ชายป่วยสโตรกในปั๊ม ถูก ตร. ใส่กุญแจมือ รวบไปโรงพักนาทีวิกฤต อ้างคิดว่าแค่เมา

          หนุ่มป่วยสโตรก ล้มขอความช่วยเหลือในปั๊ม ถูกตำรวจใส่กุญแจมือรวบไปโรงพักอ้างนึกว่าเมา เมียใจสลายชี้หากส่งหมอเร็วกว่านี้อาการอาจไม่โคม่า

สโตรก
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

          กลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม เมื่อครอบครัวของชายวัย 42 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับเพจสายไหมต้องรอด หลังชายคนดังกล่าวเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองตีบขณะขับรถ แต่กลับถูกเข้าใจว่าเมา และถูกใส่กุญแจมือพาตัวไปโรงพัก ก่อนจะถูกนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

สโตรก
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

          เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยผู้ป่วยคือ นายธีระมิตร อายุ 42 ปี ซึ่งมีอาชีพรับจ้างขนผลไม้ส่งพ่อค้าที่ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 03.00 น. นายธีระมิตรขับรถกระบะออกจากบ้านเพื่อไปรับมะม่วงที่จังหวัดพิจิตร แต่ระหว่างทางเริ่มมีอาการผิดปกติ จึงพยายามขับรถเข้าไปจอดพักในปั๊มน้ำมันดังกล่าว

สโตรก
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

          จากภาพกล้องวงจรปิดพบว่า รถกระบะของนายธีระมิตรขับเข้ามาในปั๊มและจอดอยู่บริเวณหนึ่งประมาณ 10 นาที ก่อนจะค่อย ๆ ประคองรถเข้ามาด้านในปั๊มและจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ แต่จังหวะหนึ่งรถได้พุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ในปั๊มจนได้รับความเสียหาย หลังจากนั้น นายธีระมิตร ลงจากรถและล้มลงกับพื้น พร้อมพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แต่คนในบริเวณดังกล่าวกลับเข้าใจว่าเป็นอาการของคนเมา จึงโทร. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ

สโตรก
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

          ต่อมาเวลา 03.51 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ก่อนจะเข้าควบคุมตัวนายธีระมิตร โดยมีการใส่กุญแจมือและนำตัวขึ้นท้ายรถกระบะไปยังสถานีตำรวจภูธรบางปะหัน กระทั่งเวลาประมาณ 04.27 น. จึงเดินทางถึงโรงพัก


          อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวรสังเกตเห็นความผิดปกติของผู้ป่วย จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะหันในเวลาประมาณ 05.00 น. ก่อนที่แพทย์จะตรวจพบว่า นายธีระมิตรมีภาวะเลือดออกในสมอง และต้องเข้ารับการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะเพื่อรักษาอาการ โดยขณะนี้อาการยังอยู่ในขั้นวิกฤต แพทย์ระบุว่าอยู่ในภาวะ 50/50 และหากฟื้นขึ้นมาอาจไม่สามารถพูดได้ตามปกติ

สโตรก
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

          ด้านภรรยาของผู้ป่วย คือ นางชรินรัตน์ อายุ 39 ปี เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุสามียังคุยกันตามปกติ และไม่มีประวัติดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด เมื่อได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดจึงรู้สึกสงสัยว่าทำไมไม่มีใครสังเกตอาการของสามี ทั้งที่เห็นชัดว่าปากเบี้ยว ล้มลงกับพื้น และยังมีอาการปัสสาวะราด ซึ่งเป็นลักษณะของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง มองว่าถ้าสามีได้รับการช่วยเหลือและถูกนำส่งโรงพยาบาลเร็วกว่านี้ อาจไม่ทำให้อาการรุนแรงถึงขั้นนี้ เวลาที่เสียไปอาจเป็นช่วงเวลาสำคัญของการรักษา

          ขณะที่ พันตำรวจเอก เอกราช อุ่นเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบเหตุการณ์พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้ปฏิบัติตามระเบียบขั้นตอนทางกฎหมาย โดยเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าผู้ขับขี่ไม่สามารถตอบชื่อ-สกุลของตัวเองได้ และมีอาการคล้ายคนเมา จึงต้องควบคุมตัวเพื่อป้องกันการเกิดอันตราย และนำตัวไปตรวจสอบที่โรงพักก่อน

สโตรก
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

          ส่วนกรณีการใช้กุญแจมือนั้น เป็นไปตามระเบียบเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ถูกควบคุมตัวกระโดดลงจากรถหรือเกิดอันตรายระหว่างเดินทาง โดยเมื่อไปถึงโรงพักและพบความผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

          ทั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรายงานข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทั้งหมด ก่อนจะพิจารณาขั้นตอนต่อไป ขณะที่ครอบครัวของผู้ป่วยยังคงติดใจคำชี้แจงดังกล่าว และยืนยันว่าจะเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่อง 3, เรื่องเล่าเช้านี้

ขอบคุณภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ชายป่วยสโตรกในปั๊ม ถูก ตร. ใส่กุญแจมือ รวบไปโรงพักนาทีวิกฤต อ้างคิดว่าแค่เมา อัปเดตล่าสุด 5 มีนาคม 2569 เวลา 11:07:21 2,518 อ่าน
TOP
x close