ราชกิจจานุเบกษา ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่การจัดตั้ง โรงเรียนผู้สูงอายุ ใช้มาตรฐานเดียวทั่วประเทศ เปิดทางให้ร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย

จากกรณี ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศหลักเกณฑ์การจัดตั้ง โรงเรียนผู้สูงอายุ พ.ศ. 2569 กำหนดมาตรฐานการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุให้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ พัฒนาศักยภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการมีส่วนร่วมในสังคม
โรงเรียนผู้สูงอายุ คืออะไร
โรงเรียนผู้สูงอายุเป็นรูปแบบการจัดการศึกษาสำหรับผู้สูงอายุ เปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันดำเนินงานบนพื้นฐานความร่วมมือของชุมชนท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย เพื่อให้การเรียนรู้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย สนับสนุนแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม
ภาพจาก ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน GCC
สาระสำคัญของประกาศใหม่
- ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน
- พัฒนาศักยภาพ การดูแล คุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิของผู้สูงอายุ
- สนับสนุนการมีสุขภาพที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมสร้างโอกาสในการมีส่วนร่วมกับสังคม
- ส่งเสริมการถ่ายทอดภูมิปัญญา วัฒนธรรมท้องถิ่น และการทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์
หน่วยงานที่สามารถจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ
ประกาศฉบับนี้ เปิดโอกาสให้หน่วยงานและองค์กรหลายภาคส่วนสามารถยื่นขอจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ ได้แก่
- หน่วยงานของรัฐ
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- องค์กรภาคประชาชน
- องค์กรภาคประชาสังคม
- องค์กรภาคเอกชน
- องค์กรสาธารณประโยชน์ และองค์กรชุมชน
ภาพจาก กรมกิจการผู้สูงอายุ
ขั้นตอนการยื่นคำขอ
ผู้ประสงค์จัดตั้งสามารถยื่นคำขอเป็นหนังสือได้ทั้งการยื่นด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยแบ่งพื้นที่ดังนี้
กรุงเทพมหานคร ยื่นที่กรมกิจการผู้สูงอายุ หรือศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค
ต่างจังหวัด ยื่นที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)
หลังจากยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความพร้อมของสถานที่และแผนการดำเนินงาน หากผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จะได้รับหนังสือรับรองการจัดตั้งจากอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุหรือผู้ได้รับมอบหมาย
หลักเกณฑ์การดำเนินงานในชุมชน
การจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุสามารถดำเนินการโดย
1.รวมกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่
2.จัดตั้งคณะทำงานเพื่อวางแผนการดำเนินงาน
3.ออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้สูงอายุในแต่ละชุมชน เช่น การดูแลสุขภาพ การพัฒนาทักษะดิจิทัล การสร้างรายได้เสริม และกิจกรรมเพื่อสังคม
ภาพจาก กรมกิจการผู้สูงอายุ
โรงเรียนที่จัดตั้งไว้เดิม
ทั้งนี้ โรงเรียนผู้สูงอายุที่ได้รับการรับรองก่อนประกาศฉบับนี้ มีผลให้ถือว่าได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ใหม่โดยอัตโนมัติ
กรณีถูกเพิกถอนหนังสือรับรอง
ประกาศกำหนดเงื่อนไขการเพิกถอนหนังสือรับรองการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ ดังนี้
- คณะกรรมการโรงเรียนมีมติไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ให้เลิกกิจการ ตามผลการประชาพิจารณ์ของผู้สูงอายุในพื้นที่
- อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุมีคำสั่งเพิกถอน เนื่องจากไม่มีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 4 ปี
ภาพจาก กรมกิจการผู้สูงอายุ
โฆษกรัฐบาลระบุว่า ประกาศฉบับนี้จะช่วยให้การจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุทั่วประเทศมีแนวทางและมาตรฐานเดียวกัน สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมสุขภาพ พัฒนาศักยภาพ และเพิ่มบทบาทของผู้สูงอายุในการมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ขอบคุณข้อมูลจาก
ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน GCC






