x close

ดร.เสรี ซัดพ่อแม่ ไม่มีปัญญาสั่งสอนลูก หลังม็อบนักเรียน เสนอให้ขายบริการถูก กม.

          ดร.เสรี ชี้พ่อแม่ไม่มีปัญญาสั่งสอนลูก หลังม็อบนักเรียน เสนอให้ขายบริการถูกกฎหมาย ฉะอยู่ดี ๆ ลุกขึ้นมาบอกอยากขายนาผืนน้อย นี่หรือพลังบริสุทธิ์ มั่นใจมีคนอยู่เบื้องหลังม็อบแน่นอน


ภาพข่าว ดร.เสรี

          รายการ เรื่องลับมาก (no censor) ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.20-15.00 น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (8 กันยายน 2563) ทอม ทศวรรต ทะสุวร ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ได้สัมภาษณ์ความคิดเห็น ดร.เสรี วงษ์มณฑา เกี่ยวกับหลากหลายประเด็นร้อน


สืบเนื่องจากการประท้วงของนักเรียน นักศึกษา คือสู้เป็นไท ถอยเป็นทาส ธนาธรรู้สึกยังไงถึงมาพูดแบบนี้ ?

          "เขาต้องการให้การชุมนุมมีคนเยอะ เพราะที่ผ่านมาถ้าพูดถึงจำนวนคน เทียบกับการชุมนุมครั้งก่อน ๆ ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะพันธมิตร กปปส. นปช. เขาต้องสร้างวาทกรรมปลุกเร้าคนให้มา คำว่าสู้เป็นไท แปลว่าถ้าสู้แล้วก็จะได้เสรีภาพ ถ้าถอยจะเป็นทาส ตรงนี้เป็นวาทกรรม เวลานี้ต้องถามคนไทย 67 ล้านคน เราเป็นทาสใครเหรอ เราเลิกทาสตั้งแต่ ร.5 คำว่าทาสคือทำงานไม่ได้เงิน มีเจ้านาย เจ้านายจะทำอะไรกับเราก็ได้ ถ้าเคยดูติดตาม มีการเฆี่ยนตีลงโทษสารพัด แต่ตอนนี้ไม่มีคนไทยเป็นแบบนั้น

          มันเป็นวิธีการของคอมมิวนิสต์ คือกดคนลง เสนอตัวเป็นคนมาแก้ไข เสร็จแล้วจะได้ยกคนขึ้น ตอนนี้เขาใช้คำว่าทาส ถูกลิดรอนเสรีภาพ แบกแอก ปลดคนลง ก็โดนใจคนจำนวนหนึ่ง เพราะเขาคิดว่าพ่อแม่ โรงเรียน สังคม มีกฎหมายกดฉัน ฉันโดนกดเสรีภาพจริง ๆ เขาจึงใช้วิธีการสร้างวาทกรรมว่าถ้าสู้จะปลดแอกได้ แต่ถ้าไม่สู้จะเป็นทาส แอกอยู่บนหลังตลอดไป"

คนกลุ่มใหญ่ก็ไม่ได้เห็นด้วย ?

          "คืออย่าใช้คำว่าหลอกลวง ให้ใช้คำว่าจูงใจ หลอกลวงอาจแรงเกินไปกล่าวหาเขา แต่ถ้าคนส่วนใหญ่เห็นด้วย จำนวนคนที่มาชุมนุมคงเยอะกว่านี้ แต่การที่คนมาน้อย เพราะเขาไม่รู้สึกว่าเขาเป็นทาส เขารู้สึกว่าเขาเป็นไท และเขามีเสรีภาพ"

ภาพข่าว ดร.เสรี

อีกหนึ่งประโยคที่เขาบอกว่า เมื่อกระบวนการยุติธรรมล่มสลาย การต่อต้านจึงเป็นหน้าที่ ?

          "อันนี้เป็นการหมิ่นศาลเลยนะ การที่ศาลไม่ทำอะไรถือเป็นความกรุณาอย่างมาก เพราะคำว่ากระบวนการยุติธรรมล่มสลาย กระบวนการยุติธรรมเราต้นน้ำคือตำรวจ กลางน้ำคืออัยการ ปลายน้ำคือศาล ทีนี้พวกเขาทำผิดกฎหมาย เวลาออกหมายเรียกหมายจับเขาก็จะบอกว่าผิดมาตราไหน แล้วจะล่มสลายได้ไง ทุกอย่างปฏิบัติตามกฎหมาย เวลาเขาพูดตรงนี้เขาชอบโยงมาที่รัฐบาล ซึ่งคนออกหมายจับได้คือศาล ศาลเป็นสาขาตุลาการ คนที่เข้าใจประชาธิปไตยจะรู้ว่าประชาธิปไตยมี 3 ขา รัฐบาลเป็นบริหาร สภาผู้แทนราษฎรเป็นนิติบัญญัติ ศาลนั้นเป็นตุลาการ 3 ขานี้ไม่ก้าวก่ายกัน รัฐบาลจะไปสั่งฝ่ายศาลไม่ได้ เวลาศาลออกหมายจับแล้วคุณโยงมาที่รัฐบาล แสดงว่าคุณยังไม่เข้าใจว่าประชาธิปไตยมี 3 ขาที่เขาไม่ก้าวก่ายกัน"

