hilight > ข่าวต่างประเทศ

น้ำตาและคำพูดจากใจชายชรา เอ่ยลาคู่ชีวิต 60 ปี ครั้งสุดท้าย แม้เธอไม่อาจได้ยิน

| 4,650 อ่าน

 

           เปิดเรื่องราวความรักแสนเศร้า ชายชราบอกลาผู้หญิงที่เขารักเป็นครั้งสุดท้าย หลังใช้ชีวิตร่วมกันมา 60 ปี ในวันนี้ร่างของเธอจากไป แต่เธอยังคงอยู่ในใจเสมอ

 

           ความรักและความผูกพัน เป็นสิ่งที่อยู่คู่กันเสมอ เราอาจไม่สามารถมองเห็นมันได้ด้วยตา แต่สามารถสัมผัสได้ด้วยใจและความรู้สึก สำหรับคนเรานั้น การใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนมาเกินครึ่งศตวรรษ สิ่งที่มีให้กันมันมากกว่าความผูกพันหลายเท่า นั่นคือสิ่งที่ชายชราคนหนึ่งที่ชื่อ บ็อบบี้ มัวร์ เข้าใจเป็นอย่างดี นับตั้งแต่วันแรกที่เขาและหญิงสาวในดวงใจ จูงมือเดินผ่านประตูวิวาห์มาเป็นคู่ชีวิต พวกเขาทั้งสองผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย ได้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่พร้อมกัน ได้เป็นพ่อและแม่ของลูก ๆ ได้เป็นปู่ย่าตายายของหลาน ๆ ได้เดินข้ามผ่านครึ่งชีวิตมาด้วยกัน และแก่ชราไปพร้อม ๆ กัน

 

           คนในวัยหนุ่มสาวอาจจะไม่เข้าใจ และอาจจะคิดว่ามันช่างดูน่าเบื่อ แต่สำหรับคุณตาบ็อบบี้แล้ว แม้ชีวิตของเขาจะดูซ้ำซากจำเจ แต่การทำอะไรเหมือนเดิมทุก ๆ วัน กับผู้หญิงคนเดิมที่เขารัก เขาไม่เคยเบื่อมันเลย เขายังทำทุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนนี้ จนกระทั่งในวันสุดท้าย ที่เธอลาจากโลกใบนี้ไป.......

 

           เรื่องราวของชายชรา และการบอกลาคนรักเป็นครั้งสุดท้าย ถูกนำมาเปิดเผยผ่านหน้าเฟซบุ๊ก April Yurcevic Shepperd ด้วยอาชีพช่างภาพของเอพริล ทำให้เธอได้เป็นสักขีพยานในวันสำคัญของผู้คนมากมาย ทั้งวันสุขและวันเศร้า และหน้าที่ของเธอคือการถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นเอาไว้เป็นความทรงจำ ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เอพริลมีโอกาสได้ไปถ่ายภาพงานศพงานหนึ่ง แน่นอนว่ามันเป็นบรรยากาศที่โศกเศร้า หดหู่ และเจ็บปวด แต่สิ่งที่เอพริลไม่ได้คาดคิดว่าได้รับรู้ก็คือ เรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ ตอนแรกเอพริลตั้งใจเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวเอง แต่ครอบครัวผู้เสียชีวิตยินดีให้เธอนำไปเปิดเผย เพื่อให้โลกได้รู้ว่ารักแท้มันมีอยู่จริง

           "ในวันนี้ ฉันได้พบเจอเรื่องราวของความรัก มันไม่ใช่ความรักอันร้อนแรงในรูปแบบที่วัยรุ่นมีให้กัน ไม่ใช่ความรักที่หนุ่มพานพบ ในวันที่พวกเขาก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์ และวาดฝันจะสร้างชีวิตที่มีความสุขไปด้วย แต่สิ่งที่ฉันพบ มันเป็นสิ่งที่ฉันไม่ได้พบเจอบ่อยนัก เหมือนกระจกเงาที่สะท้อนถ้อยคำมากมาย เหมือนเพชรที่เจียระไนมาในรูปแบบที่แตกต่างจากเม็ดอื่น ๆ ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ผู้ชายที่หัวใจแตกสลาย ทอดอาลัยอยู่เคียงข้างสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเขา และสิ่งที่ฉันเห็น คือความรักที่เป็นตัวตน ความรักที่แท้จริง" เอพริล เล่าเรื่องราวความรักของ คุณตาบ็อบบี้ และ ภรรยา ผ่านทางเฟซบุ๊กของเธอ

 

           เอพริลเล่าย้อนถึงวันนั้น เธอเห็นคุณตา บ็อบบี้ มัวร์ เดินเข้ามาในห้องด้วยแข้งขาที่อ่อนล้าและไร้เรี่ยวแรง ถึงแม้ว่าเขาจะเชื่องช้า เดินได้ไม่ค่อยมั่นคง แต่ดวงตาทั้งสองของเขาจ้องตรงไปที่จุดหมายเบื้องหน้าอย่างไม่วอกแวก เบื้องหน้าของเขาคือโลงศพไม้สีอ่อน ประดับด้วยดอกไม้ช่อใหญ่สีสันสดใส ฝาโลงครึ่งหนึ่งเปิดออก เผยให้ร่างของ เจอร์รี เอเลน มัวร์ หญิงชราผู้เป็นภรรยาที่รักและเป็นแม่ที่ห่วงใย นอนหลับใหลอยู่ในนั้น

