คสช. เดินหน้ามาตรการ ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562 วันแรกมีผู้กระทำผิดเสี่ยงต่ออุบัติเหตุเกือบ 7 พันครั้ง ดำเนินคดีแล้วกว่า 4 พันคัน รวมถึงยึดรถแล้ว 88 คัน

ภาพจาก สำนักข่าว INN
สำหรับสถิติการดำเนินมาตรการ ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่ปี 2559-2561 มีผู้กระทำผิด และมีรถที่เจ้าหน้าที่เก็บรักษาไว้ตลอดเทศกาลมีจำนวนสูงขึ้นทุกปี
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าว ได้การตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เพราะทำให้ผู้ใช้เส้นทางมีความระมัดระวังและตระหนักในวินัยจราจรมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุ และลดการสูญเสีย ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลและคสช. ที่หวังให้เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของคนไทยอย่างแท้จริง
สำหรับสถิติการดำเนินมาตรการ "ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ" ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่ปี 2559 - 2561
พบผู้กระทำผิดและมีรถที่เจ้าหน้าที่เก็บรักษาไว้ตลอดเทศกาลจำนวนสูงขึ้นทุกปี
โดยวันแรกของมาตรการนี้ (27 ธันวาคม 2561) พบว่ามีผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาท 6,852 ครั้ง ดำเนินคดี 4,443 คน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเก็บรักษารถไว้ 88 คัน โดยมีจักรยานยนต์ 63 คัน และรถยนต์ 25 คัน ยึดใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 95 คน และยึดใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ 34 คน
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าว ได้การตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เพราะทำให้ผู้ใช้เส้นทางมีความระมัดระวังและตระหนักในวินัยจราจรมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุ และลดการสูญเสีย ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลและ คสช. ที่หวังให้เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของคนไทยอย่างแท้จริง
ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN

ภาพจาก สำนักข่าว INN
วันที่ 28 ธันวาคม 2561 พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า มาตรการดูแลความปลอดภัยประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ "ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ"
ปีนี้เริ่มตั้งแต่ 27 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562
ซึ่งหากตรวจพบพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง เจ้าหน้าที่จะใช้การชี้แจง
แนะนำให้ยุติการใช้รถ ติดต่อญาติ หรือผู้นำชุมชนมารับทราบเหตุ
และหากจำเป็นเจ้าหน้าที่จะนำรถไปเก็บรักษาไว้ก่อน
ในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้เพื่อดูแลป้องกันความเสียหายของรถ
และเจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับคืนได้หลังเทศกาล
สำหรับสถิติการดำเนินมาตรการ ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่ปี 2559-2561 มีผู้กระทำผิด และมีรถที่เจ้าหน้าที่เก็บรักษาไว้ตลอดเทศกาลมีจำนวนสูงขึ้นทุกปี
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าว ได้การตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เพราะทำให้ผู้ใช้เส้นทางมีความระมัดระวังและตระหนักในวินัยจราจรมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุ และลดการสูญเสีย ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลและคสช. ที่หวังให้เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของคนไทยอย่างแท้จริง
โดยวันแรกของมาตรการนี้ (27 ธันวาคม 2561) พบว่ามีผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาท 6,852 ครั้ง ดำเนินคดี 4,443 คน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเก็บรักษารถไว้ 88 คัน โดยมีจักรยานยนต์ 63 คัน และรถยนต์ 25 คัน ยึดใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 95 คน และยึดใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ 34 คน
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าว ได้การตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เพราะทำให้ผู้ใช้เส้นทางมีความระมัดระวังและตระหนักในวินัยจราจรมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุ และลดการสูญเสีย ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลและ คสช. ที่หวังให้เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของคนไทยอย่างแท้จริง
ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN