คดีแปลกชวนอึ้ง โจรขโมยทองไปขาย เจอร้านทองแสบกว่าที่คิด โจรกลายเป็นเหยื่อโดนหลอกอีกที จุดจบไม่รอดโดนจับทั้งคู่
![โจรขโมยทองไปขาย โจรขโมยทองไปขาย]()
ภาพจาก Weibo
ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นเผยว่า มีหญิงผู้เสียหายรายหนึ่งซึ่งอาศัยในพื้นที่ได้เข้าแจ้งความว่า เครื่องประดับทองคำของเธอหายไปจากบ้านหลายชิ้น ได้แก่ สร้อยข้อมือ สร้อยคอ และเครื่องประดับอื่น ๆ รวมน้ำหนักประมาณ 27 กรัม มูลค่า 28,000 หยวน (ราว 126,000 บาท) ทางหน่วยสืบสวนอาชญากรรมจึงดำเนินการสอบสวนทันที ก่อนจะสามารถจับกุมหัวขโมยได้ภายใน 2 ชั่วโมง
![โจรขโมยทองไปขาย โจรขโมยทองไปขาย]()
ภาพจาก Weibo
คดีนี้เหมือนจะถูกปิดลงได้สำเร็จ หลังจากตำรวจจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้ แต่ภายหลังจากเจ้าหน้าที่พยายามติดตามของที่ถูกขโมยไป ทำให้พวกเขาได้พบว่า จำนวนเงินทั้งหมดที่เฉินได้รับจากการขายทองคำนั้นน้อยกว่ามูลค่าที่แท้จริงของเครื่องประดับทองคำหนัก 27 กรัมอย่างมาก
ทางเจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบที่ร้านทองดังกล่าว ก่อนที่จะได้พบ "การโกงซ้ำซ้อน" อย่างที่คาดไม่ถึง
เจ้าหน้าที่พบว่าร้านทองใช้เทคนิค "ตาชั่งผี" โดยใช้รีโมตคอนโทรลดัดแปลงแก้ไขข้อมูลบนเครื่องชั่งอิเล็กทรอนิกส์จากระยะไกล ในระหว่างที่กำลังดำเนินการซื้อ-ขายทองคำจากนายเฉิน และทำเช่นนี้ทั้ง 3 ครั้ง จนสามารถโกงน้ำหนักทองคำไปได้ถึง 11 กรัม ได้เงินไปประมาณ 10,000 หยวน (ราว 45,000 บาท)
![โจรขโมยทองไปขาย โจรขโมยทองไปขาย]()
ภาพจาก Weibo
เรื่องราวนี้กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตกตะลึงให้กับผู้คน หลายคนรู้สึกประหลาดใจ กลายเป็นเรื่องตลกร้ายชวนให้คิดว่า "สมัยนี้ไม่รู้ว่าใครน่ากลัวกว่ากัน แม้แต่โจรก็ยังโดนหลอกซ้ำซ้อนได้อย่างแนบเนียน"

ภาพจาก Weibo
วันที่ 21 มกราคม 2569 เว็บไซต์ Hk01 เผยเรื่องราวคดีความสุดแปลก มีชายรายหนึ่งในเมืองจูโจว มณฑลหูหนาน ประเทศจีน ขโมยเครื่องประดับทองคำแล้วนำไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะโดนตำรวจจับ แต่หลังจากเจ้าหน้าที่สอบสวนกลับพบว่า โจรรายนี้ก็ตกเป็นเหยื่อถูกร้านทองโกงอีกทีโดยที่เขาไม่รู้ตัว และนำไปสู่การจับกุมเจ้าของร้านทองในที่สุด
ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นเผยว่า มีหญิงผู้เสียหายรายหนึ่งซึ่งอาศัยในพื้นที่ได้เข้าแจ้งความว่า เครื่องประดับทองคำของเธอหายไปจากบ้านหลายชิ้น ได้แก่ สร้อยข้อมือ สร้อยคอ และเครื่องประดับอื่น ๆ รวมน้ำหนักประมาณ 27 กรัม มูลค่า 28,000 หยวน (ราว 126,000 บาท) ทางหน่วยสืบสวนอาชญากรรมจึงดำเนินการสอบสวนทันที ก่อนจะสามารถจับกุมหัวขโมยได้ภายใน 2 ชั่วโมง

ภาพจาก Weibo
ผลปรากฏว่าหัวขโมยไม่ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน แต่เป็น นายเฉิน (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นเพื่อนที่รู้จักกับผู้เสียหาย เจ้าตัวรับสารภาพว่า ติดพนันออนไลน์จนเสียเงินเก็บไปทั้งหมด จำได้ว่าตอนที่ไปพักที่บ้านเพื่อนเคยเห็นเครื่องประดับทองคำเก็บอยู่ จึงอาศัยตอนที่เพื่อนและครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนเข้าไปขโมยทองคำมา 3 ครั้ง ก่อนที่จะนำไปขายที่ร้านรีไซเคิลทองคำร้านเดียวกันทั้ง 3 ครั้ง
คดีนี้เหมือนจะถูกปิดลงได้สำเร็จ หลังจากตำรวจจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้ แต่ภายหลังจากเจ้าหน้าที่พยายามติดตามของที่ถูกขโมยไป ทำให้พวกเขาได้พบว่า จำนวนเงินทั้งหมดที่เฉินได้รับจากการขายทองคำนั้นน้อยกว่ามูลค่าที่แท้จริงของเครื่องประดับทองคำหนัก 27 กรัมอย่างมาก
ทางเจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบที่ร้านทองดังกล่าว ก่อนที่จะได้พบ "การโกงซ้ำซ้อน" อย่างที่คาดไม่ถึง
เจ้าหน้าที่พบว่าร้านทองใช้เทคนิค "ตาชั่งผี" โดยใช้รีโมตคอนโทรลดัดแปลงแก้ไขข้อมูลบนเครื่องชั่งอิเล็กทรอนิกส์จากระยะไกล ในระหว่างที่กำลังดำเนินการซื้อ-ขายทองคำจากนายเฉิน และทำเช่นนี้ทั้ง 3 ครั้ง จนสามารถโกงน้ำหนักทองคำไปได้ถึง 11 กรัม ได้เงินไปประมาณ 10,000 หยวน (ราว 45,000 บาท)

ภาพจาก Weibo
ในที่สุดไม่เพียงแค่เฉินที่ถูกตำรวจจับ แต่ นายจาง (นามสมมุติ) เจ้าของร้านทอง ก็โดนจับกุมไปด้วยเช่นเดียวกัน โดยนายเฉินถูกตั้งข้อหาลักทรัพย์ ในขณะที่นายจางตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง ทั้งสองถูกควบคุมตัวในระหว่างการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย
เรื่องราวนี้กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตกตะลึงให้กับผู้คน หลายคนรู้สึกประหลาดใจ กลายเป็นเรื่องตลกร้ายชวนให้คิดว่า "สมัยนี้ไม่รู้ว่าใครน่ากลัวกว่ากัน แม้แต่โจรก็ยังโดนหลอกซ้ำซ้อนได้อย่างแนบเนียน"
ขอบคุณข้อมูลจาก Hk01






