สรุป วรรณสิงห์ สัมภาษณ์ IO ตัวจริง แฉรัฐทุ่มงบทั้งราชการ เอกชน วงการนี้ทำงานกันยังไง

             สรุปประเด็น เถื่อนTalk โดย วรรณสิงห์ คุยกับ ไอโอตัวจริง เล่าการทำงานอย่างละเอียด เผยรัฐใช้งบเยอะทั้งกับหน่วยงาน หรือจ้างเอกชน มีเป้าหมายคืออะไร ยิ่งรู้เท่าทันไว้ยิ่งดี

วรรณสิงห์ สัมภาษณ์ IO

             หลายคนที่ติดตามการเมือง อาจจะเคยได้ยินคำว่า IO (Information Operation) หรือ ปฏิบัติการข่าวสาร โดยเป็นการผลิตข้อมูลขึ้นมาเพื่อโจมตีบุคคล หรือกลุ่มคน ที่มีความคิดเห็นด้านการเมืองฝั่งตรงข้าม เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือ หรือทำให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งหลายครั้งมีการตีแผ่ว่าขบวนการนี้มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐเกี่ยวข้องด้วยนั้น

             ล่าสุด (15 กันยายน 2564) รายการเถื่อนTalk [คนใน] จากช่องยูทูบ เถื่อนChannel โดย วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ได้สัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานด้านไอโอ สังกัดหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง โดยนิยามหน้าที่ตัวเองว่าคือ Content Creator เล่าว่า ไอโอนั้นมีทั้งจากหน่วยงานของรัฐ หรือแม้กระทั่งบริษัทเอกชนที่รับงานปล่อยข้อมูลตอบโต้จากคนจ้างงาน ส่วนงานที่ได้รับนั้นจะได้รับมอบหมายจาก "นาย" ให้ทำคอนเทนต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเพื่อโจมตี หรือเพื่อชี้แจงข้อมูล

งบประมาณที่รัฐใช้ในการทำไอโอ

 
             การใช้งบถือว่าเยอะมาก ส่วนนี้มีงบประมาณด้านการใช้สื่อที่ถูกเบิกใช้จ่ายทุกปี ในการเบิกงบจะใช้คำว่า เป็นงบเพื่อการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องของหน่วยงาน การปฏิบัติงานหลายหน่วยงานราชการจะใช้พนักงานราชการ แยกส่วนออกมาทำงานตรงนี้โดยเฉพาะ เช่น การปภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา จะมีรัฐมนตรีโดนโจมตีในประเด็นใดบ้าง หน่วยงานก็จะมีการสั่งงานมาว่า ให้ตอบโต้แบบไหน เช่น การให้ไปรุมคอมเมนต์โจมตี หรือเข้าไปรุมรีพอร์ต จากนั้นก็รายงานกลับไปที่ผู้บังคับบัญชา ซึ่งมีทั้งจากฝั่งการเมือง หรือจากภาครัฐ เช่น อธิบดี ที่อาจจะได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีมาอีกที

ข้อแตกต่างระหว่างไอโอของภาครัฐกับเอกชน


           ทางเอกชนจะมีความเนี้ยบ ความสร้างสรรค์ที่ดีกว่า ที่สำคัญคือเน้นในเรื่องของผลงานที่จับต้องได้ เพราะหากงานไม่น่าพอใจก็อาจจะไม่ถูกจ้างงาน โดยมีการเป็นเอเจนซี่ผลิตสื่อ ไม่ใช่แค่รับงานไอโอ แต่ยังมีการจ้างในรูปแบบเสริมภาพลักษณ์ต่าง ๆ  ซึ่งในวงการนี้มีการแข่งขันสูงมากเพราะจะได้ค่าตอบแทนสูง หลักแสน - ล้าน ส่วนภาครัฐก็จะใช้พนักงานที่ได้รับเงินเดือนอยู่แล้วให้มาทำงาน อีกมุมหนึ่งนอกจากภาครัฐแล้ว ฝ่ายค้านก็มีไอโอที่เช่นกัน ซึ่งบริษัทเอกชนที่รับงานไอโอก็รับงานจากทั้งสองฝ่าย

วรรณสิงห์ สัมภาษณ์ IO
ภาพจาก เถื่อนChannel

การทำงานของไอโอภาครัฐ


             ยกตัวอย่าง ในสังกัดของตนเองนั้น 1 กอง จะมีคนทำหน้าที่ไอโอ 10 คน มีทั้งคนคิดคอนเทนต์แต่ละคนจะสร้างไอดีปลอม เป็นหลัก 10 - 100 แอคเคานต์ มีทั้งใช้รูปโปรไฟล์เป็นรูปคนจริง แต่เป็นการเอารูปคนอื่นมาใช้ อาจจะเป็นรูปของคนในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งดูคล้ายคนไทย การโพสต์จะเหมือนคนที่มีชีวิตประจำวันทั่วไปจริง ๆ เช่น โพสต์ไปเที่ยว โพสต์ไปทำงาน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเวลาที่จะใช้ในการตอบโต้ทางการเมือง หรืออีกแบบก็จะเป็นการใช้ภาพอื่น ๆ ไปเลย เวลาถูกรีพอร์ตก็แค่สร้างขึ้นมาสร้างใหม่