คนถูกจับทำไมถึงต้องพูดคำว่าคุกคามประชาชน ?

          "เพราะคำนี้จะทำให้รัฐบาลแย่ เพราะเขามีวาทกรรมมาก่อนหน้านั้น เผด็จการ ลิดรอนเสรีภาพ สืบทอดอำนาจ คำเหล่านี้เมื่อเอาคุกคามมาใช้ มันก็สอดคล้องกัน พี่พยายามอธิบายว่าการที่คุณทำผิดกฎหมายแล้วโดนหมายจับ ไม่ใช่การคุกคาม แต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่คุณใช้คำว่าคุกคามเพื่อให้รู้สึกว่ารัฐบาลนี้แย่ เป็นเผด็จการ"

ซูเปอร์โพลมีการเปิดเผยวาทกรรมสู้เป็นไท ถอยเป็นทาส ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ อยู่ในไทยร้อยละ 11.6 ?

          "เรื่องของการที่เราจะแชร์หรือแฮชแท็กอะไร เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เขาเรียกว่าออร์แกนิก ถ้ามีการซื้อเขาเรียกว่าบูสต์ ถ้าเข้าใจว่าจำนวนแอคเคานต์ คือบัญชีด้านทวิตเตอร์ มีแค่ 6 แสนกว่า ซึ่งมี 2 ฝ่าย แล้วมันขึ้นเป็นล้านได้อย่างไร แค่นี้ก็รู้แล้วว่ามันมีการซื้อบูสต์ แล้วการซื้อบูสต์ น่าต้องมีงบประมาณมาช่วย มันก็มีคนไทยในต่างแดนและคนต่างชาติ ที่ต้องการให้ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลง จำนวนมันถึงมากขนาดนั้น ต้องเข้าใจนะว่าไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ โดยที่คนรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ"

เข้าข่ายปลุกระดมไหม ?

          "การปลุกระดมไม่จำเป็นเฉพาะเรื่องนี้นะ ไม่ว่าการพูดบนเวที การถือป้าย การให้สัมภาษณ์ การแสดงปาฐกถา การใช้แฮชแท็กในทวิตเตอร์ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการยุยง ปลุกปั่น ปลุกระดมให้คนออกมาชุมนุม เพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าในสภาเขาสู้ไม่ได้ เขาก็ต้องสู้ในถนน โดยอาศัยเยาวชน ซึ่งคู่กับคำว่าพลังบริสุทธิ์"

ภาพข่าว ดร.เสรี

นักเรียนที่ปราศรัยบนเวที เขาบอกตัวเองเป็นพลังบริสุทธิ์ ล่าสุดที่เป็นประเด็น เขาต้องการเป็นเซ็กส์เวิร์กเกอร์ ?

          "จริง ๆ แล้วบอกได้เลยว่าข้อเรียกร้องเขาหลายเรื่อง บางเรื่องก็น่าสนใจ ฟังได้ แต่บางเรื่องมันเกินไป เรื่องทรงผม เครื่องแบบนักเรียน คุยกันได้ วิชาที่อยากได้ อยากให้เลิก คุยกันได้ แต่เราจะเห็นข้อเรียกร้องที่เกินเลย ศิษย์เก่าเตรียมอุดมฯ คนหนึ่งยืนอยู่หน้าโรงเรียน จะเข้าไปให้ได้ โรงเรียนเขาบอกแล้วว่าให้นักเรียนเขาจัดกิจกรรมได้แต่คนนอกไม่ให้ ถึงแม้เป็นศิษย์เก่า สุดท้ายยืนพูดข้างหน้าว่าต้องการให้มีการสอนเพศศึกษา แต่การสอนเพศศึกษา มีทั้งการสอนท่าการร่วมเพศ เพื่อให้การร่วมเพศมีคุณภาพ เอากันขนาดนั้นเลยเหรอ

          ก็ดีใจที่เขาพูดนะ เพราะทำให้คนเข้าใจเขามากยิ่งขึ้นว่าความต้องการเขาคืออะไร ทีนี้ที่เวทีร้อยเอ็ดยิ่งกว่านั้นอีก เขาตะโกนออกมาเลยว่าความต้องการทางเพศเป็นเรื่องธรรมชาติก็ไม่มีใครเถียง แต่เขาต้องการรุนแรงเกินไปหรือเปล่า พอเขาใช้คำนั้นขึ้นมาที่ชุมนุมก็ขานรับตะโกนดัง จนทีวีไม่สามารถออกได้ เขาก็บอกว่าเขาต้องการขายนาผืนน้อยที่พ่อแม่ให้มาอย่างอิสรเสรี ไม่มีใครบังคับ เฮ้ย ตายแล้ว ๆ เขาบอกว่าถ้าจะเดินไปบอกพ่อแม่ว่าฉันเป็นโสเภณี พ่อแม่ต้องรับเพราะเป็นทางเลือกของฉัน อาชีพบริสุทธิ์

          ข้อเรียกร้องแบบนี้หรือที่เราเรียกว่าพลังบริสุทธิ์ที่ต้องการวางอนาคตของตนเอง เด็กคนนี้สิ่งที่เขาโพสต์จะคงอยู่ไม่รู้อีกกี่ปี เวลาเห็นเด็กทำอะไรไม่ดี ตั้งคำถามเสมอว่าพ่อแม่เขาตายแล้วใช่ไหม เขาเป็นลูกกำพร้าใช่ไหม เขากำพร้าญาติผู้ใหญ่ใช่ไหม ถึงไม่มีใครอบรมสั่งสอนว่าอะไรเหมาะอะไรควร เราจะมีลูกกำพร้าที่ไร้ญาติไร้พ่อไร้แม่มากเกินไปหรือเปล่า เหตุการณ์ที่โทษทุกวันนี้พี่โทษพ่อแม่ คำว่าพร้อมจะมีลูก เรามักมองแค่ด้านเศรษฐกิจ แต่ลืมไปว่าความพร้อมมีลูก ต้องพร้อมอบรมสั่งสอนลูกให้เป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพ และเป็นพลเมืองดีของประเทศ ถ้าไม่มีปัญญาอย่ามีลูก ตอนนี้ลูก ๆ เขาบอกแล้วว่าเขาไม่เป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่ เขาเกิดจากความสนุกของพ่อแม่ เขาไม่จำเป็นต้องกตัญญู"

รมว.ศึกษาธิการ ตอบคำถามเด็กยังไง ?

          "เรื่องแรกมองในแง่อารมณ์ ให้คะแนนเขาเต็มร้อย เขาอดทนมาก เด็กบอกดีเบตหรือเสนอความคิดเห็นก็ดี แต่เมื่อไหร่ที่ รมต. พูดอะไรไปมีเสียงโห่ รมต. เขาพูดตั้งแต่แรกว่าเราต้องเปิดใจฟังซึ่งกันและกัน แต่ปรากฏว่าท่านโดนโห่ทุกประโยคที่พูด เหมือนคนถูกขึงพรืดบนเวที แล้วเอาแส้เฆี่ยน เอาน้ำสาด แต่ท่านก็อดทนได้ ให้คะแนนเต็มร้อย

          ส่วนเรื่องเนื้อหาให้ 50:50 บางเรื่องท่านก็ตอบได้ แต่บางเรื่องก็อาจเตรียมตัวมาไม่ดีพอ ท่านอาจคาดไม่ถึงว่าจะเจอคำถามต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้หลายคนมองว่าท่านไม่ได้ทำการบ้าน แต่จริง ๆ ท่านอาจทำการบ้าน แต่อาจคิดไม่ถึงว่าจะเจอคำถามแบบนี้ พอท่านเจอคำถามบางคำถามท่านตอบได้ไม่ดีนัก เพราะบางคำถาม เด็กบอกว่าคำถามเหล่านี้ ครูทอนเป็นคนกำหนดให้ถาม ครูทอนใครวะ แต่เด็กพูดชัดเจนว่าเขาไม่ได้ตั้งคำถามเอง ตรงนี้เป็นการฟ้องในตัวว่านี่ไม่น่าจะใช่พลังบริสุทธิ์ เพราะมีผู้กำกับ"

คำถามไหนที่ไม่ผ่าน ?

