อึ้ง ผัวนัดชู้แซ่บกันข้างศาลพระภูมิ เมียหลวงสุดปวดใจ ชี้ฝ่ายหญิงมีตำแหน่งสูงกว่า เตรียมเชิญศาลพระภูมิเป็นพยานฟ้องชู้ เรื่องนี้ต้องถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
![ผัวนัดชู้แซ่บข้างศาลพระภูมิ ผัวนัดชู้แซ่บข้างศาลพระภูมิ]()
![ผัวนัดชู้แซ่บข้างศาลพระภูมิ ผัวนัดชู้แซ่บข้างศาลพระภูมิ]()
ภาพจาก โหนกระแส
โดยหญิงที่เป็นชู้นั้นมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงกว่าตน และมักจะใช้อำนาจหน้าที่สั่งการ รวมถึงควบคุมสามีตนให้ทำตามทุกอย่าง
ตนมีลูกอายุ 4 ขวบ สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบจิตใจตนกับลูกมาก ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามา และยืนยันว่าจะเดินหน้าเรียกความความยุติธรรม และร้องเรียนทางวินัยต่อสามีให้ถึงที่สุด เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม
ฝั่งนักสืบเผนถึงแผนการสืบสวนว่า ทั้งฝ่ายสามีและชู้รักต่างเป็นคนมีชื่อเสียงในตำบล ซึ่งพื้นที่เกิดเหตุเป็นชุมชนขนาดเล็ก หากมีรถยนต์ต่างถิ่นเข้าไปเพ่นพ่านก็จะเป็นจุดสังเกตและทำให้เป้าหมายไหวตัวทัน ดังนั้น ทีมงานจึงต้องปลอมตัวเป็นนักศึกษาปริญญาโท ทำทีเป็นลงพื้นที่เพื่อศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์และสิ่งลี้ลับต่าง ๆ ในตำบล
![ผัวนัดชู้แซ่บข้างศาลพระภูมิ ผัวนัดชู้แซ่บข้างศาลพระภูมิ]()
ภาพจาก Bright TV
ทั้งนี้ ฝั่งเมียหลวงเผยว่า รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ทางสำนักงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนี้จะยื่นตรวจสอบทางวินัยกับหญิงที่เป็นชู้ และเตรียมเชิญศาลพระภูมิมาเป็นพยานฟ้องชู้ โดยทางฝั่งนักสืบและเมียหลวงเตรียมจะเข้าหารือและวางแผนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายร่วมกับทีมงานของทนายความอีกครั้งหนึ่ง

จากกรณีอึ้งที่ บอย นักสืบ นักสืบเอกชนชื่อดัง ออกมาเผยภารกิจติดตามพฤติกรรมของชายคนหนึ่ง ที่ภรรยาสงสัยว่าแอบมีความสัมพันธ์กับสาวอื่น ก่อนพบว่าฝ่ายสามีแอบนัดชู้รักไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งบนรถตู้ที่จอดอยู่ข้างศาลพระภูมินั้น

ภาพจาก โหนกระแส
ล่าสุด (20 กรกฎาคม 2569) โหนกระแส รายงานว่า ฝั่งเมียหลวงได้เปิดใจทั้งน้ำตาหลังเห็นหลักฐานทั้งหมด โดยยอมรับว่าตกใจมากเพราะไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อน จนกระทั่งได้เห็นภาพและคลิปหลักฐานจากนักสืบ เนื่องจากที่ผ่านมาสามีไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้มาก่อน ไม่คิดเลยว่าจะถูกผู้หญิงคนนี้เข้ามาทำลายชีวิตครอบครัว
โดยหญิงที่เป็นชู้นั้นมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงกว่าตน และมักจะใช้อำนาจหน้าที่สั่งการ รวมถึงควบคุมสามีตนให้ทำตามทุกอย่าง
ตนมีลูกอายุ 4 ขวบ สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบจิตใจตนกับลูกมาก ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามา และยืนยันว่าจะเดินหน้าเรียกความความยุติธรรม และร้องเรียนทางวินัยต่อสามีให้ถึงที่สุด เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม
ฝั่งนักสืบเผนถึงแผนการสืบสวนว่า ทั้งฝ่ายสามีและชู้รักต่างเป็นคนมีชื่อเสียงในตำบล ซึ่งพื้นที่เกิดเหตุเป็นชุมชนขนาดเล็ก หากมีรถยนต์ต่างถิ่นเข้าไปเพ่นพ่านก็จะเป็นจุดสังเกตและทำให้เป้าหมายไหวตัวทัน ดังนั้น ทีมงานจึงต้องปลอมตัวเป็นนักศึกษาปริญญาโท ทำทีเป็นลงพื้นที่เพื่อศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์และสิ่งลี้ลับต่าง ๆ ในตำบล

ภาพจาก Bright TV
การแฝงตัวเป็นนักศึกษาทำให้ชาวบ้านและเป้าหมายไม่ระแวง กระทั่งเข้าไปใกล้และบันทึกภาพหลักฐานเด็ดข้างศาลพระภูมิได้
ทั้งนี้ ฝั่งเมียหลวงเผยว่า รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ทางสำนักงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนี้จะยื่นตรวจสอบทางวินัยกับหญิงที่เป็นชู้ และเตรียมเชิญศาลพระภูมิมาเป็นพยานฟ้องชู้ โดยทางฝั่งนักสืบและเมียหลวงเตรียมจะเข้าหารือและวางแผนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายร่วมกับทีมงานของทนายความอีกครั้งหนึ่ง
ขอบคุณข้อมูลจาก โหนกระแส






