หญิงป่วยหลังเสริมเต้า ยอมตัดใจเอาซิโลโคนออก ก่อนเจอภาพช็อก ซิลิโคนขึ้นรา ราดำยังอยู่แม้ผ่านมา 5 ปี ฝากเตือนใจคนที่คิดจะทำนม

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เว็บไซต์นิวยอร์กโพสต์ เผยกรณีสยองของหญิงอเมริกันรายหนึ่งซึ่งเคยทำศัลยกรรมเพิ่มขนาดหน้าอก แต่กลับมีอาการป่วย ลมพิษขึ้น จนตัดสินใจนำวัสดุเสริมหน้าอกออกจากรายกาย ตอนนั้นเองที่เธอค้นพบความจริงช็อก ว่ามีก้อนเชื้อราขึ้นอยู่ในซิลิโคนของเธอ
ภาพจาก TikTok @laurenhomeschoolmama
ฝันร้ายนี้ถูกเปิดเผยโดยหญิงรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ลอเรน โดยหญิงจากรัฐเทกซัส สหรัฐฯ เผยผ่านคลิปบน TikTok ว่า "นี่อาจจะเป็นข้อมูลที่มากเกินไปสำหรับคุณ แต่มันอาจจะช่วยชีวิตพวกคุณบางคนได้เช่นกัน" ก่อนจะหยิบซิลิโคนเก่าของเธอออกมาโชว์หน้ากล้อง เผยให้เห็นว่ามีเชื้อราขนาดใหญ่ลอยอยู่ในนั้น ทั้ง 2 ข้าง
ลอเรน ยืนยันว่า เชื้อราดำ ๆ ที่เห็น อยู่ในซิลิโคนนี้ ตั้งแต่ตอนที่ถูกนำออกจากร่างกายเธอเมื่อ 5 ปีก่อน
โดยเหตุผลที่เธอตัดสิใจนำซิลิโคนน้ำเกลือที่ใช้เสริมหน้าอกออก เพราะเธอเริ่มมีอาการผิดปกติหลายอย่าง เช่น มีลมพิษโดยไม่ทราบสาเหตุ แถมยังมีอาการแพ้กลูเตน ผิวของเธอเริ่มมีสภาพแปลก ๆ แถมยังมีอาการคลื่นไส้อาเจียนแทบทุกวัน รวมถึงอาการอื่น ๆ เช่น ปวดตามข้อ ปวดศีรษะ วิตกกังวล บางจุดถึงขั้นซึมเศร้า ทั้งที่เธอไม่เคยมีอาการเหล่านี้มาก่อน
ภาพจาก TikTok @laurenhomeschoolmama
หลังนำซิลิโคนออกอาการเหล่านั้นก็แทบจะหายไปทั้งหมด เธอจึงอยากจะมาแชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมเตือนว่า ซิลิโคนแบบถุงน้ำเกลือ ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป
แม้การเจอเชื้อราในซิลิโคนเสริมหน้าอกจะเป็นเรื่องที่พบได้น้อยมาก แต่ก็เกิดขึ้นได้หากซิลิโคนมีรอยรั่วขณะผ่าตัด และลอเรนก็ไม่ใช่คนแรกที่เจอเชื้อราในซิลิโคน โดยเชื้อราที่พบได้บ่อยสุดคือ Aspergillus
ภาพจาก TikTok @laurenhomeschoolmama
ก่อนหน้านี้ก็มีเคสของคนไข้อีกรายที่มีอาการป่วยจากการใส่ถุงเต้านมเทียม (BII) โดยเจอเชื้อราลอยอยู่ในถุงเต้านมเทียมเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โรคเกี่ยวกับ BII ยังคงเป็นที่ถกเถียงกัน เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาที่พิสูจน์ได้ชัดเจนถึงความเชื่อมโยงเชิงสาเหตุกับกระบวนการ หรือวัสดุที่มีการใช้
แม้ว่าโดยทั่วไปการเสริมหน้าอกจะถูกมองว่าปลอดภัย แต่ศัลยแพทย์ยังคงมีความเห็นแตกแยกกันว่าสามารถทำให้เกิดอาการป่วยได้หรือไม่ โดยบางคนเชื่อมั่นว่าอาการ BII ไม่มีอยู่จริง และมองว่าอาการของผู้ป่วยอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพที่ไม่เกี่ยวกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก New York Post






