กรมอุทยานฯ เผยข่าวดี ค้นพบ หูเสือใบขน" พรรณไม้หายากบนหน้าผาหินปูนอ่าวพังงาและเขาสก หลังหายสาบสูญไปนานกว่า 130 ปี

ภาพจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
วันที่ 2 มกราคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยข่าวดีด้านการอนุรักษ์พรรณไม้ระดับโลก
หลังทีมนักวิจัยค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่เคยคาดว่าสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้วนานกว่า 130 ปี
โดยพบประชากรอีกครั้งในพื้นที่ระบบนิเวศเขาหินปูนในจังหวัดพังงาและสุราษฎร์ธานี
หูเสือใบขน หรือชื่อพฤกษศาสตร์ปัจจุบันคือ Coleus tomentifolius (Suddee) Suddee ถูกสำรวจพบครั้งแรกโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ (Mr. Curtis) ตั้งแต่ปี 2439 ในพื้นที่จังหวัดพังงา แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา กลับไม่มีรายงานการพบเห็นพืชชนิดนี้ในธรรมชาติอีกเลย จนกระทั่งปี 2547 ได้มีการตีพิมพ์ชื่อพรรณไม้ชนิดนี้เป็นพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลกโดยบรรยายลักษณะจากตัวอย่างแห้งเพียงชิ้นเดียวที่ถูกเก็บรักษาไว้ในหอพรรณไม้ประเทศสิงคโปร์เท่านั้น

ภาพจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ในการสำรวจครั้งนี้ ทีมวิจัยได้พบกับพืชพุ่มขนาดเล็กเกาะอยู่บนหน้าผาสูงชันซึ่งยากต่อการเข้าถึง จนต้องใช้ไม้สอยเพื่อนำตัวอย่างมาตรวจสอบอย่างละเอียด ผลปรากฏว่าเป็น "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่นักพฤกษศาสตร์ทั่วโลกตามหามานานนับศตวรรษ
การค้นพบดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันว่า "หูเสือใบขน" ยังไม่สูญพันธุ์ไปจากโลก แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศเขาหินปูนในประเทศไทย โดยกรมอุทยานฯ เตรียมวางแผนศึกษาวิจัยต่อยอด ทั้งในด้านการอนุรักษ์ การขยายพันธุ์ และการศึกษาคุณประโยชน์เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องน่ายินดีของวงการพฤกษศาสตร์ไทย แต่ยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนศึกษาวิจัยเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยันที่จะเดินหน้าสำรวจและคุ้มครองถิ่นที่อยู่อาศัยของพรรณไม้หายากเหล่านี้ เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของไทยให้คงอยู่สืบไป

ภาพจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช






