
ภาพจาก AFP PHOTO / HO / SYRIAN GOVERNMENT'S CENTRAL MILITARY MEDIA
สหรัฐอเมริกา และ พันธมิตร ยิงมิสไซล์ถล่มฐานที่ตั้งอาวุธเคมีรัฐบาลซีเรีย แล้ว ด้านรัสเซียเผย มันเป็นการกระทำที่คุกคามรัสเซีย และเตรียมส่งทัพเรือออกตอบโต้แล้ว
วันที่ 14 เมษายน 2561
เว็บไซต์เอบีซีนิวส์ รายงานว่า พลเอกโจเซฟ ดันฟอร์ด หัวหน้าคณะเสนาธิการร่วม ได้ออกแถลงการณ์ว่า กองกำลังสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส ได้เริ่มทำการโจมตีฐานที่ตั้งอาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการตอบโต้ที่นายบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรีย สั่งการให้กองทัพนำระเบิดแก๊สพิษไปถล่มเมืองโดมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 500 ราย และมีผู้เสียชีวิตกว่า 70 ราย โดย 43 รายในนั้น เสียชีวิตเพราะผลกระทบจากสารพิษโดยตรง
เป้าหมายของการโจมตีดังกล่าวมีทั้งหมด 3 จุดด้วยกัน จุดแรกคือศูนย์วิจัย
พัฒนา และทดสอบอาวุธเคมี ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กรุงดามัสกัส ส่วนอีก 2 จุด
คือศูนย์เก็บอาวุธเคมีและเอกสารสั่งการที่สำคัญ ตั้งอยู่ในเมืองโฮมส์
ห่างจากกรุงดามัสกัสไปทางตอนเหนือประมาณ 162 กิโลเมตร โดยพลเอกโจเซฟ
กล่าวว่า สาเหตุที่เลือกโจมตีทั้ง 3 จุดนี้
เป็นเพราะมันคือฐานที่ตั้งเกี่ยวกับอาวุธเคมีที่สำคัญของรัฐบาลซีเรีย
และฐานที่ตั้งของมันก็สำคัญเช่นกัน เพราะการโจมตีแต่ละครั้ง
ย่อมต้องการให้สูญเสียชีวิตผู้บริสุทธิ์น้อยที่สุด
ก่อนหน้านี้
ทางรัสเซียออกมาปฏิเสธการใช้อาวุธเคมีว่าไม่ใช่เรื่องจริง
เป็นเพียงการจัดฉากใส่ร้ายรัสเซียให้ดูเลวร้ายในสายตาโลก
และหลังจากที่การถล่มฐานอาวุธเคมีในซีเรียสิ้นสุดลง นายอนาโตลี อันโตนอฟ
ทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ ก็ได้ออกมากล่าวว่า
มันคือแผนการโจมตีรัสเซียและซีเรีย ที่ได้วางเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยสหรัฐฯ
อังกฤษ และฝรั่งเศส จะต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้แล้ว สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์
ซึ่งเป็นสื่อรัสเซีย ได้รายงานว่า
กองทัพเรือรัสเซียจะเคลื่อนพลมายังอ่าวซีเรียในวันที่ 18 เมษายน
เพื่อตอบโต้ท่าทีของสหรัฐฯ แล้ว
"อีกครั้ง ที่เราถูกคุกคาม
เราได้เคยเตือนเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว การโจมตีใด ๆ ก็ตาม
จะมีผลตามมาอยางแน่นอน ผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือ สหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส"
นายอนาโตลี อันโตนอฟ กล่าว
ข้อมูลจาก
usatoday.com