หญิงลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง ร้องสายไหมต้องรอด ถูกหมอดูคนดังลวงทำพิธีเรียกผัว สูญเงินกว่า 40 ล้านบาท ช็อกหวังพึ่งตำรวจ กลับเจอเรียกเก็บค่าทำคดีเพิ่ม

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เพจสายไหมต้องรอด ได้รับการร้องเรียนจาก หญิงสาวลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง ซึ่งใช้นามสมมติว่า น.ส.โฮ ได้เดินทางเข้าพบ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความช่วยเหลือและร้องขอความเป็นธรรม หลังเชื่อว่าตนเองตกเป็นผู้เสียหายจากการหลอกลวงผ่านเพจหมอดูชื่อดังแห่งหนึ่ง
น.ส.โฮ เปิดเผยว่า ตนทำงานอยู่ที่ฮ่องกง และในช่วงที่ประสบปัญหาชีวิตคู่ ได้ติดต่อขอคำปรึกษาผ่านเพจเฟซบุ๊กของหมอดู ก่อนจะย้ายไปพูดคุยผ่านไลน์ โดยหมอดูสามารถบอกข้อมูลส่วนตัว รวมถึงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตได้อย่างตรงกับข้อเท็จจริง จนทำให้เกิดความเชื่อถือและยอมปฏิบัติตามคำแนะนำต่าง ๆ
ภายหลังหมอดูได้ส่งสิ่งของที่อ้างว่าใช้ในพิธีเกี่ยวกับความรักมาให้ พร้อมทั้งแนะนำให้ทำพิธีแก้กรรม แก้ดวง และแก้ผิดครู โดยมีการกล่าวอ้างถึงผลกระทบด้านลบที่จะเกิดขึ้นหากไม่ทำตามพิธี ทำให้ตนเองเกิดความวิตกกังวลและยอมโอนเงินเป็นค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หลักหมื่นบาท หลักแสนบาท ไปจนถึงบางพิธีที่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 1 ล้านบาท
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผู้เสียหายนำเงินออมและเงินเกษียณส่วนตัวออกมาใช้จนหมด รวมทั้งกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน ญาติพี่น้อง และบุคคลใกล้ชิด จนมีภาระหนี้สินรวมกว่า 40 ล้านบาท อีกทั้งยังอ้างว่าถูกแนะนำให้นำเงินจากบุคคลอื่นมาส่งต่อ โดยระบุว่าเป็นเพียงการยืมชั่วคราว ส่งผลให้ต้องเผชิญกับความกดดันทางการเงินอย่างหนัก
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังตั้งข้อสังเกตว่า ตลอดระยะเวลาที่ติดต่อกัน ไม่เคยได้พบตัวผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้ประกอบพิธีเลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยมีเพียงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่นจำนวน 5 บัญชี ซึ่งถูกอ้างว่าเป็น บัญชีพานครู
ต่อมาในช่วงปลายปีที่ผ่านมา น.ส.โฮ ระบุว่า หลังจากไปทำบัตรประชาชนใบใหม่ ได้เริ่มทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ และเชื่อว่าตนเองอาจตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง จึงยุติการติดต่อทั้งหมด ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจนครบาลประเวศ

ภาพจาก โหนกระแส
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการแจ้งความ ยังถูกตำรวจบางนายเข้ามาแนะนำเรื่องการดำเนินคดีเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ ทั้งค่าจัดทำเอกสาร ค่าติดตามคดี และค่าประสานงาน เป็นเงินเกือบ 130,000 บาท จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอให้ช่วยติดตามและประสานงานในเรื่องดังกล่าว
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหรือความผิดอื่นตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีรับโอนเงินทุกบัญชีอย่างละเอียด
พร้อมกันนี้ ยังขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้เรียกรับเงินโดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี หากพบว่ามีการแอบอ้างหรือกระทำผิดจริง ควรดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังอย่าตกเป็นเหยื่อในลักษณะนี้
ขอบคุณข้อมูลจาก