          "เรื่องการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งท่านก็คงตอบยาก เด็กบอกว่าถ้าปฏิรูปการศึกษาไม่หลุดไม่พ้น ท่านก็ต้องลาออก ซึ่งตรงนี้ท่านไม่สามารถอธิบายได้ว่าการปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่มิติใดมิติหนึ่ง มันประกอบไปด้วยองค์ประกอบมากมาย สถานศึกษา งบประมาณการศึกษา ผู้บริหาร ครูบาอาจารย์ ผู้ปกครอง นักเรียน ผู้เรียนและตลาดแรงงาน มันมีตั้งหลายประเด็น ซึ่งตรงนี้ท่านไม่สามารถตอบเด็กได้ว่าท่านจะปฏิรูปได้ประมาณไหนอย่างไร ถ้าท่านพูดว่ายินดีที่จะรับฟัง แต่อยากให้เข้าใจการปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่แค่การปรับปรุงหลักสูตร ไม่ใช่แค่ปรับปรุงวิธีการเรียนการสอน ต้องโน่นตั้งแต่นโยบายรัฐบาล งบประมาณ สถานศึกษา แล้วก็หลักสูตรผู้บริหาร ครู และตัวนักเรียนเอง ตั้งหลายเรื่อง ถ้าเขาบอกว่าปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ท่านต้องลาออก ท่านต้องตอบว่าไม่งั้นใครมาเป็น รมต. ที่ผ่านมาจนถึงเดี๋ยวนี้คงต้องลาออกกันทุก 3 เดือนค่ะ"

คุณช่อกับคุณโบว์โผล่ไปในม็อบ ?

          "ไม่ว่าใครก็ตามที่ไป มันด้อยค่าการชุมนุม เพราะเราเรียกการชุมนุมนี้ว่านักเรียน เป็นเยาวชนผู้บริสุทธิ์ การที่คนพวกนี้ไปทำให้ความหมายการชุมนุมด้อยลงไป ทอมลองสังเกต เด็กพวกนี้รังเกียจชุดนักเรียน ไม่ใช่ทุกคนนะ สิ่งหนึ่งที่เรียกร้องคือชุดนักเรียน แต่เวลามาชุมนุมทำไมถึงต้องใส่ชุดนักเรียน แปลว่าเขาพยายามใช้ชุดนักเรียนเป็นเกราะกำบัง ไม่ให้คนมองว่าเป็นม็อบการเมือง แสดงว่าชุดนักเรียนมีคุณค่าในการปกป้องไม่ให้ถูกกล่าวหาว่าเป็นม็อบการเมือง แต่เป็นม็อบพลังบริสุทธิ์

          การที่เห็นคนเหล่านั้นไปอยู่ที่ม็อบก็ทำให้คุณค่าม็อบหายไป นอกเหนือจากคนเหล่านี้โผล่ คำพูดคำจาของคนที่สนับสนุน โอ๊ย น้องเขากล้าหาญ กล้าพูด มาล่าความฝัน กำหนดอนาคตตัวเอง ทั้งหมดทำให้เราเห็น เฮ้ย ตกลงนักศึกษามาเองจริง ๆ เหรอ แสดงว่าม็อบนี้มีพลังอยู่ข้างหลัง จะเรียกว่าพลังยุ ปลุกปั่นอะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องมี ทำให้คำว่าบริสุทธิ์ถูกแปดเปื้อนจากการโผล่ของคนพวกนี้ จากการให้สัมภาษณ์ของคนบางคน"

น้องคชโยธี เป็นใคร ?

          "เขาเป็นคนเห็นด้วยกับไทยภักดี เขาก็ออกมาให้สัมภาษณ์สนับสนุนไทยภักดี ซึ่งเมื่อเขาพูดดี ก็ต้องทำให้เขาด้อยค่า ซึ่งเรียกว่าดิสเครดิต ก็บอกว่าเด็กคนนี้เป็นโรฮีนจา เผอิญเขาเป็นคนดำ ออกคมเข้ม แต่น้องเขาสู้ไหว เขาบอกเลยพ่อแม่เป็นใคร เกิดที่ไหน ไม่ใช่โรฮีนจา มีการบอกว่าเขาได้เงิน เขาก็บอกว่าเขามาด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่ได้เงินไม่ได้ทอง แต่ทีนี้ปัญหาอยู่ตรงที่น้องเขาคงคิดว่าขอย้อน ในเมื่อคุณบอกว่าประชาธิปไตยจงเจริญ

