หัวร้อนจ่อนอนคุก หลังแก๊งรถทัวร์ล้อมรถบัส - บุกต่อยลุงคนขับ เจ้าของบริษัทรถทัวร์ยัน เสื้อดำไม่ใช่พนักงาน ไม่เกี่ยวข้อง คนขับแอบจ้างมาเอง
![รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส]()
![รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส]()
![รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7
![รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7
ด้านชาวเน็ตต่างปักหมุดรอคำชี้แจงจากทางบริษัทรถทัวร์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสนับสนุนให้ฝั่งลุงผู้เสียหายดำเนินคดีจนถึงที่สุด
บริษัทรถทัวร์แถลง ยันเสื้อดำไม่ใช่พนักงาน
ต่อมา (21 กรกฎาคม 2569) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ทรงพล การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดของรถทัวร์ที่ก่อเหตุ ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างรถโดยสารของบริษัท กับรถรับ-ส่งพนักงานบนมอเตอร์เวย์ บริษัทขอแสดงความเสียใจและขออภัยต่อผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน
บริษัทไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ พนักงานขับรถซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง และเมื่อการสอบสวนแล้วเสร็จ บริษัทจะดำเนินการทางวินัยตามระเบียบของบริษัท ซึ่งอาจรวมถึงการปรับหรือเลิกจ้างตามความเหมาะสม
![รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7
แม้บุคคลผู้ก่อเหตุจะไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัท แต่เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับรถโดยสารของบริษัท บริษัทจึงไม่นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล รวมทั้งดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การดำเนินคดีขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย
บริษัทจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปปรับปรุงการกำกับดูแล ยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างวินัยของ พนักงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้อีก
ขณะที่ฝั่งชาวเน็ตยังตั้งข้อสงสัยกับคำแถลงจากบริษัทรถทัวร์ โดยมองว่าชายชุดดำที่หัวร้อนเข้ามาต่อยลุงคนขับรถบัสนั้นมากับรถทัวร์แท้ ๆ แต่ทางบริษัทกลับบอกว่าไม่เกี่ยวข้องและไม่ได้เป็นพนักงาน แล้วแบบนี้ขึ้นมาบนรถตั้งแต่แรกได้อย่างไร
ทั้งนี้ ล่าสุด (22 กรกฎาคม 2569) พ.ต.อ. บัณฑิต ธรรมอนันต์ ผกก.สภ.บางปะกง เผยว่า ฝั่งลุงคนขับรถบัสเข้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายแล้ว โดยมีการแจ้งจับผู้ก่อเหตุทั้งหมด 3 คน คือ 1 คนที่ขึ้นรถไปทำร้าย และอีก 2 คนที่ยืมล้อมด้านล่าง ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน คาดว่าจะเรียกผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมารับทราบข้อกล่าวหาได้ภายในวันศุกร์นี้ (24 กรกฎาคม)
![รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7
![รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส รถทัวร์ต่อยคนขับรถบัส]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7
ด้านตำรวจเผยว่า รถที่เกิดเหตุไม่ได้เฉี่ยวชนกันมาก่อน แต่เพราะมีการเปลี่ยนเลนกะทันหันจึงทำให้เกิดความไม่พอใจกัน
รู้แล้วตัวเปิด ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท แล้วติดรถมาได้ไง ?
แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ รถบัสคู่กรณีได้เปลี่ยนเลนตัดหน้ากะทันหัน ทำให้รถในขบวนต้องเบรกและเปลี่ยนเลนหลบจนเกือบเกิดอุบัติเหตุ ก่อนจะพากันจอดข้างทางเพื่อพูดคุย
ยืนยันว่าชายที่ขึ้นไปทำร้ายคู่กรณี ไม่ใช่พนักงานขับรถหรือเด็กรถของบริษัท แต่เป็นบุคคลภายนอกที่คนขับรถแอบว่าจ้างมาช่วยยกกระเป๋า ซึ่งทางบริษัทมีมาตรการคัดกรองและอบรมวินัยจราจรพนักงานอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด แต่กรณีนี้เป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้
หลังจากนี้บริษัทเตรียมประชุมเพื่อกำหนดมาตรการ "ห้ามจ้างบุคคลภายนอก" โดยเด็ดขาด พร้อมกล่าวขอโทษสังคมและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เป็นเหตุการณ์ที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์สนั่น กรณีเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7 เผยคลิปแก๊งคนขับรถทัวร์นำเที่ยวห้าวจัด หัวร้อนมีปากเสียงกับลุงคนขับรถบัสบนถนนมอเตอร์เวย์ ขาออก ก่อนที่หนึ่งในกลุ่มคนจากรถทัวร์นำเที่ยวจะบุกขึ้นมาบนรถบัสและทำร้ายร่างกายคู่กรณี จนนักท่องเที่ยวต้องรีบหนีลงจากรถ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7

ภาพจาก เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7
ขณะที่คลิปจากกล้องติดรถบัส เผยให้เห็นว่ารถบัสดังกล่าวขับมาตามเส้นทางตามปกติ กระทั่งจังหวะหนึ่งได้เข้าเลนขวาเพื่อจะแซงรถพ่วง แต่กลับถูกรถทัวร์นำเที่ยวที่ขับตามมาบีบแตรใส่ จากนั้นฝั่งรถทัวร์ก็ได้แซงขึ้นไปขวางหน้ารถบัส โดยมีรถทัวร์อีก 2 คันขับเข้ามาประกบข้าง ก่อนที่ฝั่งรถทัวร์จะลงจากรถเข้ามาด่าคนขับรถบัส