 

           ตอนนั้นยังเช้ามาก กว่าพิธีศพจะเริ่มก็อีกหลายชั่วโมง สำหรับคุณตาบ็อบบี้แล้ว แม้ว่าภรรยาจะอยู่เคียงข้างมานานถึง 60 ปี แต่มันไม่เคยพอเลย และเขาอยากอยู่กับเธอให้นานที่สุด จนถึงนาทีสุดท้าย

 

           คุณตาบ็อบบี้เดินไปที่โลง ก้มลงจุมพิตภรรยาอย่างแผ่วเบา เขายืนมองเธอ และกระซิบพลางน้ำตาที่ไหลริน ว่า "ผมรู้ดีว่าคุณคงไม่ได้ยินผมอีกแล้ว แต่ผมอยากบอกว่า ผมรักคุณ" หลังจากนั้น ชายชราคนนี้ก็ดึงเก้าอี้มานั่งข้างโลง มือข้างหนึ่งถือไม้เท้า มืออีกข้างสัมผัสร่างไร้ชีวิตของผู้หญิงที่มีความหมายที่สุดในชีวิต แม้ว่าผิวหนังของเธอจะเย็นชืด แม้ว่าเธอจะไม่ได้ยินเสียงเขา และไม่สามารถมองเห็นเขาอีกต่อไปแล้วก็ตาม

 

           คุณตาบ็อบบี้จับมือภรรยา ลูบเบา ๆ ราวกับต้องการปลอบโยนเธอให้หลับสบาย ไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไปแล้ว ในขณะเดียวกัน เขาก็ปลอบใจตัวเองด้วยเช่นกัน ปลอบใจตัวเองให้รับความจริงว่าต่อไปนี้เขาจะตื่นมาโดยไม่มีเธออีกแล้ว

           ขณะที่สมาชิกครอบครัวและแขกเหรื่อเริ่มทยอยเข้ามาในงาน คุณตาบ็อบบี้ก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เมื่อลูกหลานเดินเข้ามาบอกลาคุณยายเจอร์รี่ที่โลงศพ เขาเอ่ยปากทักทายทุกคน ถามพวกเขาว่า "เธอสวยมากเลย ใช่ไหม" ทุกคนตอบเหมือนกันว่าเธอสวยมาก และพากันร้องไห้ด้วยความอาลัย เวลาผ่านไปเกือบ 5 ชั่วโมง คุณตาบ็อบบี้ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ขยับไปไหน จนสังขารของเขาเริ่มไม่ไหว จำต้องลุกออกไปเหยียดขาที่อื่น แม้เขาจะไม่อยากเดินจากไปเลยก็ตาม

 

           "ฉันยืนมองชายชราคนนี้ ด้วยความรู้สึกจุกอก ความตายได้พรากความสุขในชีวิตของเขาไปด้วยตลอดกาล ฉันไม่เคยพบเห็นใครโศกเศร้าและดูเปราะบางขนาดนี้มาก่อน ฉันมองดูเขาพลางคิดในใจ เขาคงสามารถผ่านวันนี้ไปได้ เพราะเธอยังอยู่ตรงนี้ เขายังมองเห็นเธอ ยังสัมผัสเธอได้

 

           แต่ในวันพรุ่งนี้ ร่างของเธอก็จะถูกกลบฝังลงในดิน แล้วเขาจะผ่านมันไปได้อย่างไร ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นตัวตนของเธอยังคงอยู่รอบตัวเขา ทั้งเก้าอี้ตัวโปรด ตะกร้าสำหรับจ่ายตลาด และเตียงนอน ชายชราคนนี้จะนอนหลับลงได้อย่างไร ในเมื่อคนรักที่นอนข้างกันมา 60 ปี ได้จากไปแล้ว" เอพริล บอกเล่าความรู้สึกจุกอกของเธอ

 

           เอพริลกล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่เธอเห็นวันนี้เปรียบเสมือนฉากหนึ่งในละครชีวิต เป็นฉากที่แสดงให้เห็นถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องมีบทพูดใด ๆ มากมาย และในวันพรุ่งนี้การแสดงก็จะถึงตอนจบ ทุกคนโบกมือลา เวทีว่างเปล่า และไฟที่สว่างไสวก็ดับลงในที่สุด สิ่งที่ยังคงไม่จบและต้องดำเนินต่อไปคือการใช้ชีวิตในบั้นปลายของคุณตาบ็อบบี้ แม้ว่ามันจะเจ็บปวด เหงา เดียวดาย และเศร้า แต่เชื่อว่าเขาจะสามารถผ่านไปมันได้ เพราะจริง ๆ แล้วคุณยายเจอร์รี่ไม่ได้หายไปไหนเลย เธอยังคงอยู่ในใจเขาเสมอนั่นเอง

 

ภาพจาก เฟซบุ๊ก April Yurcevic Shepperd
 

 

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
น้ำตาและคำพูดจากใจชายชรา เอ่ยลาคู่ชีวิต 60 ปี ครั้งสุดท้าย แม้เธอไม่อาจได้ยิน โพสต์เมื่อ 13 มิถุนายน 2561 เวลา 12:32 4650 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP