อวสานร่อง 11 หญิงสุดช้ำดูดไขมัน แต่ได้หน้าท้องพัง หมออ้างผลงานเป็นที่น่าพึงพอใจ ซ้ำพูดกร่างใส เจอสวน ถ้าพอใจให้ถ่ายไปลงรีวิว
![ดูดไขมัน ดูดไขมัน]()
โดยปกติผู้เสียหายเป็นคนออกกำลังกาย แต่เนื่องจากอายุที่มากขึ้นและเคยมีบุตร ทำให้หน้าท้องหย่อนคล้อย จึงไปดูดไขมันที่คลินิกแห่งหนึ่ง หลังเห็นรีวิวว่ามีค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000 บาท แต่สุดท้ายค่าใช้จ่ายกลับพุ่งสูงถึง 70,000 บาท แถมผลลัพธ์ยังเสียหายยับเยิน
นายเอกภพ เผยว่า ปกติการทำศัลยกรรมประเภทนี้ใช้เวลาแค่ 4-6 เดือนก็เข้าที่แล้ว แต่กรณีนี้เวลาผ่านมาถึงเดือนที่ 10 นับตั้งแต่ดูดไขมันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 แต่หน้าท้องยังไม่เข้ารูป มีลักษณะเป็นไตแข็ง ซึ่งถือว่าผิดปกติมาก
คุณหญิง เผยว่า รู้จักคลินิกนี้ผ่านเฟซบุ๊ก เป็นเพจที่ดูน่าเชื่อถือ มีผู้ติดตามเป็นแสน เห็นโฆษณาว่าสามารถทำร่อง 11 ได้ในราคา 30,000 กว่าบาท และมีภาพรีวิวที่ออกมาดี
เธอเข้าไปที่คลินิกในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2569 เพื่อพูดคุย โดยคลินิกมีลักษณะเป็นตึก 2 คูหา ในห้องผ่าตัดมีเพียงแพทย์ 1 คน กับผู้ช่วย 2 คนเท่านั้น
เมื่อเธอไปถึงคลินิกจริง ๆ พบว่าราคาที่คุยกันไว้ 30,000 กว่าบาท กลับเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 บาท เนื่องจากมีการเสนอให้ดูดไขมันส่วนอื่นเพิ่ม เช่น บริเวณปีกผีเสื้อ หรือด้านหลัง รวมค่ายาสลบด้วย ซึ่งเธอก็ตัดสินใจทำทันที เพราะเดินทางมาไกล ไม่อยากให้เสียเที่ยว และทางคลินิกก็มีคิวพร้อมทำ
![ดุดไขมัน ดุดไขมัน]()
ภาพจาก โหนกระแส
![ดุดไขมัน ดุดไขมัน]()
ภาพจาก โหนกระแส
คุณหญิง เล่าว่า เธอได้เริ่มทำตอนประมาณ 17.30 น. ใช้เวลาทำหัตถการประมาณ 3 ชั่วโมง แต่เมื่อตื่นขึ้นจากการผ่าตัด เธอกลับมีความดันสูง มีอาการหน้ามืดรุนแรง แต่ทางคลินิกไม่อนุญาตให้พักฟื้นต่อ อ้างว่าคลินิกกำลังจะปิดแล้วในเวลา 21.00 น. ทำให้เธอต้องขึ้นแท็กซี่กลับบ้านในสภาพสะลึมสะลือเหมือนคนเมา
![ดุดไขมัน ดุดไขมัน]()
ภาพจาก โหนกระแส
นพ.ศรัณย์ อธิบายเพิ่มเติมว่า การดูดไขมันคือการลดสัดส่วน แค่นำไขมันส่วนเกินบางส่วนที่เราไม่ชอบออกไป ไม่ใช่การลดความอ้วน คือจะใส่ท่อเข้าไปในชั้นไขมันแล้วดูดออก หากดูดเยอะก็จะเสียเลือด คนไข้หลังผ่าตัดต้องพักฟื้นเพราะอาจจะเสียเลือดได้ หรือหากมีไขมันหลุดลอยเข้าไปในเส้นเลือดก็อาจจะมีไขมันอุดตันที่ปอด หัวใจ หรือสมอง ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น การดูดไขมันจึงห้ามไม่ให้ทำในคลินิกที่ไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิสัญญี
สำหรับการทำร่อง 11 ของคลินิกนี้ จะสังเกตว่ามีการขีดเส้นไกด์ไว้ว่าจุดไหนดูดเยอะ ดูดน้อย ตรงไหนจะดูดมากให้ผิวหนังลงไปติดกับกล้ามเนื้อ และใช้การดามกดทับไว้เป็นเส้น แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาต้องถามจากแพทย์ผู้ทำว่าผิดแผนหรือไม่
แม้แพทย์ผู้ทำจะบอกว่าเป็นไปตามแผน แต่จากที่เห็นคาดว่าน่าจะผิดแผน ไม่เป็นไปตามที่เขาสัญญาไว้ ตรงร่อง 11 คิดว่ามีการดูดลึก ทำให้ผิวหนังลงไปชิดเกิน ทำให้ผิวหนังย่น ยับ และดูเยิน
ทนายตุ๋ย ยังให้ข้อสังเกตว่า ตามหลักการแพทย์ ก่อนการผ่าตัดและวางยาควรมีการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และประเมินโรคประจำตัวก่อน ซึ่งในกรณีของคุณหญิงมีการเพียงแค่วัดความดันและให้เซ็นเอกสารก่อนทำเท่านั้น
![ดุดไขมัน ดุดไขมัน]()
ภาพจาก โหนกระแส
อย่างไรก็ตาม คุณหญิง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.สุทธิสาร แล้ว ให้นัดหมายไปไกล่เกลี่ยโดยด่วนที่สุดก่อนเรื่องจะบานปลาย
นายเอกภพ เผยว่า ที่ยิ่งกว่านั้นคือเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แพทย์ผู้ทำศัลยกรรมกลับพูดกับคุณหญิง ยืนยันว่าผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจและเป็นไปตามมาตรฐาน
![ดุดไขมัน ดุดไขมัน]()
ภาพจาก โหนกระแส
ระหว่างนี้เธอเคยไปปรึกษาตามโรงพยาบาลและคลินิกแห่งอื่นว่าร่อง 11 แบบนี้ปกติไหม ทุกที่ยืนยันว่าผิดปกติ แต่เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่เธอและทนายเข้าไปคุยกับแพทย์ แพทย์กลับบอกว่าผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจและเป็นไปตามมาตรฐาน แล้วยังต่อว่าเธอที่ไปปรึกษาโรงพยาบาลกับคลินิกอื่นด้วย บอกว่าที่อื่นจงใจโจมตีเพราะอยากได้เธอเป็นลูกค้า
แพทย์ยังล้วงกระเป๋า พูดแบบกร่างใส่ด้วยว่า "อันนี้ก็ออกมาดีแล้ว คุณจะเอาอะไรอีก !"

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 รายการโหนกระแส ทางช่อง 3 นำเสนอกรณีของ คุณหญิง (นามสมมติ) ผู้เสียหายจากการทำศัลยกรรมดูดไขมันหน้าท้องจากคลินิกแห่งหนึ่ง ซึ่งได้เข้าร้องเรียนกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด
โดยปกติผู้เสียหายเป็นคนออกกำลังกาย แต่เนื่องจากอายุที่มากขึ้นและเคยมีบุตร ทำให้หน้าท้องหย่อนคล้อย จึงไปดูดไขมันที่คลินิกแห่งหนึ่ง หลังเห็นรีวิวว่ามีค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000 บาท แต่สุดท้ายค่าใช้จ่ายกลับพุ่งสูงถึง 70,000 บาท แถมผลลัพธ์ยังเสียหายยับเยิน
นายเอกภพ เผยว่า ปกติการทำศัลยกรรมประเภทนี้ใช้เวลาแค่ 4-6 เดือนก็เข้าที่แล้ว แต่กรณีนี้เวลาผ่านมาถึงเดือนที่ 10 นับตั้งแต่ดูดไขมันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 แต่หน้าท้องยังไม่เข้ารูป มีลักษณะเป็นไตแข็ง ซึ่งถือว่าผิดปกติมาก
คุณหญิง เผยว่า รู้จักคลินิกนี้ผ่านเฟซบุ๊ก เป็นเพจที่ดูน่าเชื่อถือ มีผู้ติดตามเป็นแสน เห็นโฆษณาว่าสามารถทำร่อง 11 ได้ในราคา 30,000 กว่าบาท และมีภาพรีวิวที่ออกมาดี
เธอเข้าไปที่คลินิกในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2569 เพื่อพูดคุย โดยคลินิกมีลักษณะเป็นตึก 2 คูหา ในห้องผ่าตัดมีเพียงแพทย์ 1 คน กับผู้ช่วย 2 คนเท่านั้น
เมื่อเธอไปถึงคลินิกจริง ๆ พบว่าราคาที่คุยกันไว้ 30,000 กว่าบาท กลับเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 บาท เนื่องจากมีการเสนอให้ดูดไขมันส่วนอื่นเพิ่ม เช่น บริเวณปีกผีเสื้อ หรือด้านหลัง รวมค่ายาสลบด้วย ซึ่งเธอก็ตัดสินใจทำทันที เพราะเดินทางมาไกล ไม่อยากให้เสียเที่ยว และทางคลินิกก็มีคิวพร้อมทำ

ภาพจาก โหนกระแส

ภาพจาก โหนกระแส
โดยก่อนผ่าตัดทางคลินิกได้มีการวาดแบบที่หน้าท้องโดยขีดเป็นเส้น 3 เส้น เพื่ออธิบายว่าจะทำร่อง 11 ให้เหมือนคนออกกำลังกาย แต่อาจจะมีอาการย่นบ้าง โดยทางคลินิกอธิบายว่าจะใช้เครื่องมือเจาะเปิดแผล เพื่อนำสายยางเข้าไปดูดไขมันและทำร่อง
คุณหญิง เล่าว่า เธอได้เริ่มทำตอนประมาณ 17.30 น. ใช้เวลาทำหัตถการประมาณ 3 ชั่วโมง แต่เมื่อตื่นขึ้นจากการผ่าตัด เธอกลับมีความดันสูง มีอาการหน้ามืดรุนแรง แต่ทางคลินิกไม่อนุญาตให้พักฟื้นต่อ อ้างว่าคลินิกกำลังจะปิดแล้วในเวลา 21.00 น. ทำให้เธอต้องขึ้นแท็กซี่กลับบ้านในสภาพสะลึมสะลือเหมือนคนเมา

ภาพจาก โหนกระแส
ด้าน นพ.ศรัณย์ วันจำรัส ศัลยแพทย์ตกแต่ง ระบุว่า ปกติแล้วหลังผ่าตัดจะต้องมีการพักฟื้นเพื่อดูอาการ เพราะบางครั้งอาจมีการแพ้ยาสลบ คนไข้อาจมีปัญหาเรื่องความดัน การแทรกซ้อน ซึ่งต้องมีการดูแลหลังผ่าตัด
นพ.ศรัณย์ อธิบายเพิ่มเติมว่า การดูดไขมันคือการลดสัดส่วน แค่นำไขมันส่วนเกินบางส่วนที่เราไม่ชอบออกไป ไม่ใช่การลดความอ้วน คือจะใส่ท่อเข้าไปในชั้นไขมันแล้วดูดออก หากดูดเยอะก็จะเสียเลือด คนไข้หลังผ่าตัดต้องพักฟื้นเพราะอาจจะเสียเลือดได้ หรือหากมีไขมันหลุดลอยเข้าไปในเส้นเลือดก็อาจจะมีไขมันอุดตันที่ปอด หัวใจ หรือสมอง ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น การดูดไขมันจึงห้ามไม่ให้ทำในคลินิกที่ไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิสัญญี
สำหรับการทำร่อง 11 ของคลินิกนี้ จะสังเกตว่ามีการขีดเส้นไกด์ไว้ว่าจุดไหนดูดเยอะ ดูดน้อย ตรงไหนจะดูดมากให้ผิวหนังลงไปติดกับกล้ามเนื้อ และใช้การดามกดทับไว้เป็นเส้น แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาต้องถามจากแพทย์ผู้ทำว่าผิดแผนหรือไม่
แม้แพทย์ผู้ทำจะบอกว่าเป็นไปตามแผน แต่จากที่เห็นคาดว่าน่าจะผิดแผน ไม่เป็นไปตามที่เขาสัญญาไว้ ตรงร่อง 11 คิดว่ามีการดูดลึก ทำให้ผิวหนังลงไปชิดเกิน ทำให้ผิวหนังย่น ยับ และดูเยิน
ทนายตุ๋ย ยังให้ข้อสังเกตว่า ตามหลักการแพทย์ ก่อนการผ่าตัดและวางยาควรมีการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และประเมินโรคประจำตัวก่อน ซึ่งในกรณีของคุณหญิงมีการเพียงแค่วัดความดันและให้เซ็นเอกสารก่อนทำเท่านั้น

ภาพจาก โหนกระแส
ต่อมา คุณหญิง เผยว่า เธอยังถูกคลินิกส่งข้อความมาข่มขู่ด้วยว่าจะฟ้องร้อง หากไปออกรายการหรือพูดให้ทางคลินิกเสียหาย โดยคลินิกระบุว่า ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีทางกฎหมาย หากมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง
อย่างไรก็ตาม คุณหญิง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.สุทธิสาร แล้ว ให้นัดหมายไปไกล่เกลี่ยโดยด่วนที่สุดก่อนเรื่องจะบานปลาย
นายเอกภพ เผยว่า ที่ยิ่งกว่านั้นคือเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แพทย์ผู้ทำศัลยกรรมกลับพูดกับคุณหญิง ยืนยันว่าผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจและเป็นไปตามมาตรฐาน

ภาพจาก โหนกระแส
คุณหญิงจึงย้อนว่า หากพึงพอใจจริงก็ให้ถ่ายรูปหน้าท้องเธอไปโพสต์รีวิวในเพจ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่อีกคนตอบว่าทำไม่ได้ เพราะคลินิกต้องเลือกภาพที่สวยงามมารีวิว เธอจึงตอบไปว่าควรรีวิวตามจริงไปเลย เพื่อให้ผู้บริโภคมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะมาทำหรือไม่
ระหว่างนี้เธอเคยไปปรึกษาตามโรงพยาบาลและคลินิกแห่งอื่นว่าร่อง 11 แบบนี้ปกติไหม ทุกที่ยืนยันว่าผิดปกติ แต่เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่เธอและทนายเข้าไปคุยกับแพทย์ แพทย์กลับบอกว่าผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจและเป็นไปตามมาตรฐาน แล้วยังต่อว่าเธอที่ไปปรึกษาโรงพยาบาลกับคลินิกอื่นด้วย บอกว่าที่อื่นจงใจโจมตีเพราะอยากได้เธอเป็นลูกค้า
แพทย์ยังล้วงกระเป๋า พูดแบบกร่างใส่ด้วยว่า "อันนี้ก็ออกมาดีแล้ว คุณจะเอาอะไรอีก !"