             เป้าหมายหลักที่ใช้ทำไอโอ จะเป็นเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ โดยตนนั้นมีเฟซบุ๊ก 50 แอคเคานต์ ทวิตเตอร์ 40 แอคเคานต์ ส่วนยูทูบจะไม่เน้นมาก ส่วนการทำงานนั้นก็มีทั้งการปั่นแฮชแท็กที่ได้รับมอบหมายมา หรือการใช้แอคเคานต์หนึ่งตั้งประเด็น แล้วเอาอีกแอคเคานต์เข้าไปตอบเพื่อให้คนสนใจ โดยในแต่ละกองไอโอ ก็จะมีการเปิดจอไว้ตลอดเพื่อสอดส่องข่าวตามเพจข่าว วันนี้โซเชียลมีเดียมีประเด็นอะไรต้องตอบโต้บ้าง หรือบางเช้า นายจะส่งประเด็นมาให้ดูเอง ก็จะมีการส่งไอโอเข้าไปคอมเมนต์ แบ่งเป็น 3 รูปแบบ ประกอบด้วย

             - คอนเทนต์สีดำ เป็นคอนเทนต์ตอบโต้รุนแรง มีความดาร์ก อาจมีการใช้ภาษาหยาบคาย

             - คอนเทนต์สีเทา ตอบโต้ด้วยการให้ข้อมูล แต่มีการจิกกัดเหน็บแนมตอบโต้ แต่จะไม่ใช้ภาษาราชการ พยายามให้เหมือนคนทั่วไปมากที่สุด

             - คอนเทนต์สีขาว ตอบโต้ด้วยการให้ความรู้ ให้ข้อมูลที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้รัฐบาลได้ โดยจะทำข้อมูลนี้ส่งเข้าไปที่ฐานบัญชาการ จากนั้นจะมีการกระจายข้อมูลเหล่านี้ไปตามหน่วยงานย่อย ๆ เพื่อไปเผยแพร่ต่อ

             การปล่อยข้อมูลของไอโอ ไม่ได้มองเรื่องของว่าได้ผลหรือไม่ แต่จะวัดผลแค่งานนั้นเสร็จหรือเปล่า เพราะด้วยจำนวนที่ปล่อยนั้นมีจำนวนมากอยู่แล้ว รวดเดียวอาจจะถึง 1,000 คอนเทนต์ กระจายไปจากหลายหน่วยงาน เมื่อปล่อยไปแล้วก็แค่รอว่า จะมีคำสั่งใหม่หรือไม่ ซึ่งงานแบบนี้ยากมากที่จะถูกฟ้องกลับ เพราะหน่วยงานจะมีหลายขั้นตอนในการคัดกรองให้แน่ใจแล้วก่อนที่คอนเทนต์จะถูกปล่อยออกมา

ยกตัวอย่างกลุ่มที่ถูกภาครัฐจับตาให้ทำไอโอตอบโต้


             - สำหรับเพจที่ถือว่าถูกจับตาจากภาครัฐอันต้น ๆ ประกอบด้วย เพจดังเช่น จ่า (Drama-addict) หรือ เจี๊ยบเลียบด่วน เพจสำนักข่าว และเพจนักการเมืองฝั่งตรงข้าม

             - ส่วนเพจที่ปกป้องรัฐบาล มีทั้งแบบที่มีคนชื่นชอบจริง ๆ หรืออาจจะเป็นการรับงานก็เยอะ เช่น จ้างปล่อยคอนเทนต์ มีการตั้งงบโครงการขึ้นและก็กระจายงบออกไป

วรรณสิงห์ สัมภาษณ์ IO
ภาพจาก เถื่อนChannel

การปรับตัวของไอโอในปัจจุบัน


             เมื่อก่อนไอโอจะทำงานเหมือนบอต บางครั้งคัดลอกข้อความไปโพสต์แบบเหมือนกันเป๊ะ แต่ตอนนี้จะแยบยลกว่าเดิมมาก เช่น ท็อปคอมเมนต์ของเพจนี้โจมตีรัฐบาลแรงมาก ก็จะใช้ไอโอที่เหมือนคนจริงเข้าไปตอบโต้ด้วยข้อมูล อาจมีอารมณ์บ้าง ตอกกลับจิกกัดบ้าง แล้วแต่กลยุทธ์ งานปัจจุบันจะเป็นเรื่องการชุมนุมเยอะ การทำงานยกตัวอย่าง เช่น กรณีมีคนขึ้นไปยืนทำท่ายืนฉี่ใส่เจ้าหน้าที่ ไอโอจะแบ่งงานกันทำว่าจะใช้เรื่องนี้ไปโจมตีม็อบแบบใด ทั้ง 3 ระดับ คือ ดำ เทา ขาว คือด่าทอ ให้ข้อมูลด้านกฎหมาย หรือโจมตีว่าเป็นคนต่างด้าวไปเลยก็มี ปั่นกระแสไปเลยทั้งวันจนกว่าสื่อจะหยิบไปรายงาน