          น้องเขาก็ขอย้อนว่าเผด็จการจงเจริญ มันเลยทำให้ทางกลุ่มไทยภักดีเขาบอกว่าไม่ต้องการให้พูดแบบนี้ เพราะเขาไม่ใช่กลุ่มเผด็จการ เราเป็นประชาธิปไตย เชื่อมั่นระบอบการปกครอง ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่เรื่องเผด็จการ คนเลยมาหาว่าเทน้องเหรอ ไม่ใช่ เป็นการยืนยันจุดยืนว่าที่ออกมาปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไม่ได้ออกมาปกป้องเผด็จการแต่อย่างใด แต่น้องอายุน้อย ก็เป็นการที่เขารู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นการที่เขาย้อน หมอวรงค์ไม่ได้เท เขาไม่ได้อุ้มมาจะเททำไม น้องเขามาด้วยตัวเขาเอง แต่เมื่อคำพูดน้องไม่ตรงกับอุดมการณ์ก็ต้องชี้แจง"

ภาพข่าว ดร.เสรี

ปิดสวิตช์ ส.ว. นี่ยังไง ?

          "หลายคนไม่เห็นด้วยที่จะให้ ส.ว. มีสิทธิ์ในการลงคะแนนเสียงเลือกนายกฯ เพราะเป็นบทเฉพาะกาล 5 ปีนี้ คนที่เขาคิดเขาคงไม่ไว้ใจผู้แทนราษฎรบางคน ถ้าเกิดให้เฉพาะผู้แทนราษฎรเป็นคนลงคะแนนเสียง เราก็อาจได้นายกฯ ที่ใช้ไม่ได้ เขาเลยต้องเอา ส.ว. เข้ามา แต่หลายคนรับไม่ได้ เนื่องจาก ส.ว. มาจากการแต่งตั้ง ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน จึงมีความคิดที่จะปิด ส.ว. ต่อไปนี้ ส.ว. ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกฯ ให้เป็นเรื่องของคะแนนที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ต้อง 251 เสียง แต่ที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ ก็ได้คะแนนเกิน 250 โดยไม่มี ส.ว. แต่พวกเขาไม่สบายใจ ถ้าพลเอก ประยุทธ์ อยู่ครบ 4 ปี และจะเล่นต่ออีก ถ้ากำหนดไว้ 5 ปี แสดงว่ารอบหน้า ส.ว. มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ อีก เขาก็เกรงว่าจะไม่ยุติธรรมกับพรรคอื่นที่ไม่ได้เป็นคนตั้ง ส.ว. มา เขาเลยอยากให้ยกเลิก"

เราควรปิดสวิตช์ไหม ?

          "มีจำนวนหนึ่งเห็นด้วยกับการปิดสวิตช์ บางคนบอกว่าถ้าปิดสวิตช์ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญก็ลาออกดีไหม เขาคิดดีนะ (หัวเราะ) เขามีรายงานว่าประมาณ 60 คน ที่เห็นด้วยกับการปิดสวิตช์ คนบอกว่าถ้าเห็นด้วยก็ลาออกสิ แต่ที่เขายังไม่ลาออกเพราะอะไร เพราะ ส.ว. ไม่ได้มีหน้าที่โหวตนายกฯ อย่างเดียว กลั่นกรองกฎหมาย คัดเลือกคนเป็นองค์กรอิสระ ซึ่งก็คิดว่าเขายังทำประโยชน์ได้อีก แต่แค่ 60 คนนั้นเขาเห็นด้วย ที่จะไม่ให้ ส.ว. มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกนายกฯ เพื่อให้นายกฯ ยึดโยงกับประชาชนโดยมาจากการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของสภาผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเลือกเข้ามา"

ถ้าเป็นสภาเดี่ยวไม่มี ส.ว. จะเป็นยังไง ?

          "ส.ว. ยังมี แต่จะมีอำนาจน้อยลงเรื่องการโหวต ไม่มีหรอกประเทศไหนจะมีสภาเดียว อังกฤษก็มีสภาขุนนาง สภาผู้แทนราษฎร อเมริกาก็มี ก็เป็น 2 สภาทั้งสิ้น เพราะมีความจำเป็นต้องกลั่นกรองกฎหมายและเรื่องบางเรื่อง ถ้าหากว่าเราให้ ส.ส. อย่างเดียว เราก็ไม่แน่ใจว่า ส.ส. ทำเพื่อประเทศชาติหรือเพื่อคะแนนเสียง ถ้าทำเพื่อคะแนนเสียงไม่สนประเทศชาติ ก็จะเป็นอันตรายต่อประเทศ เพราะมีคำพูดว่านักการเมืองทำงานเพื่อคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เขาถึงต้องมี ส.ว."

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ดร.เสรี ซัดพ่อแม่ ไม่มีปัญญาสั่งสอนลูก หลังม็อบนักเรียน เสนอให้ขายบริการถูก กม. อัปเดตล่าสุด 9 กันยายน 2563 เวลา 10:04:33 9,895 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP