พ่อร่ำไห้ เป็นสัปเหร่อมาทั้งชีวิต ไม่คิดต้องมารับศพลูกสาวตัวเอง เผยลางสังหรณ์ก่อนเกิดเหตุ ฝันว่าลูกชวนขึ้นรถที่ไม่มีล้อ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Fire & Rescue Thailand
วันที่ 15 มกราคม 2569 ข่าวช่องวัน เผยเรื่องราวบีบหัวใจ จากครอบครัวของผู้เสียชีวิตเหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟ ในพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา ช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว เมื่อพ่อซึ่งทำงานเป็นสัปเหร่อหมู่บ้านมาทั้งชีวิต กลับต้องเดินทางมารับศพลูกสาวของตัวเอง
โดย นายบุญยืน อายุ 71 ปี พ่อของนางสาวอริชา ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ลูกสาวคนนี้เป็นลูกคนเล็ก ตนรักมากและยังเป็นเสาหลักของครอบครัว วันนี้ตนเดินทางมาเพื่อรับร่างลูกสาวกลับบ้าน
เดิมลูกสาวเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อจะไปงานเผาศพที่ จ.ศรีสะเกษ แต่กลับไปไม่ถึง ซึ่งระหว่างเดินทางลูกสาวมีการติดต่อมาหาตลอด มีการส่งรูปภาพให้ดู และยังโทร. หากัน ก่อนที่จะติดต่อลูกสาวไม่ได้

ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
จากนั้นจึงทราบว่ามีเหตุการณ์เครนหล่นทับรถไฟ ซึ่งเป็นขบวนที่ลูกสาวเดินทาง โดยลูกสาวอยู่ตู้โดยสารคันที่ 3 ตนรู้ทันทีว่าลูกน่าจะได้รับอันตราย เพราะตู้สุดท้ายเป็นตู้ที่อันตรายมาก
นายบุญยืน กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกทรมานใจมาก ตนเป็นสัปเหร่อมานานกว่า 60 ปี เก็บศพมากว่า 1,000 ศพ ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องเดินทางมารับร่าง หรือเก็บศพลูกสาวตัวเอง ทั้งนี้ พ่อก็ได้แต่หวังว่าลูกสาวจะไปสู่ภพภูมิที่ดี
![พ่อเหยื่อ เครนถล่มทับรถไฟ พ่อเหยื่อ เครนถล่มทับรถไฟ]()

ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
พร้อมกันนั้นยังเผยว่ามีลางสังหรณ์ก่อนเกิดเหตุ โดยวันนั้นที่ลูกออกจากกรุงเทพฯ หลังจากลูกบอกว่าจะขึ้นรถคันไหน ตนก็ฝันเห็นว่ามันจะมีรถวิ่งมา คล้าย ๆ รถไฟ แล้วมันไม่มีล้อ ลูกยังถามว่าพ่อขึ้นไหม ตนก็บอกลูกว่าไม่ขึ้นหรอก ไปเถอะ ตนเลยคิดว่าครั้งนี้แน่นอน
เมื่อคืนที่ผ่านมาตนไปนอนอยู่โนนสูง ก็ยังรู้สึกเหมือนลูกสาวมาเคาะประตู ตนก็บอกลูกไปว่า ลูกเอ๊ย ยังกลับบ้านไม่ได้ เดี๋ยวสว่างแล้วพ่อจะพากลับบ้าน เขาก็หายไปและไม่นานก็มาอีก

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Fire & Rescue Thailand
ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่องวัน, เรื่องเล่าเช้านี้






