เปิด 10 อันดับแรก เจ้าสัวที่รวยที่สุดในประเทศไทย อันดับ 1 เปลี่ยนมือในรอบเกือบ 10 ปี พร้อมสาเหตุสำคัญ และข้อสรุปทำไมเจ้าสัวไทยส่วนใหญ่ทรัพย์สินน้อยลง
วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 นิตยสารฟอร์บ ไทยแลนด์ มีการเปิดเผย 10 อันดับ มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2024 หรือ พ.ศ. 2567 ซึ่งผลการจัดอันดับมีดังนี้
สำหรับความเปลี่ยนแปลงสำคัญในการจัดอันดับครั้งนี้ คือ อันดับ 1
เปลี่ยนมือจากกลุ่มพี่น้องเจียรวนนท์ หรือกลุ่มธุรกิจเจริญโภคภัณฑ์
ในรอบเกือบ 10 ปี มาเป็นนายเฉลิม อยู่วิทยาและครอบครัว
เนื่องจากหุ้นหนึ่งในบริษัท Ping An Insurance ของจีนมีมูลค่าลดลง
ทำให้รายได้จาก 3.4 หมื่นดอลลาร์เหลือเพียง 2.9 หมื่นดอลลาร์
ขณะเดียวกัน มหาเศรษฐีรายอื่น ๆ เช่น นายเจริญ สิริวัฒนภักดี, ตระกูลจิราธิวัฒน์ และนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ทั้งหมดล้วนมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในนักลงทุน รวมถึงทำให้ดัชนีหุ้นอ้างอิงละลง 15% นับตั้งแต่ปีที่แล้ว ต่อเนื่องไปถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอีกด้วย
ภาพจาก cpall
ภาพจาก assetworldcorp-th.com
ภาพจาก centara
ภาพจาก gulf
ภาพจาก cristiano barni / Shutterstock.com
วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 นิตยสารฟอร์บ ไทยแลนด์ มีการเปิดเผย 10 อันดับ มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2024 หรือ พ.ศ. 2567 ซึ่งผลการจัดอันดับมีดังนี้
1. เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว 1.32 ล้านล้านบาท (ธุรกิจเครื่องดื่ม กระทิงแดง & Red Bull)
2. พี่น้องเจียรวนนท์ 1.06 ล้านล้านบาท (ธุรกิจอาหาร กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ CP)
3. เจริญ สิริวัฒนภักดี 3.67 แสนล้านบาท (ธุรกิจเครื่องดื่ม Thaibev เบียร์ช้าง)
4. ครอบครัวจิราธิวัฒน์ 3.64 แสนล้านบาท (เจ้าของห้างสรรพสินค้า กลุ่มเซ็นทรัล)
5. สารัชถ์ รัตนาวะดี 3.38 แสนล้านบาท (ธุรกิจพลังงาน CEO GULF)
6. ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ 1.39 แสนล้านบาท (ธุรกิจการแพทย์ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส)
7. อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และครอบครัว 1.32 แสนล้านบาท (ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี และ CEO คิง เพาเวอร์)
8. วานิช ไชยวรรณ 1.21 แสนล้านบาท (ธุรกิจ ไทยประกันชีวิต)
9. ครอบครัวโอสถานุเคราะห์ 8.10 หมื่นล้านบาท (บริษัทโอสถสภา)
10. ประยุทธ มหากิจศิริ 7.91 หมื่นล้านบาท (เจ้าของโรงงานผลิตและจำหน่ายเนสกาแฟ)
ขณะเดียวกัน มหาเศรษฐีรายอื่น ๆ เช่น นายเจริญ สิริวัฒนภักดี, ตระกูลจิราธิวัฒน์ และนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ทั้งหมดล้วนมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในนักลงทุน รวมถึงทำให้ดัชนีหุ้นอ้างอิงละลง 15% นับตั้งแต่ปีที่แล้ว ต่อเนื่องไปถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอีกด้วย
หมายเหตุ : แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 17.51 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2567
ภาพจาก cpall
ภาพจาก assetworldcorp-th.com
ภาพจาก gulf
ภาพจาก cristiano barni / Shutterstock.com
ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสารฟอร์บ ไทยแลนด์