สรุปดราม่า เด็กขายไข่เจียว ไม่พบใช้แรงงานเด็ก หลังถูกร้องเรียน 3 ครั้งจนเด็กเครียด อยากบวชหลังจบ ป.6 หวั่นทำผู้มีพระคุณเดือดร้อน ทั้งที่ช่วยอุปการะให้เรียน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย
จากกรณีของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี
ซึ่งทำงานช่วยพี่สาวและน้าสาวขายไข่เจียวบุฟเฟต์ที่ตลาดแห่งหนึ่งใน
จ.อุดรธานี แต่กลับถูกคนร้องเรียนให้ตรวจสอบปมใช้แรงงานเด็ก
จนน้าสาวและน้าชายต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมจากเพจ เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย
และผู้สื่อข่าว โดยชี้ว่าถูกร้องเรียนถึง 3 ครั้ง จนน้องเอเครียด
อยากไปบวชหลังจบ ป.6 เพื่อไม่ให้น้าสาวที่เป็นคนอุปการะต้องเดือดร้อนนั้น
มีการเปิดเผยว่า น้องเอนั้นพ่อแม่แยกทางกัน ก่อนที่ น.ส.นุช จะรับมาอุปการะ ช่วยส่งเสียให้เล่าเรียน แม้จะไม่ใช่ญาติจริง ๆ โดยเป็นน้องชายแท้ ๆ ของแฟนหลานสะใภ้ แต่ก็ดูแลน้องเป็นอย่างดี ขณะที่ ด.ช.เอ ก็อาสาอยากมาช่วยงานที่ร้าน ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัว เพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณนั้น
ล่าสุด (4 มีนาคม 2569) ผู้สื่อข่าวช่อง 3 ได้พูดคุยกับ สิบเอก ยุทธศักดิ์ ศรีวรกุล สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.อุดรธานี เผยว่า ได้รับร้องเรียนเรื่องนี้ผ่านอีเมลเข้ามาที่สำนักงานครั้งแรก วันที่ 12 มกราคม แจ้งว่ามีการใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และให้ทำงานเกิน 22.00 น. ตนจึงส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบทันที ซึ่งก็พบเจ้าของร้าน หลานเจ้าของร้าน แฟนของหลาน และ ด.ช.เอ
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย
ตอนนี้ได้ข้อสรุปแล้ว พบว่าเจ้าของร้านดูแลเด็กเป็นอย่างดี ทั้งส่งเสียเรียนหนังสือ อุปการะแม้เด็กจะไม่ใช่หลานแท้ ๆ เราพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการใช้แรงงานจริง แต่ไม่หนัก
แต่มีข้อสังเกตอยู่ว่าเด็กทำงานถึง 23.00 น. ไม่เหมาะกับสุขภาพของเด็ก จึงแนะนำและทำความเข้าใจกับเจ้าของร้านว่าต้องคำนึงสุขภาพของเด็กด้วย หากพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้การเรียนหนังสือไม่เต็มที่ และสุ่มเสียงกับคนที่เดินผ่านไปผ่านมาอาจจะไม่รู้ เป็นสิ่งที่อยากจะทำความเข้าใจ อยากให้ระมัดระวังสักนิดหนึ่ง
ทั้งนี้ ได้ให้เจ้าหน้าที่ส่งสำนวนเรื่องร้องทั้ง 3 ครั้งที่ลงไปมาสรุปประเด็น เบื้องต้นทราบว่าไม่พบการใช้แรงงานเด็ก ไม่มีการใช้แรงงานเด็กเกินกว่าเหตุ และจะนำเสนอต่อนายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ต่อไป





