๆ !!

 

        มีรถวิ่งผ่านมา แต่กลับ...ขับหลบไปเลนซ้ายแล้วขับผ่านไปโดยไม่จอด ไม่ชะลอรถ ไม่แม้แต่จะเปิดกระจกออกมาดู มีรถขับผ่านไปเฉย ๆ ถึง 6 คัน !! ในที่สุด น้ำใจคนไทยยังหาได้ มีพลเมืองดีคนนึงจอดรถ และเข้ามาถามไถ่ให้ความช่วยเหลือ พาเอ๋ สามีและลูก ๆ ไปโรงพยาบาลใกล้เคียง เอ๋จำได้เพียงว่าตลอดระยะทางที่นั่งอยู่หลังกระบะโดยการช่วยพยุงตัวจากชายที่ไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้า แต่ชายคนนั้นไม่รังเกียจเลือดที่เปื้อนเต็มตัวเอ๋เลย แล้วยังคอยเรียกสติเอ๋ตลอดเวลา "อย่าหลับนะครับ อดทนนะครับ" พาครอบครัวเราไปส่งถึงโรงพยาบาลปทุมรัตต์อย่างปลอดภัย

 

        เมื่อโรงพยาบาลปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วได้แอดมิทส่งตัวเอ๋เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด-ธนบุรี ทำการเอกซเรย์อย่างละเอียด สมองไม่มีการกระทบกระเทือน มีเพียงบาดแผลจากกระจกบาดที่ใบหน้าเย็บ 7 เข็ม/คิ้ว 3 เข็ม กระดูกหัวเข่าร้าวต้องเข้าเฝือก 2 เดือน มีรอยฟกช้ำตามตัวด้วยแรงกระแทกและนอนพักรักษาตัวที่นี่อีก 3-4 วัน

 

        โชคดีที่รถมี พ.ร.บ.//ประกันชั้น 1 คุ้มครองรถ และดูแลทั้งครอบครัวตลอดการรักษา

 

        ประสบการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า

 

        1. คนขับรถต้องมีสติ/ผู้โดยสารต้องคาดเบลท์

 

        2. รถต้องมี พ.ร.บ.//ประกันรถ

 

        3. รถที่มีเด็กโดยสาร ต้องติดตั้งคาร์ซีททุกครั้งเพราะมันสามารถช่วยลดการบาดเจ็บหรืออาจช่วยเหลือชีวิตลูกน้อยของคุณได้

 

        4. เวลาที่เจออุบัติเหตุคนขอความช่วยเหลือถ้าเป็นกลางวันควรหยุดรถลงไปช่วยเหลือเท่าที่เราสามารถ

 

        กรณีหากเจอตอนกลางคืน อย่างน้อยช่วยโทร. แจ้ง 191 ให้มาช่วยเหลือก่อนก็ยังดีกว่าปล่อยผ่าน หรือขับรถผ่านไปเฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรเลย เพราะชีวิตที่ติดอยู่ในรถอาจรอความช่วยเหลือจากคุณอยู่

 

        เหตุการณ์ในครั้งนี้นับเป็นอุบัติเหตุที่รุนแรงที่สุด ที่ครอบครัวเราเคยประสบพบเจอมา

 

        ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราคงได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดและเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้กับทุกครอบครัวที่ใช้รถและมีลูกน้อยเดินทางร่วมด้วย เพราะความปลอดภัยของคนที่คุณรัก "สำคัญที่สุด"

 

        รักสามีและรักลูกมาก ๆ

 

        ขอบคุณปาฏิหาริย์ความรักครั้งนี้ที่ทำให้เรารอดชีวิตมาได้

 

        ขอบคุณบุญบารมีพ่อแม่ที่ปกปักรักษาเสมอมา

 

        ขอบคุณพลเมืองดีที่จอดรถช่วยเหลือครอบครัวเรามาก ๆ ขอให้คุณและครอบครัวพบเจอแต่สิ่งดี ๆ

 

        ขอบคุณพี่ชาย พี่สะใภ้ ญาติ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ทั้งของเอ๋และของหนุ่มที่คอยช่วยเหลือ เป็นห่วงเป็นใย ทั้งมาเยี่ยม โทร. ถามตลอด

 

        เราทั้งครอบครัวต้องขอขอบคุณปาฏิหาริย์ความรักในครั้งนี้ และขอขอบคุณความรักความปรารถนาดีจากทุก ๆ คนที่ส่งมาให้ ทำให้รู้ว่ามีคนรักและเป็นห่วงพวกเรามากมายเหลือเกิน

 

        ขอบคุณทุกคนจากใจจริง


ภาพจาก เฟซบุ๊ก Siriyakorn Mintirat

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !