x close

ไล่เรียงต้นจนจบ ดาราไต้หวัน VS ตำรวจไทย จากไถเงินสู่การดิสเครดิตสาว สอบสวนจนจำนน


          ไล่เรียงต้นจนจบ ดาราสาวไต้หวัน ออกมาแฉตำรวจไทย โดนไถเงิน 27,000 บาท แต่ไป ๆ มา ๆ กลับโดนดิสเครดิต หาว่าเมา มีกล้องหมดทุกที่ ถือบุหรี่ไฟฟ้า แต่กลับไม่มีกล้องหน้าสถานทูตว่าโดนไถเงินจริงไหม สุดท้ายอ้างคลิปโดนลบ จนจำนนด้วยหลักฐาน

สรุปดราม่า ดาราสาวไต้หวัน ตำรวจไทย
ภาพจาก Instagram charlene_an517

          จากกรณีข่าวดังเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กับเรื่องราวของ อันยู่ชิง ดาราสาวชาวไต้หวัน ที่มาเที่ยวเมืองไทยเมื่อช่วงปีใหม่ แต่กลับถูกไถเงินเมื่อมาเจอด่าน และเอาเรื่องนี้มาโพสต์ในไอจีส่วนตัว นำไปสู่การเปิดโปงความฉาว จนกลายเป็นเรื่องราวที่คนตามไม่หยุด วันนี้ 31 มกราคม 2566 กระปุกดอทคอม จะมาไล่เรียงเรื่องนี้ให้ทราบกันอีกที

อันยู่ชิง มาเที่ยวไทย ขับไปเจอด่าน อ้างโดนตำรวจไถเงิน 27,000 จำหน้าตำรวจเลวได้จนวันตาย


          อันยู่ชิง หรือ ชาร์ลีน อัน ได้ออกมาโพสต์และให้สัมภาษณ์กับสื่อ หลังจากที่เธอมาเที่ยวที่ กทม. เมื่อช่วงวันที่ 4 มกราคม 2566 เธอและเพื่อนกำลังจะกลับที่พักที่โรงแรม ก็โดนตำรวจตั้งด่านจับบริเวณหน้าสถานทูตจีน เธอถูกค้นตัวจนรู้สึกเหมือนโดนลักพาตัว ตำรวจถามหน้าหนังสือเดินทาง วีซ่า ซึ่งเธอในฐานะคนไต้หวัน ได้ขอ Visa on arrival เข้าไทยอย่างถูกต้อง แต่ตำรวจกลับบอกว่า ไม่รับรอง Visa on arrival ต้องเป็นวีซ่าที่สถานทูตปั๊มให้เท่านั้น พอเมื่อยจะคุยเธอก็นั่งลงกับพื้น ตำรวจก็ไม่ให้นั่ง และขู่ว่าจะพาไปโรงพัก เธอก็บอกว่าจะไปก็ไป แต่กลายเป็นตำรวจบอกว่าไม่ให้ไป เพื่อนของเธอก็เลยอัดคลิปเอาไว้ และจะโทร. ขอความช่วยเหลือก็ทำไม่ได้ ตำรวจสั่งให้ลบคลิป

          สุดท้าย เมื่อคุยกันนานมาก ตกลงกันไม่ได้ ตำรวจก็เรียกค่าปรับเธอที่ 27,000 บาท และหลังจากนั้นเธอก็เรียกแท็กซี่กลับโรงแรม "ฉันจะจำไปจนวันตาย ใบหน้าของตำรวจเลว"


คนขับแกร็บออกตัว อันยูชิงเมาหนัก จะเชื่อคนเมาหรือคนไม่เมา พอถามหาไฟล์ อ๋อ...ลบไปแล้ว


          เรื่องนี้กลายเป็นข่าวดังยุ่งเหยิงขึ้นมาอีก เมื่อมีคนขับแกร็บที่อ้างว่าเป็นรถที่อันยู่ชิงเรียกใช้ ได้ออกมาเล่าว่า ตนคือคนที่ขับแกร็บให้กับอันยู่ชิงในวันนั้น เป็นการรับเธอและเพื่อนจากสถานบันเทิงย่าน RCA ไปส่งที่ห้วยขวาง มีชาย 3 คนหญิง 1 คน และหนึ่งในผู้ชายก็ตวาด ขึ้นรถมาปุ๊บมีกลิ่นแอลกอฮอล์หึ่ง ผู้หญิงก็เมา เอะอะโวยวาย จนมาเจอด่านที่หน้าสถานทูตจีน ตำรวจก็ขอเช็กผู้โดยสาร และทางผู้หญิงก็แสดงอาการไม่พอใจอย่างชัดเจน

          ระหว่างที่ค้น ก็พบว่าผู้หญิงออกอาการโวยวาย พูดภาษาจีนปนภาษาไทยใส่ตำรวจ ตำรวจก็ไม่ได้ว่าอะไร และชายที่พูดไทยได้ก็มาหาตน และให้เงิน 80 บาท และบอกให้ไป ระหว่างที่ค้นนั้นก็ไม่เจอความผิดปกติใด ๆ จนกระทั่งเป็นข่าว ตนก็จำอันยู่ชิงได้ และตำรวจก็เรียกมาให้ความร่วมมือ มองว่าอันยู่ชิงทำเกินไป ภาพพจน์เมืองไทยเสีย และที่เธอบอกว่าไม่ได้ดื่มนั้น ไม่ใช่เรื่องจริง เธอดื่มและเมา 100% ให้สังคมตัดสินว่า จะเชื่อคนเมาหรือคนไม่เมา ส่วนกล้องหน้ารถตนก็มี แต่ลบไฟล์ไปแล้ว


อันยู่ชิงไม่ยอม อ้างโดนตำรวจใส่ร้าย จำหน้าได้ใครทำอะไร สู่กระบวนการดิสเครดิต มีภาพทุกที่ที่ไป-บุหรี่ไฟฟ้าในมือ


          เจอแบบนี้ อันยู่ชิงจึงโพสต์ข้อความว่า เธอไม่ได้ดื่ม ตำรวจพยายามเบี่ยงประเด็นเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง และป้ายความผิดให้เธอ ให้เธอไปชี้ตัวตำรวจก็ได้ และให้เอาภาพกล้องวงจรปิดออกมาดูชัด ๆ พร้อมกับที่มีสื่อและตำรวจไทยไปติดต่อขอคุย แต่เธอยืนยันว่าจะไม่คุย จะคุยแค่กับตำรวจสากลและสื่อไต้หวันเท่านั้น

          เมื่อถูกท้าให้เอากล้องวงจรปิดออกมา ก็พบว่าทางตำรวจได้ส่งภาพจากกล้องวงจรปิดให้สื่อ แต่เป็นภาพตั้งแต่ที่เธอไปผับย่านมักกะสัน ขับมาถึงด่านตรวจ รถแกร็บขับออกจากด่าน และการเรียกรถแท็กซี่คันใหม่ พร้อมกับที่เพจดังเกี่ยวกับตำรวจ ได้บอกว่า เมื่อตำรวจยัดเงินไปแล้วก็เอาบุหรี่ไฟฟ้ามาให้ถือ เป็นการยัดหลักฐาน แต่กลายเป็นว่ามีภาพเธอที่ถือบุหรี่ไฟฟ้าไปที่ลิฟต์ มือขวากดมือถือ มือซ้ายถือบุหรี่ไฟฟ้า จะบอกว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ของเธอ ไม่น่าจะเป็นความจริง นอกจากนี้ ยังมีภาพของเธอที่หลังจากเกิดเหตุ ไปเที่ยวตลาดห้วยขวาง และตั้งข้อสังเกตว่า โดนไถเงินเสร็จยังมีอารมณ์มาตลาดห้วยขวางอีกหรือ และกระเป๋าที่สะพาย พอยัดเงิน 27,000 บาทหรือไม่


พบมีคลิปทุกที่ ยกเว้นที่ด่าน จำนนด้วยการสอบสวน ไถเงิน 27,000 จริง เสร็จแล้วแบ่งกันตรงนั้นเลย


          อย่างไรก็ตาม หลายคนเริ่มสงสัยว่า นี่คือกระบวนการดิสเครดิตอันยู่ชิงหรือไม่ ที่มีการขุดพบว่า มีรูปเธอไปทุกที่ มีวงจรปิดของเธอทุกแห่ง แต่กลายเป็นว่าภาพวงจรปิดตรงด่านตรวจ กล้องบอดี้แคม กล้องที่ติดบนหมวกของตำรวจ ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าสถานทูตจีนซึ่งเป็นสถานที่สำคัญ กลับไม่มี และพบว่าภาพจุดนี้ "โดนลบ" ไปหมดแล้ว

          จนกระทั่งนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้ออกมาขู่ว่า ให้ตำรวจออกมารับสารภาพ เพราะตนมีคลิปการเรียกเงิน จนกระทั่งทางตำรวจได้ออกมายอมรับว่า มีการเรียกเงินจริง ๆ

          โดยที่ตำรวจเผยว่า จากการสอบปากคำตำรวจแต่ละนาย ให้การรับสารภาพว่า วันดังกล่าวมีการเรียกเงินจากนักท่องเที่ยวจริง เมื่อได้เงินมา ก็เอามาแบ่งกันตรงนั้น ส่วนที่เป็นเงิน 27,000 บาท ชาวสิงคโปร์เป็นคนจ่ายเงินให้ตำรวจ แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี และที่เป็นเงิน 27,000 บาท เพราะมีเงินอยู่แค่นั้น ส่วนที่พยายามปกปิดข้อมูล ไม่ออกมายอมรับความจริงตั้งแต่แรก เพราะคิดว่าผู้เสียหายคือคนต่างชาติ และไม่มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด

สรุปดราม่า ดาราสาวไต้หวัน ตำรวจไทย
ภาพจาก Instagram charlene_an517

กระจ่างบุหรี่ไฟฟ้า ตรวจเจอแต่ไม่ยึด แต่จะเอาเงินแทน - เด้ง ผกก. ห้วยขวางเข้ากรุ


          อย่างไรก็ตาม ตำรวจยืนยันว่า ไม่มีการสั่งให้ลบภาพแต่อย่างใด ส่วนกล้องบนหมวกนั้น ไฟล์ลบเองอัตโนมัติหรือถูกลบ ได้ถูกส่งไปให้ตรวจสอบแล้ว โดยภาพในกล้อวงจรปิดที่ด่าน พบว่ามีตำรวจ 2 นายที่ใกล้ชิดกับกลุ่มนักท่องเที่ยวมาก แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการกระทำผิดจริงหรือไม่ และในขณะเกิดเหตุ มีตำรวจ 1 นายที่ไม่ได้เข้าเวร แต่มาเข้าที่ด่านอีกด้วย

          ในเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้านั้น พบว่า นักท่องเที่ยวครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าจริง ซึ่งผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร แต่เจ้าหน้าที่ที่พบกลับไม่ได้ตรวจยึดเป็นของกลาง ตรวจสอบ และดำเนินคดี แต่กลับให้นักท่องเที่ยวออกจากจุดตรวจไป ซึ่งกรณีนี้เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ม.157 และได้มีการสั่งการให้ดำเนินการทางวินัยและอาญากับตำรวจหลายราย

          สุดท้าย ทาง ผบ.ตร. ได้สั่งให้ พ.ต.อ. ยิ่งยศ สุวรรณโน ผู้กำกับ สน.ห้วยขวาง ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล เนื่องจากมีความสงสัยว่า บกพร้อมต่อหน้าที่ กระทำผิดวินัย หากปฏิบัติงานที่เดิมอาจเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน และอาจยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานจนเกิดความเสียหายได้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ไล่เรียงต้นจนจบ ดาราไต้หวัน VS ตำรวจไทย จากไถเงินสู่การดิสเครดิตสาว สอบสวนจนจำนน อัปเดตล่าสุด 31 มกราคม 2566 เวลา 16:07:53 11,213 อ่าน
TOP