มุมมองของไอโอต่อภาครัฐ


             มุมมองของไอโอนั้น มองว่ารัฐบาลนั้นรู้ทุกเรื่อง แค่อยู่ที่จะทำหรือเปล่า โดยหากเป็นเรื่องที่สำคัญก็จะมีการหยิบขึ้นไปรายงานทั้งหมด จึงบอกว่าภาครัฐนั้นมีความแยบยลกว่าที่คิด บางทีทำตัวเหมือนโง่แต่ไม่ได้โง่ แต่เป็นแค่เกมของเขาเท่านั้น

ไอโอ เกิดขึ้นนานแล้ว และจะมีอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ


             วงการไอโอไม่ใช่เพิ่งมามีในรัฐบาลนี้ โดยมีมานานกว่า 30 - 40 ปีแล้ว การทำงานของไอโอที่เด่นชัดที่สุดในยุคก่อนคือเรื่องสถานการณ์ไฟใต้ มีการปล่อยข่าวลือจำนวนมากเพื่อให้ไปถึงหูนักข่าว แต่ไอโอทุกวันนี้เติบโตง่ายกว่าเพราะโซเชียล ย้อนกลับไป 7 ปีก่อนรัฐประหาร ตอนนั้นโซเชียลยังไม่บูมขนาดนี้ก็มีการจ้างหน่วยงานเข้ามาดูแลภาพลักษณ์ ส่วนรัฐบาลนี้ที่มีประเด็นเสียเยอะ แต่ก็มีอำนาจเยอะเช่นกัน เมื่อบวกกับโซเชียลที่แพร่หลายขึ้น จึงมีการใช้ไอโอเปลี่ยนไปตามแพลตฟอร์มของยุคสมัย

             กรณีถูกฝ่ายค้านแฉกระบวนการไอโอ ไม่ได้มีปัญหากับการทำงาน เพราะทุกอย่างนั้นถูกทำจนเป็นเรื่องปกติแล้ว และเมื่อผ่านรัฐบาลนี้ไป รัฐบาลหน้าก็มีไอโออยู่ดี ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่มี ทุกประเทศก็มีไอโอ

ความรู้สึกของคนที่ทำงานไอโอ


             สิ่งที่ทำในฐานะไอโอ มองว่าเป็นแค่งาน ในใจบางอย่างเห็นด้วย บางอย่างก็ไม่เห็นด้วย บางครั้งได้รับมอบหมายให้ทำคอนเทนต์ที่ในใจเขารู้อยู่แล้วว่ามันไม่จริง แต่ก็ต้องทำเพราะมันเป็นงาน ต้องมีความเป็นมืออาชีพ และตนเองก็มีพื้นที่ส่วนตัวที่บางทีก็โพสต์ด่ารัฐบาลเหมือนกัน

สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าไอโอ


             เรื่องที่น่ากังวลคือภาครัฐใช้หน่วยงานด้านยุติธรรมมาจัดการกับคนเห็นต่าง เช่น บางคนอาจจะมองว่ารัฐบาลทำใช้ชีวิตของเขาแย่ลง แต่ถูกตีความว่าเป็นการใส่ความสร้างข่าวปลอม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวกว่ามาก ดังนั้นสิ่งที่ควรกลัวนั้นไม่ใช่คนทำงานไอโอแต่คือบุคคลที่มีอำนาจ

             สุดท้ายนี้ แนะนำประชาชนว่าต้องรู้เท่าทันข้อมูลที่แท้จริง ต้องแยกให้ออกเพราะบางครั้งความจริงอาจจะไม่ได้มาจากฝั่งที่คุณถูกใจ มองว่าคนไทยนั้นมีภูมิคุ้มกันด้านการรับสื่อต่ำมาก เพราะมักจะใช้อารมณ์และความชื่นชอบในการตัดสิน ทุกคนมีสิทธิที่จะได้ข้อมูลที่ผิดได้ทั้งสิ้นไม่เว้นแม้แต่หน่วยงานรัฐ ดังนั้นก่อนจะเชื่ออะไรต้องหาข้อมูลก่อน รวมทั้งก่อนจะคอมเมนต์อะไรต้องใช้สติก่อนใช้อารมณ์

วรรณสิงห์ สัมภาษณ์ IO
ภาพจาก เถื่อนChannel



ขอบคุณข้อมูลจาก เถื่อนChannel
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สรุป วรรณสิงห์ สัมภาษณ์ IO ตัวจริง แฉรัฐทุ่มงบทั้งราชการ เอกชน วงการนี้ทำงานกันยังไง อัปเดตล่าสุด 16 กันยายน 2564 เวลา 12:24:08 17,318 อ่าน
TOP
x close