บุกค้นชายแดน พบมีการลักลอบปล่อยอินเทอร์เน็ตข้ามไปฝั่งกัมพูชา หลังมีข้อมูลการโอนเงินเกิดขึ้น

ภาพจาก เฟซบุ๊ก กสทช.
วันที่ 23 มกราคม 2569 เฟซบุ๊ก กสทช. รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ต (โหนด) ใน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังจากสำนักงาน กสทช. ได้รับแจ้งจาก บก.ปอท. ว่าพบหมายเลขประจำ IP Address ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยใช้งานรับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นบัญชีม้าแถวที่ 1 โอนเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารในพื้นที่ของประเทศกัมพูชา ซึ่งข้อมูลการรับโอนเงินดังกล่าวถูกตรวจสอบพบจากธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งตรงกับข้อมูลคดีการหลอกลวงที่ตำรวจได้รับแจ้งเป็นคดี
ภาพจาก เฟซบุ๊ก กสทช.
การตรวจสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบังคับใช้กฎหมายโทรคมนาคม ตามมติ กสทช. เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2568 ที่เห็นชอบมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพิ่มเติม ตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรการสำหรับบริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ที่ระบุว่า ผู้รับใบอนุญาตที่ให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศต้องไม่นำหมายเลข IP Address ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยไปให้บริการในต่างประเทศ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงหมายเลข IP Address ของอุปกรณ์สำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้รับใบอนุญาต และอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่นำไปใช้ในต่างประเทศ
ภาพจาก เฟซบุ๊ก กสทช.
อย่างไรก็ดีหากการตรวจสอบพบว่า ผู้ใดประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 67 โดยหากเป็นผู้รับใบอนุญาตแบบที่สาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ





