x close

ลูกปรึกษาดราม่า ใน พุธทอล์คพุธโทร ชอบใส่บิกินี่ - โนบรา แต่พ่อไม่ชอบใจ ถึงขั้นจะไล่ฆ่า


          ลูกสาวระบาย พ่อแม่ไม่เข้าใจการใส่บิกินี่ และโนบรา เดือดจนถึงขั้นจะถูกพ่อฆ่า งานนี้ 3 พิธีกรพุธทอล์คพุธโทร หาทางออกได้น่าสนใจว่า เรื่องนี้ควรจัดการอย่างไร

พุธทอล์คพุธโทร

          รายการพุธทอล์คพุธโทร เป็นอีกรายการหนึ่งที่คอยรับฟังปัญหาชีวิตของคนที่อยากจะโทรศัพท์มาระบาย เนื่องจากหาทางออกไม่ได้ ส่วนทางพิธีกรจะคอยรับฟัง ช่วยแนะนำวิธีการแก้ปัญหาให้ โดยเรื่องส่วนใหญ่ที่คนมักโทรศัพท์มานั้น มักเป็นเรื่องปัญหาความรักกับปัญหาในครอบครัว แต่ละเรื่องล้วนสะเทือนใจทั้งนั้น ดังเช่นเรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้ แม้ดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ก็เป็นปัญหาใหญ่

          วันที่ 8 ธันวาคม 2564 น้องโม นักศึกษาปีที่ 2 โทรศัพท์มาระบายกับปัญหาทัศนคติของคนในครอบครัวที่รุนแรงจนถึงขั้นพ่อจะฆ่า มีการถือมีดออกมาแล้ว แต่แม่ห้ามไว้ไม่ให้ทำ ซึ่งเรื่องที่พ่อไม่พอใจ นั่นคือ ไม่ชอบใจที่ลูกสาวสวมชุดบิกินี่ สวมชุดเปิดไหล่

          จุดเริ่มต้นของเรื่อง ครอบครัวนี้มีอยู่กัน 3-4 คน ได้แก่ พ่อ แม่ น้องโม และน้องสาว ซึ่งจู่ ๆ น้องสาวก็เอารูปดาราคนหนึ่งที่สวมบิกินี่ไปถามแม่ว่ารู้สึกยังไง แม่บอกว่า โอ้โห กล้าใส่ ถ้าคนอื่นใส่ไม่เท่าไร ถ้าเป็นลูกสาวใส่รับไม่ได้ เรื่องนี้ทำให้น้องโมสงสัยจนเกิดการถกเถียงว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมคนทั่วไปถึงใส่ไม่ได้

          คุณแม่บอกว่า "ดาราใส่เขาได้เงิน แต่คนธรรมดาใส่มันน่าเกลียด" คำตอบนี้ทำให้ลูกไม่พอใจ ส่วนคุณพ่อที่นั่งฟังอยู่ก็ไม่โอเค ก็เข้ามาผสมโรงอยู่ฝั่งแม่ ส่วนหนึ่งพ่ออาจจะไม่พอใจ และเป็นอารมณ์สะสมอยู่แล้วที่เคยเห็นลูกสาวอยู่บ้านสวมชุดโนบรา พอไปไล่ให้ใส่ชุดชั้นใน ลูกสาวก็ไม่ยอม บอกพ่อกลับว่า "ถึงหนูแต่งตัวแรด แต่ก็ไม่ได้ท้องกับใคร"

          กลับมาที่สถานการณ์ทะเลาะกันเรื่องชุดบิกินี่ ต่างฝ่ายต่างแสดงเหตุผลคนละฝั่งที่ไม่สามารถหาจุดร่วมได้ จนสุดท้ายพ่อได้ปาแก้วใส่ลูก พอลูกหนี ก็พยายามจะเอากรรไกรกับมีดอีโต้ไล่แทง จนแม่ต้องมาห้ามไว้ ตอนนั้นพ่อคลั่งมาก

          ทางพิธีกรถามถึงเรื่องในอดีตว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกพ่อทำร้ายร่างกายบ้างไหม น้องโมตอบว่า เคยถูกตบหน้า แต่ไม่ได้เอามาใส่ใจ ส่วนแม่ไม่ห้ามเลย เพราะมีแนวคิดแบบเดียวกัน ปล่อยให้พ่อจัดการ ซึ่งเวลาเกิดเรื่องแบบนี้ น้องโมมักจะไปนอนบ้านเพื่อน แต่ถ้าไปบ่อย ๆ ก็เกรงใจ ตอนนี้เลยอยู่บ้าน คุยกับแม่เพียงคนเดียว ไม่มองหน้าพ่อ

          ต่อมาทางพิธีกรถามว่า สิ่งที่น้องโมต้องการถามพวกพี่ ๆ คืออะไร น้องโมตอบว่า สิ่งที่ต้องการคือ จะทำยังไงให้พวกเขารับกับชุดบิกินี่ได้ และอยู่อย่างสันติ หนูสามารถเลิกเถียงได้ แต่หนูไม่สามารถเปลี่ยนการแต่งตัวของหนู (โนบรา) ได้