ภาพจาก เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7
ทางลุงคนขับรถบัสพยายามอธิบายว่าตนเปิดไฟเลี้ยวมาตั้งนานแล้ว ไม่ได้จู่ ๆ ก็แซงตัดหน้า แต่ฝั่งรถทัวร์ไม่พอใจ โดยมีคนหนึ่งบุกขึ้นมาต่อยลุงถึงบนรถบัส
ด้านชาวเน็ตต่างปักหมุดรอคำชี้แจงจากทางบริษัทรถทัวร์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสนับสนุนให้ฝั่งลุงผู้เสียหายดำเนินคดีจนถึงที่สุด
บริษัทรถทัวร์แถลง ยันเสื้อดำไม่ใช่พนักงาน
ต่อมา (21 กรกฎาคม 2569) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ทรงพล การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดของรถทัวร์ที่ก่อเหตุ ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างรถโดยสารของบริษัท กับรถรับ-ส่งพนักงานบนมอเตอร์เวย์ บริษัทขอแสดงความเสียใจและขออภัยต่อผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน
บริษัทไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ พนักงานขับรถซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง และเมื่อการสอบสวนแล้วเสร็จ บริษัทจะดำเนินการทางวินัยตามระเบียบของบริษัท ซึ่งอาจรวมถึงการปรับหรือเลิกจ้างตามความเหมาะสม

ภาพจาก เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7
ส่วนบุคคลที่ปรากฏในคลิปซึ่งเป็นชายสวมชุดดำ ไม่ได้เป็นพนักงานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทแต่อย่างใด และบริษัทได้มีคำสั่งห้ามบุคคลดังกล่าวเข้ามาภายในบริษัท รวมถึงห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมของบริษัททุกประเภทโดยเด็ดขาดแล้ว
แม้บุคคลผู้ก่อเหตุจะไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัท แต่เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับรถโดยสารของบริษัท บริษัทจึงไม่นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล รวมทั้งดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การดำเนินคดีขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย
บริษัทจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปปรับปรุงการกำกับดูแล ยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างวินัยของ พนักงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้อีก
ขณะที่ฝั่งชาวเน็ตยังตั้งข้อสงสัยกับคำแถลงจากบริษัทรถทัวร์ โดยมองว่าชายชุดดำที่หัวร้อนเข้ามาต่อยลุงคนขับรถบัสนั้นมากับรถทัวร์แท้ ๆ แต่ทางบริษัทกลับบอกว่าไม่เกี่ยวข้องและไม่ได้เป็นพนักงาน แล้วแบบนี้ขึ้นมาบนรถตั้งแต่แรกได้อย่างไร
จ่อเอาผิด 3 รถทัวร์หัวร้อน
ทั้งนี้ ล่าสุด (22 กรกฎาคม 2569) พ.ต.อ. บัณฑิต ธรรมอนันต์ ผกก.สภ.บางปะกง เผยว่า ฝั่งลุงคนขับรถบัสเข้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายแล้ว โดยมีการแจ้งจับผู้ก่อเหตุทั้งหมด 3 คน คือ 1 คนที่ขึ้นรถไปทำร้าย และอีก 2 คนที่ยืมล้อมด้านล่าง ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน คาดว่าจะเรียกผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมารับทราบข้อกล่าวหาได้ภายในวันศุกร์นี้ (24 กรกฎาคม)

ภาพจาก เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7

ภาพจาก เฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7
ส่วนที่คู่กรณีอ้างว่า ผู้บาดเจ็บพยายามจะขับรถพุ่งชนนั้น ผู้บาดเจ็บชี้แจงว่าเหตุเกิดขึ้นขณะกำลังเลี้ยวรถเข้าจอดริมทาง ยังไม่ได้เข้าเกียร์ว่าง จังหวะนั้นคู่กรณีบุกขึ้นมาทำร้ายกะทันหัน ทำให้ตกใจและเผลอยกเท้าออกจากเบรก รถจึงไหลไปชนท้ายรถคู่กรณี ไม่ได้เจตนาพุ่งชนกัน
ด้านตำรวจเผยว่า รถที่เกิดเหตุไม่ได้เฉี่ยวชนกันมาก่อน แต่เพราะมีการเปลี่ยนเลนกะทันหันจึงทำให้เกิดความไม่พอใจกัน
รู้แล้วตัวเปิด ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท แล้วติดรถมาได้ไง ?
ด้าน นายทรงพล โพธิ์งาน เจ้าของ ส.ทรงพล การท่องเที่ยว ชี้แจงว่า รถบัสในขบวนของตนมีทั้งหมด 10 คัน อยู่ระหว่างรับงานพาคณะศึกษาดูงานจาก จ.ปทุมธานี มุ่งหน้า จ.จันทบุรี โดยมีรถนำขบวนวิ่งเลนขวา (เลนที่สองจากขวา) ความเร็วประมาณ 80 กม./ชม.
แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ รถบัสคู่กรณีได้เปลี่ยนเลนตัดหน้ากะทันหัน ทำให้รถในขบวนต้องเบรกและเปลี่ยนเลนหลบจนเกือบเกิดอุบัติเหตุ ก่อนจะพากันจอดข้างทางเพื่อพูดคุย
ยืนยันว่าชายที่ขึ้นไปทำร้ายคู่กรณี ไม่ใช่พนักงานขับรถหรือเด็กรถของบริษัท แต่เป็นบุคคลภายนอกที่คนขับรถแอบว่าจ้างมาช่วยยกกระเป๋า ซึ่งทางบริษัทมีมาตรการคัดกรองและอบรมวินัยจราจรพนักงานอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด แต่กรณีนี้เป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้
หลังจากนี้บริษัทเตรียมประชุมเพื่อกำหนดมาตรการ "ห้ามจ้างบุคคลภายนอก" โดยเด็ดขาด พร้อมกล่าวขอโทษสังคมและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
ขอบคุณข้อมูลจาก เรารักด่านตรวจ, อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7






