คุณนัชญ์ ทูนหัวของบ่าว วางแผนไปช่วยลูกหมูป่าในตึกร้าง แต่สุดท้ายเจอหญิงถูกเวียนมาข่มขืนในตึกร้าง เปลี่ยนภารกิจจากช่วยหมูเป็นช่วยคน อึ้งไปกว่านั้นคือ ตำรวจรู้ ทุกคนรู้ แต่ไม่ยอมทำอะไรเลย ซึ่งภารกิจนี้จบลงได้ด้วยดีในคืนเดียว ประวัติผู้หญิงที่เป็นเหยื่อน่าเศร้ามาก เคยเผาบ้านตัวเอง เสพยาเสพติด จนถูกพ่อแม่ตัดขาด

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nutch Prasopsin
วันที่ 2 กันยายน 2564 กลายเป็นไวรัลที่ได้รับความสนใจจากสังคมประจำวันนี้ เมื่อเฟซบุ๊ก Nutch Prasopsin ของคุณนัชญ์ ทูนหัวของบ่าว มีการโพสต์เล่าเรื่องราวประสบการณ์การมาช่วยหมูป่าที่ถูกทอดทิ้ง แต่กลับเจอเรื่องที่คาดไม่ถึง ไปเจอชายมีเซ็กส์กับหญิงสติไม่ดีในตึกร้าง สามารถสรุปเรื่องราวได้ดังนี้
คุณนัชญ์ เริ่มเล่าเรื่องว่า เธอได้รับการติดต่อให้ไปช่วยหมูป่าที่คลอดลูกออกมา ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เพราะว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี ลูกที่คลอดออกมานั้นถูกหมาจรที่อดอยากไล่กินจนเกือบหมดแล้ว ซึ่งคุณนัชญ์ก็ตกลงให้ความช่วยเหลือ วางแผนไว้ว่าจะช่วยลูกหมูป่าออกมาจากนอกพื้นที่เอาไว้ก่อน และพาไปเลี้ยงที่ จ.น่าน
คุณนัชญ์ เริ่มเล่าเรื่องว่า เธอได้รับการติดต่อให้ไปช่วยหมูป่าที่คลอดลูกออกมา ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เพราะว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี ลูกที่คลอดออกมานั้นถูกหมาจรที่อดอยากไล่กินจนเกือบหมดแล้ว ซึ่งคุณนัชญ์ก็ตกลงให้ความช่วยเหลือ วางแผนไว้ว่าจะช่วยลูกหมูป่าออกมาจากนอกพื้นที่เอาไว้ก่อน และพาไปเลี้ยงที่ จ.น่าน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nutch Prasopsin
ในวันเกิดเหตุ เธอและทีมงานจึงลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือ แต่พบว่า ลูกหมูป่าถูกหมาจรกว่า 200 ตัวกินไปหมดแล้ว ดังนั้น เธอจึงไลฟ์ตามประสาเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งมีทั้งตึกร้าง หมูป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทรุดโทรม
จากช่วยลูกหมูป่าเปลี่ยนเป็นช่วยคน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nutch Prasopsin
คำตอบที่ได้จากชาวบ้านคือ พื้นที่ตรงนี้มีกิจกรรมทุกรูปแบบ ทั้งการนัดมาเสพยาเสพติด การออกกำลังกายอย่างเตะบอลหรือเตะตะกร้อ รวมถึงให้อาหารหมาก็มี แต่สิ่งที่ทุกคนรู้กันแน่ ๆ ก็คือ มีการให้บริการทางเพศในราคา 20-50 บาท หรือแลกเป็นยาเสพติดแทน ซึ่งคนที่ขายบริการ ก็คือผู้หญิงที่คุณนัชญ์เห็นนั่นเอง
ที่น่าอึ้ง ตำรวจรู้อยู่แล้วว่ามีแบบนี้ แต่ไม่ทำอะไร

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nutch Prasopsin
ส่วนคนที่มาใช้บริการ ก็มีทั้งคนขับรถบรรทุก คนเสพยา หรือแม้กระทั่งคนแต่งตัวดี ๆ ก็เคยมาใช้บริการ เมื่อแดงได้เงินมาก็น่าจะเอาเงินไปซื้อยาเสพติดต่อ ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดทำให้คุณนัชญ์ตกใจมาก ไม่รู้ว่าควรจะตกใจเรื่องไหนก่อนดี
เมื่อเธอกระจายข่าวให้คนนอกรับรู้ ก็มีคนเข้ามาช่วยเหลือในทันที แต่แดงเห็นคนมาเยอะ ๆ ก็ตกใจ วิ่งหนี เธอจึงรีบไปเจรจา บอกว่าไม่ได้มาจับตัว จนสุดท้ายสามารถควบคุมตัวไว้ได้
ในเรื่องคดี ตำรวจชี้ว่าเป็นการสมยอม ไม่ได้เป็นการข่มขืน ส่วนแดงก็ปฏิเสธทุกกรณีว่าไม่ได้ทำ ไม่ได้มีคนมาหา เพราะกลัวถูกจับ ซึ่งเรื่องนี้คุณนัชญ์ยอมรับว่า เธอไม่พอใจที่ทุกคนพยายามสรุปว่าสมยอม แถมคนในพื้นที่ก็รู้กันมาหลายปี แต่ไม่ทำอะไรเลย
ตอนจบของเรื่อง ผู้หญิงได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล
ขณะเดียวกัน ตำรวจก็แจ้งคุณนัชญ์ว่า ก่อนหน้านี้เคยแจ้ง พ.ม. ไปแล้ว แต่ก็ไม่เคยมาดูแล และคดีแบบนี้ช่วงนี้ก็จับลำบาก เพราะไม่รู้จะเอาคนไปไว้ไหน ถ้าไว้โรงพยาบาลก็ไม่รับ เพราะไม่มีผลตรวจโควิด สุดท้ายพอเรื่องดัง กลับพาไปตรวจโควิดและพาไปอยู่โรงพยาบาลได้เฉย เรื่องนี้สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยการลงมือทำ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nutch Prasopsin
คุณนัชญ์ ระบุอีกว่า ตอนที่เจรจากับแดง ควรมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาคุยด้วย เพราะเมื่อคืนพบปัญหาอีกข้อหนึ่งคือ ตำรวจจะพาแดงกลับไปหาพ่อแม่ แต่ความจริงมันทำไม่ได้เพราะพ่อแม่ตัดขาดเขาไปแล้ว บ้านไม่ใช่ที่ปลอดภัยแล้ว การคุยกับคนกลุ่มนี้ต้องใช้วาทศิลป์ในการพูด ซึ่งเธอต้องเจรจาแทนตำรวจทุกอย่างจนเขายอมไปนอนห้องขังคืนหนึ่ง และได้ไปโรงพยาบาล

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nutch Prasopsin

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nutch Prasopsin