ร้านอาหารขึ้นป้ายหรา ฝากถึงโจร มาแล้วอย่าเกรงใจ รื้อไปทั้งหลังเลยก็ได้ ประชดหลังโดนศึกหนัก เข่าแทบทรุดโดนขโมยจนเละ จะเปิดร้านใหม่ต้องซ่อม 2 ล้าน
![ร้านอาหารขึ้นป้ายฝากถึงโจร ร้านอาหารขึ้นป้ายฝากถึงโจร]()
ภาพจาก Bright TV
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเป็นร้านอาหารริมถนนสายนางรอง-ลำปลายมาศ ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ จากการสอบถาม นายอชิตะ อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ตนทำธุรกิจหลายอย่างในตัวเมืองบุรีรัมย์ ร้านนี้เคยเปิดเป็นร้านอาหาร ก่อนปิดกิจการไปช่วงโควิด 19 จากนั้นก็เปิด ๆ ปิด ๆ ตามมาตรการของรัฐ ก่อนปิดยาวมาจนถึงปัจจุบัน
อีกทั้งภายในบ้านยังถูกคนร้ายเข้ามารื้อขโมยสายไฟ ซิงค์ล้างจาน ไม่เว้นแม้แต่วงกบประตูกับหน้าต่างที่เป็นอะลูมิเนียม ตลอดจนของทุกอย่างที่สามารถนำไปขายเป็นของเก่าได้ไปจนหมด สภาพเสียหายเหมือนระเบิดลง
ทั้งนี้ ยอมรับว่าหากจะซ่อมแซมร้านให้เป็นเหมือนเดิมคงต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท และแทบไม่สามารถติดตามหาคนร้ายได้ เนื่องจากร้านอยู่ห่างไกลจากบ้านเรือน และไม่มีกล้องวงจรปิด แต่ก็คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือคนหาของเก่า หรือวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมเสพยา แต่น่าจะเป็นกลุ่มแรก เพราะรู้จุด รู้ของ รื้อเป็นระบบ

ภาพจาก Bright TV
วันที่ 22 มกราคม 2569 Bright TV เผยภาพของร้านอาหารแห่งหนึ่งที่มีการติดป้ายหน้าร้าน ขึ้นข้อความในลักษณะประชดประชัน ระบุว่า "เรียนคุณโจรผู้มีอุดมการณ์ แวะมาแล้วอย่าเกรงใจ รื้อไปทั้งหลังเลยก็ได้ ของขาด โทร. มาบอก เดี๋ยวจัดให้" พร้อมทิ้งเบอร์ไว้ให้เสร็จสรรพ
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเป็นร้านอาหารริมถนนสายนางรอง-ลำปลายมาศ ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ จากการสอบถาม นายอชิตะ อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ตนทำธุรกิจหลายอย่างในตัวเมืองบุรีรัมย์ ร้านนี้เคยเปิดเป็นร้านอาหาร ก่อนปิดกิจการไปช่วงโควิด 19 จากนั้นก็เปิด ๆ ปิด ๆ ตามมาตรการของรัฐ ก่อนปิดยาวมาจนถึงปัจจุบัน
ที่ผ่านมาตนเตรียมกลับมาปรับปรุงร้านใหม่ จะเปิดกิจการอีกครั้ง จึงให้ญาติเข้ามาดูสถานที่ แต่กลับได้รับแจ้งว่าร้านพังหมดแล้ว เมื่อขับรถมาดูเองถึงกับเข่าทรุด เมื่อพบว่าร้านอาหารที่เคยสวยงามกลับกลายเป็นซากร้านร้าง
อีกทั้งภายในบ้านยังถูกคนร้ายเข้ามารื้อขโมยสายไฟ ซิงค์ล้างจาน ไม่เว้นแม้แต่วงกบประตูกับหน้าต่างที่เป็นอะลูมิเนียม ตลอดจนของทุกอย่างที่สามารถนำไปขายเป็นของเก่าได้ไปจนหมด สภาพเสียหายเหมือนระเบิดลง
ทั้งนี้ ยอมรับว่าหากจะซ่อมแซมร้านให้เป็นเหมือนเดิมคงต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท และแทบไม่สามารถติดตามหาคนร้ายได้ เนื่องจากร้านอยู่ห่างไกลจากบ้านเรือน และไม่มีกล้องวงจรปิด แต่ก็คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือคนหาของเก่า หรือวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมเสพยา แต่น่าจะเป็นกลุ่มแรก เพราะรู้จุด รู้ของ รื้อเป็นระบบ
ขอบคุณข้อมูลจาก Bright TV






