กรมศิลปากร เตรียมเข้าหารือวัดโพธาราม-ชาวบ้าน หาแนวทางแก้ไข กรณีทาสีเหลืองทองบนโบสถ์ เผยยังไม่ขอใช้ข้อกฎหมาย ล่าสุด พบอีกวัดที่ชัยนาท ทาสีเหลืองทองอร่ามทั้งโบสถ์
วันที่ 27 ตุลาคม 2561 รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ รายงานบทสัมภาษณ์ นายประทีป เพ็งตะโก รองอธิบดีกรมศิลปากร ถึงกรณีวัดโพธาราม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี อายุยาวกว่า 400 ปี มีการบูรณะด้วยการทาสีเหลืองทอง ซึ่งทางวัดอ้างว่าเมื่อปี 2557 ทางวัดได้รับการติดต่อจากกลุ่มจิตอาสาว่าจะเข้ามาบูรณะให้เนื่องจากพบวิหารมีความทรุดโทรมจนเสี่ยงพังถล่ม โดยทำร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งมีการบูรณะทั้งในส่วนโครงสร้าง กำแพงโบสถ์ด้านนอก ด้านใน และมีการใช้กระเบื้องดินเผา ส่วนการทาสีเหลืองทองก็เพื่อต้องการให้มีเอกลักษณ์ และชาวบ้านไม่ได้คัดค้าน ก่อนมาตกเป็นข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่ศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี มาเห็นและต้องการให้ลอกสีออกให้หมด เพื่อคืนสภาพเดิม
นายประทีป เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นจากการตรวจสอบแล้วไม่พบว่าวิหารของวัดโพธาราม มีการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน แต่ทางกรมศิลปากรถือว่าวิหารดังกล่าวเป็นโบราณสถานของชาติ เพราะมีอายุเก่าแก่ และมีคุณค่า มีประโยชน์ต่อการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปกรรม ซึ่งหากจะมีการซ่อมแซมหรือบูรณะก็จะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรก่อน เพื่อจะได้ทำถูกหลักการอนุรักษ์ และไม่เป็นการทำลายความเป็นของแท้ดั้งเดิมของโบราณสถาน และไม่ผิดกฎหมาย
ในกรณีของวัดโพธารามครั้งนี้ ทางกรมฯ จะยังไม่มีการดำเนินการทางกฎหมาย แต่จะมีการเข้าพูดคุยทำความเข้าใจใหม่กับวัดและชาวบ้าน เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการลอกสีออกตามที่มีกระแสข่าวหรือไม่นั้น นั่นก็ถือเป็นวิธีแก้ไข เพราะสีที่ทาใหม่นั้นไม่ใช่สีของดั้งเดิม
ทั้งนี้ นอกจากวัดโพธาราม เบื้องต้นพบมีวัดที่มีการบูรณะทาสีใหม่อีก เป็นสีเหลืองทองเช่นกัน คือวัดจวน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ซึ่งนางจำเริญ มาจำเนียร กรรมการวัด เปิดเผยว่า มีจิตอาสามาเที่ยวและติดต่อจะบูรณะให้เมื่อช่วงปลายปี 2559 โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งทางวัดก็ได้มีการพูดคุยกับชาวบ้านจึงลงมติให้ทาสีเหลืองทองดังกล่าว เพราะมองสวยดีและเป็นสิริมงคล ก่อนที่ทางสำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี จะติดต่อแจ้งว่า ทำผิดกฎหมาย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

วันที่ 27 ตุลาคม 2561 รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ รายงานบทสัมภาษณ์ นายประทีป เพ็งตะโก รองอธิบดีกรมศิลปากร ถึงกรณีวัดโพธาราม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี อายุยาวกว่า 400 ปี มีการบูรณะด้วยการทาสีเหลืองทอง ซึ่งทางวัดอ้างว่าเมื่อปี 2557 ทางวัดได้รับการติดต่อจากกลุ่มจิตอาสาว่าจะเข้ามาบูรณะให้เนื่องจากพบวิหารมีความทรุดโทรมจนเสี่ยงพังถล่ม โดยทำร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งมีการบูรณะทั้งในส่วนโครงสร้าง กำแพงโบสถ์ด้านนอก ด้านใน และมีการใช้กระเบื้องดินเผา ส่วนการทาสีเหลืองทองก็เพื่อต้องการให้มีเอกลักษณ์ และชาวบ้านไม่ได้คัดค้าน ก่อนมาตกเป็นข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่ศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี มาเห็นและต้องการให้ลอกสีออกให้หมด เพื่อคืนสภาพเดิม
นายประทีป เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นจากการตรวจสอบแล้วไม่พบว่าวิหารของวัดโพธาราม มีการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน แต่ทางกรมศิลปากรถือว่าวิหารดังกล่าวเป็นโบราณสถานของชาติ เพราะมีอายุเก่าแก่ และมีคุณค่า มีประโยชน์ต่อการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปกรรม ซึ่งหากจะมีการซ่อมแซมหรือบูรณะก็จะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรก่อน เพื่อจะได้ทำถูกหลักการอนุรักษ์ และไม่เป็นการทำลายความเป็นของแท้ดั้งเดิมของโบราณสถาน และไม่ผิดกฎหมาย
ในกรณีของวัดโพธารามครั้งนี้ ทางกรมฯ จะยังไม่มีการดำเนินการทางกฎหมาย แต่จะมีการเข้าพูดคุยทำความเข้าใจใหม่กับวัดและชาวบ้าน เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการลอกสีออกตามที่มีกระแสข่าวหรือไม่นั้น นั่นก็ถือเป็นวิธีแก้ไข เพราะสีที่ทาใหม่นั้นไม่ใช่สีของดั้งเดิม
ทั้งนี้ นอกจากวัดโพธาราม เบื้องต้นพบมีวัดที่มีการบูรณะทาสีใหม่อีก เป็นสีเหลืองทองเช่นกัน คือวัดจวน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ซึ่งนางจำเริญ มาจำเนียร กรรมการวัด เปิดเผยว่า มีจิตอาสามาเที่ยวและติดต่อจะบูรณะให้เมื่อช่วงปลายปี 2559 โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งทางวัดก็ได้มีการพูดคุยกับชาวบ้านจึงลงมติให้ทาสีเหลืองทองดังกล่าว เพราะมองสวยดีและเป็นสิริมงคล ก่อนที่ทางสำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี จะติดต่อแจ้งว่า ทำผิดกฎหมาย
นางจำเริญ เผยต่อว่า ตนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงผิด เพราะวัดก็ทรุดโทรมมานาน ไม่มีหน่วยงานใดมาดูแล และก็เคยติดต่อไปยังทางกรมศิลปากร แล้วว่าโบสถ์ชำรุดมาก กลับได้รับคำตอบว่าไม่มีงบ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
