ยายอุ้มแมวขึ้นโรงพัก ถูกเพื่อนบ้านแจ้งความอึใส่แปลงผัก เครียดจัด ย้ายกลับบ้านนอก

          ยายอุ้มแมวขึ้นโรงพัก ถูกเพื่อนบ้านแจ้งความเพราะเจ้าสีเงินอึใส่แปลงผัก ก่อกวน ยายเผยถ้าโดนจับก็จะโดนด้วยกัน รักเหมือนลูก เครียดจัด เก็บของเตรียมย้ายกลับบ้านนอก


          จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก มะลิ กะปิ โพสต์เรื่องราวของแมวน้อย เจ้าสีเงิน ถูกแจ้งจับข้อหาอึใส่แปลงผักเพื่อนบ้าน โดยเรื่องราวที่เกิดขึ้น บ้านของทั่งคู่อยู่ติดกัน (ทาวน์เฮ้าส์) แต่ไม่ถูกกัน เมื่อบ้านของเจ้าของแมว เจ้าสีเงิน มาแจ้งความบ้านปลูกต้นไม้และแปลงผัก เรื่องปลูกผักล้ำมาบริเวณบ้านเจ้าของแมว เช้าวันต่อมาบ้านแปลงผักก็เลยมาแจ้งบ้าง แจ้งเรื่องรถขวางทางเข้า-ออก แต่เป็นทางส่วนบุคคล ตำรวจไม่มีอำนาจ บ้านแปลงผักจึงเปลี่ยนเป็นแจ้งความกรณีแมวไปขี้ใส่แปลงผักที่ปลูกไว้ โดยมีภาพถ่ายเป็นหลักฐาน


          จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญบ้านเจ้าของแมวมาโรงพัก โดยเจ้าของแมงชื่อคุณยายสมบัติ ยอมรับว่า เป็นแมวของตนจริงๆ โดยคุณยายอุ้มกอดแมวไว้ตลอด ซึ่งบ้านแปลงผักเรียกค่าเสียหาย 500 บาท คุณยายบอกไม่มี ยอมให้ติดคุก สารวัตรจึงบอกขำๆ ว่า "จะติดคุกได้ไง ป้าไม่ใช่ผู้ต้องหา แมวต่างหากที่เป็นผู้ต้องหา" ยายจึงบอกต่ออีกว่า "งั้นเอาแมวเข้าคุกเลย จะมาอยู่กับแมวด้วย ล่ามฉันไว้กับแมวได้เลย" ในที่สุดก็ไกล่เกลี่ยจบ คุณยายรับปากจะไม่ปล่อยแมวไปขี้ใส่ผักอีก โดยลงบันทึกประจำวันไว้ทั้งสองบ้าน


          วันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ข่าวช่อง 3 รายงานว่า ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.คลองจิก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่า บ้านของทั้งคู่อยู่ติดกันและบริเวณท้ายซอยเป็นทางตัน โดยคุณยายสมบัติ คุ้มผล อายุ 83 ปี เจ้าของแมวเจ้าสีเงิน เพศผู้วัย 8 ปี ได้ใช้เชือกสีแดงล่ามขาเจ้าสีเงินผูกไว้กับโต๊ะ เพื่อไม่ให้ออกไปวิ่งเล่นเพ่นพ่าน


          คุณยาย เปิดเผยว่า ยายพักอาศัยอยู่กับลูกสาวที่บ้านมา 7-8 ปี ยายมีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้ ช่วงเวลากลางวันจึงอาศัยออกมาอยู่บริเวณเพิงพัก นอกบ้าน ซึ่งเพิงพักอยู่บนที่ดินของผู้ใจบุญรายหนึ่งที่อนุญาตให้ ยายอาศัยอยู่ได้ แต่เมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมา เพื่อนบ้านคนใหม่ได้ซื้อบ้านและย้ายเข้ามาอยู่ เพื่อนบ้านให้ยายรื้อเพิงพักออก ไม่ให้ยายมาอยู่ตรงนี้ แต่ยายก็บอกไปว่า เจ้าของที่ดินให้ยายอยู่ได้ ยายเลี้ยงแมวไว้หนึ่งตัวเปรียบเสมือนลูก สาเหตุที่เป็นเรื่องกันเพราะแมวของตนไปปีนป่ายหลังคารถยนต์เพื่อนบ้าน เพื่อนบ้านจึงมาแนะนำให้ยายเลี้ยงแมวแบบระบบปิด เพื่อไม่ให้แมวออกมาก่อกวนด้านนอก ยายก็ล่ามแมวไว้ตลอด แต่บางครั้งมันก็หลุดออกไป ทำให้เพื่อนบ้านมาต่อว่าด่าทอ


          ต่อมายายจึงไปแจ้งความกับตำรวจ วันรุ่งขึ้นบ้านคู่กรณีจึงได้เดินทางไปแจ้งความกลับกับตนบ้าง และไม่คิดว่าเจ้าสีเงินจะทำเรื่องให้ตนถึงต้องขึ้นโรงพัก ขนาดลูกแท้ ๆ ยังไม่เคยทำ ยายยอมรับว่าเจ้าสีเงินหลุดออกไปขุดต้นไม้และขี้ในแปลงผักของเพื่อนบ้านจริง ตนก็รู้สึกตกใจเมื่อตำรวจเชิญไปโรงพัก เลยอุ้มเจ้าสีเงินไปในฐานะผู้ต้องหา พร้อมยอมรับว่าเจ้าสีเงินเข้าไปขุดคุ้ยและฉี่ อึ ใส่ต้นไม้ของเพื่อนบ้านจริง ตำรวจจะเอายังไงก็เอา แต่ยายไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ 500 ทุกวันนี้ใช้เงินเบี้ยเลี้ยงคนชราเดือนละ 700 บาท ประทังชีวิต ถ้าอยากจับก็ให้จับเจ้าสีเงินติดคุกได้เลย เพราะมันเป็นตัวก่อเหตุ และยายยอมติดคุกกับมันด้วย เพราะรักมันเหมือนลูก

          อย่างไรก็ตามตำรวจพยายามไกล่เกลี่ย เจ้าของสวนผักก็ไม่ได้เอาความอะไร แต่หากมีเรื่องแบบนี้ก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว ยายเก็บข้าวของเตรียมตัวย้ายกลับไปอยู่บ้านนอก (จ.ยโสธร) และพาเจ้าสีเงินย้ายกลับไปอยู่ด้วย ยายต้องย้ายกลับไปอยู่คนเดียว โดยมีโรคประจำตัว ลิ้นหัวใจรั่ว สาเหตุที่ตัดสินใจย้ายเนื่องจากเพื่อนบ้านกดดัน ด่าทอ และไล่ตลอดเวลา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่อง 3

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ยายอุ้มแมวขึ้นโรงพัก ถูกเพื่อนบ้านแจ้งความอึใส่แปลงผัก เครียดจัด ย้ายกลับบ้านนอก อัปเดตล่าสุด 4 กรกฎาคม 2565 เวลา 18:50:10 8,751 อ่าน
TOP
x close