พุธทอล์คพุธโทร
ภาพจาก AtimeOnline

ความเห็นจากพิธีกร


          ต้นหอม ศกุนตาลา ให้ความเห็นว่า น้องโมมีสิทธิ์โนบราได้ แต่ในเมื่อคนในบ้าน (พ่อกับแม่) เขาไม่ได้อยากดูอะไรแบบนี้ มันก็เป็นการยั่วโมโหเขา ดังนั้นทางแก้คือ ก็ใส่ชุดชั้นในให้เขาไปเพื่อรักษาบรรยากาศการประนีประนอมเอาไว้ก่อน เพราะเรายังต้องขอเงินเขาเรียนอยู่ เรียนจบมาหางานทำได้ค่อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

          ส่วนเรื่องชุดบิกินี่หรือการแต่งตัวแบบวาบหวิว ค่อยไปจัดเต็มนอกบ้านเอา ยังไงเขาก็ไม่เห็นอยู่แล้ว

          นอกจากนี้ เรื่องคุณพ่อ ต้นหอมมองว่า คุณพ่ออาจจะเครียดมากจากเรื่องงานอยู่แล้ว เลยฟิวส์ขาดง่าย ฉะนั้นสิ่งที่ต้องระวังคือ ต้องดูแลสุขภาพท่านด้วย คนที่เครียดมาก ๆ บางทีอาจมีปัญหาเส้นเลือดในสมองแตก เกิดขึ้นแป๊บเดียวเสียชีวิตเลย ดังนั้น สิ่งที่อยากจะสรุปคือ รักษาบรรยากาศในบ้านก่อน ไม่ให้เขารับรู้เรื่องบิกินี่ แต่ถ้าเรียนจบแล้ว ยังมีปัญหาทำร้ายร่างกาย ให้ย้ายออกมาอยู่คนเดียว

          ขณะที่พี่เติ้ล พิธีกรอีกคนหนึ่ง เห็นด้วยกับต้นหอม และไม่เห็นด้วยกับประเด็นทำร้ายร่างกาย จึงถามน้องโมว่า น้องโมมีญาติหรือคุณครูที่สนิท ที่ไว้ใจได้ไหม เพราะอย่างน้อยเราไม่ควรอยู่เฉยเรื่องทำร้ายร่างกาย ลองปรึกษากัน ซึ่งน้องโมตอบว่า มี และเคยคุยกับพ่อแล้ว แต่ไม่สำเร็จ

          ด้วยเหตุนี้ทางพี่เติ้ลจึงแนะนำว่า ให้อยู่ไปก่อนจนกว่าจะเรียนจบ หลีกเลี่ยงการปะทะ

          ส่วนพี่เผือก ยอมรับว่า เข้าใจน้องโม ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องทัศนคติไม่ตรงกันของคนต่างยุคต่างสมัย ซึ่งพี่เผือกก็เคยเจอคุณพ่อดุเรื่องกางเกงขาใหญ่ เพราะพ่อกลัวว่าใส่ไปนอกบ้านจะโดนกระทืบ ทั้งที่ความจริงเขาใส่กันทั้งบ้านทั้งเมือง ส่วนผู้หญิงก็เจอปัญหาเรื่องสายเดี่ยว เอวลอย สมัยนั้นถือว่าโป๊มาก

          นอกจากนี้ สมัยนี้เทรนด์ความคิดทุกอย่างเปลี่ยนไปไว อย่างกระแสโนบราก็เพิ่งมาราว 2-3 ปี ส่วนเรื่องบิกินี่ทะเลาะกันทั้งชีวิต ขนาดบิกินี่ยังทะเลาะกัน แล้วโนบราจะเหลือเหรอ ฉะนั้นทางออกคือ ถ้าคุยกับคนต่างวัย อย่าใช้วิธีการหัก หรือเราต้องยอมรับว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนความคิดเขาได้

          พี่เผือก ยังเสริมอีกว่า ตอนนี้พี่มีลูกชายอยู่คนหนึ่ง แต่ในใจพี่ก็กลัวว่า ในอนาคต เราในฐานะพ่อแม่ จะยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นได้ไหมวะ เราจะกลายเป็นพ่อแม่ในแบบที่เขาไม่ชอบหรือไม่ เราจะตกยุคไหม พี่เองก็ไม่ชัวร์ตัวเอง

          ส่วนเรื่องการทำร้ายร่างกาย น้องโมควรเรียนจบและรีบย้ายออกมาให้เร็วที่สุด






เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ลูกปรึกษาดราม่า ใน พุธทอล์คพุธโทร ชอบใส่บิกินี่ - โนบรา แต่พ่อไม่ชอบใจ ถึงขั้นจะไล่ฆ่า อัปเดตล่าสุด 8 ธันวาคม 2564 เวลา 10:36:24 9,982 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP