สาวแชร์ความประทับใจ เจอแท็กซี่ดี ๆ ในวันที่แย่ ช่วยทำเรื่องซึ้งปลอบใจ แต่กลับกลายเป็นชาวเน็ตดราม่า ถามใจดีหรืออะไร..

ภาพจาก TikTok@Jstkilz
ในช่วงเวลาที่แย่ หลายคนอยากมีใครสักคนที่ช่วยปลอบใจหรืออยู่เคียงข้าง
และในบางครั้งเราอาจจะได้รับน้ำใจหยิบยื่นมาให้จากคนที่ไม่รู้จักกัน
จนทำให้วันที่เลวร้ายนั้น กลายเป็นวันที่ดีขึ้นมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
เช่นเดียวกับหญิงสาวรายนี้ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 เว็บไซต์เอเชียวัน เผยว่า ผู้ใช้บัญชี TikTok@Jstkilz ได้แชร์คลิปวิดีโอเล่าความประทับใจ ภายหลังจากที่เธอได้ใช้บริการ GrabHitch บริการแชร์รถแท็กซี่สำหรับคนที่จะเดินทางไปในเส้นทางเดียวกัน ในขณะที่เธอเกิดอาการสติแตก มีภาวะเครียดทางจิตใจอย่างรุนแรง จนร้องไห้ออกมาอย่างหนักไม่หยุด
เช่นเดียวกับหญิงสาวรายนี้ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 เว็บไซต์เอเชียวัน เผยว่า ผู้ใช้บัญชี TikTok@Jstkilz ได้แชร์คลิปวิดีโอเล่าความประทับใจ ภายหลังจากที่เธอได้ใช้บริการ GrabHitch บริการแชร์รถแท็กซี่สำหรับคนที่จะเดินทางไปในเส้นทางเดียวกัน ในขณะที่เธอเกิดอาการสติแตก มีภาวะเครียดทางจิตใจอย่างรุนแรง จนร้องไห้ออกมาอย่างหนักไม่หยุด
ทางคนขับรถ ซึ่งเธอเรียกชื่อย่อเขาว่า เจ จึงตัดสินใจพาเธอไปที่ร้านคาเฟ่ Dempsey เพื่อกินอาหารและให้จิตใจสงบลง เนื่องจากเขารู้สึกไม่ดีที่เห็นเธอเป็นเช่นนั้น เหตุการณ์นี้ทำให้เธอประทับใจ เธอรู้สึกขอบคุณเขามาก ๆ พร้อมทั้งยังเรียกเขาว่าเป็น "เพื่อนแท้" ด้วย

ภาพจาก TikTok@Jstkilz
ภายหลังจากคลิปวิดีโอของเธอถูกแชร์ไปในโซเชียลมีเดีย ก็ได้รับความสนใจจากผู้คน บางส่วนเข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่นชมคนขับแท็กซี่รายนี้ กล่าวว่า "การกระทำของเขาน่ารักมาก เขาสมควรได้รับโล่รางวัล" อย่างไรก็ตาม มีอีกส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์ ชี้ว่าการที่หญิงสาวได้รับความช่วยเหลือเช่นนี้ เป็นเพราะรูปลักษณ์ภายนอกของเธอ

ภาพจาก TikTok@Jstkilz
"คุณสวยไง ฉันคิดว่าใครก็คงทำเช่นนั้น"
"ถ้าเป็นฉันอยู่ดี ๆ ไปร้องไห้บนรถแบบนั้น คนขับคงขอให้ฉันลงจากรถแล้วยกเลิกการเดินทาง"
"คนขับคงจะส่งฉันไปที่สถานบำบัดจิต แทนที่จะพาไปคาเฟ่"
นอกจากนี้ยังมีคอมเมนต์บางส่วนเชื่อว่า คนขับรถมีแรงจูงใจอื่นนอกเหนือจากความเมตตาใจดีธรรมดา อาจจะเพราะว่าเขากำลังหาโอกาสที่เหมาะสมอยู่ "ฉันคิดว่านั่นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่เขาอยากจะพูดว่า ผมรู้ว่าคุณเสียใจนะ แต่ผมขอรู้จักคุณได้ไหม"
ติดตามอ่าน ข่าวต่างประเทศ ที่น่าสนใจได้ที่นี่
ขอบคุณข้อมูลจาก asiaone.com